ภาวะโลหิตจางชนิด Nonregenerative ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 28, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,759,070 คน

ภาวะโลหิตจางชนิด Nonregenerative ในแมว 

เม็ดเลือดแดงที่มีปริมาณลดลงเราจะเรียกว่าภาวะโลหิตจาง ซึ่งปกติแล้วไขกระดูกจะต้องมีการตอบสนองโดยการผลิตเม็ดเลือดแดงที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามภาวะโลหิตจางชนิด Nonregenerative นั้นจะหมายถึงการที่ไขกระดูกมีการตอบสนองที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความต้องการ แมวที่เป็นโลหิตจางนั้นมักมีสาเหตุมาจากการสารพิษจากตะกั่ว หรือเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แมวที่เป็นโลหิตจางเป็นเวลานานจะมีอายุยืนกว่าแมวที่เป็นโลหิตจางอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากเมื่อแมวค่อยๆเป็นโลหิตจางร่างกาแมวจะค่อยๆปรับร่างกายให้เหมาะสมกับปริมาณของเม็ดเลือดแดงที่ลดลง แต่แมวที่เป็นโลหิตอย่างเฉียบพลันแมวจะเสียชีวิตเนื่องจากขาดเม็ดเลือดแดงและออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน

ภาวะโลหิตจางแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ โลหิตจางจากการเสียเลือดออกนอกระบบไหลเวียนโลหิต โลหิตจางจากการที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลายภายในหลอดเลือด และโลหิตจางจากการผลิตเม็ดเลือดแดงที่ลดง

อาการ

  • เยื่อเมือกมีสีซีด
  • ดวงตาและใบหูมีสีซีด
  • อ่อนแรง
  • ซึม
  • นอนมากกว่าปกติ
  • ไม่ทำการแปรงขนตัวเอง
  • ไม่อยากอาหาร
  • เพิ่มอัตราการหายใจและการเต้นของหัวใจ

สาเหตุ

  • โรคที่เกี่ยวข้องกับไขกระดูก
  • การติดเชื้อ
  • ก้อนหนอง
  • มะเร็ง
  • ไตวาย
  • ยา
  • สารพิษ
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม
  • รังสี
  • ความเป็นพิษจากตะกั่ว

การวินิจฉัย

ภาวะโลหิตจางมักจะเป็นอาการของโรคอื่นๆ ดังนั้นการวินิจฉัยจะขึ้นอยู่กับประวัติสุขภาพของแมวและอาการที่แมวแสดง นอกจากนั้นสัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจค่าเลือด ตรวจค่าปัสสาวะ ตรวจธาตุเหล็ก และตรวจไขกระดูก   

การรักษา

เมื่อสัตวแพทย์สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุของการโลหิตจางได้ ภาวะนี้จะสามารถรักษาให้หายได้โดยการจัดการกับสาเหตุ แต่ถ้าหากในกรณีที่มีความรุนแรงการพยากรณ์โรคนั้นจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีที่จะต้องได้รับการรักษาเป็นเวลานาน โดยปกติแล้วภาวะโลหิตจางชนิดนี้มักจะรักษาได้ไม่หายขาด

ถ้าหากภาวะโลหิตจางชนิดนี้ค่อยๆเกิดขึ้น อาจจะไม่ต้องได้รับการรักษา แต่อย่างไรก็ตามแมวของคุณจะต้องถูกจำกัดกิจกรรมการออกกำลังกาย และอาจจะต้องได้รับการถ่ายเลือดถ้าหากมีคามจำเป็น และถ้าหากพบว่ามีการเสียเลือดหรือมีภาวะช็อกแมวอาจจะต้องได้รับสารน้ำที่ชื่อว่า Ringer เข้าเส้นเลือด 

การจัดการและความเป็นอยู่

เนื่องจากความรุนแรงของภาวะนี้ทำให้คุณเจ้าของจะต้องทำใจเกี่ยวกับระยะเวลาการฟื้นตัวที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน คุณอาจจะต้องพาแมวไปพบสัตวแพทย์อยู่บ่อยครั้ง อาจจะทุกๆ 1-2 วันในช่วงแรก เพื่อตรวจดูความรุนแรงและการรักษาที่สามารถเป็นไปได้ จากนั้นระยะเวลาการมาพบสัตวแพทย์จะลดลงได้ขึ้นอยู่กับอัตราของการฟื้นตัว 

คุณเจ้าของควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ในเรื่องของการป้อนยาแมวและการรักษา ที่สำคัญที่สุดคือ คุณเจ้าของไม่ควรทำการรักษาอย่างอื่นที่นอกเหนือจากสิ่งที่สัตวแพทย์บอก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม