พยาธิปากขอในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,619,376 คน

พยาธิปากขอเป็นพยาธิที่สามารถอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กของสัตว์ต่างๆ โดยสายพันธุ์ที่จำเพาะต่อแมวคือ Ancylostoma ceylanicum และ Ancylostoma tubaeforme ซึ่งในตัวอ่อนระยะที่ 4 สามารถทำให้เกิดอาการซีดและลำไส้เล็กอักเสบได้ พยาธิตัวเต็มวัยจะทำให้เกิดรอยกัดในลำไส้ซึ่งจะทำให้มีเลือดออกจากทางเดินอาหาร การติดพยาธิปากขอนี้อาจจะทำให้เกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิตโดยเฉพาะในลูกแมว ดังนั้นเจ้าของจึงต้องสังเกตว่าแมวของตนนั้นมีอาการของการติดพยาธิปากขอหรือไม่

พยาธิปากขอมักใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มอาศัยในลำไส้จนกระทั่งสามารถติดต่อสู่แมวตัวอื่นได้

อาการที่พบได้เมื่อติดพยาธิปากขอ

อาการระยะแรกของการติดพยาธิคือการมีแผลที่ส้นเท้าและระหว่างนิ้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่พยาธิปากขอไชทะลุผิวหนัง หากตัวอ่อนของพยาธินั้นมีการเดินทางไปที่ปอด อาจทำให้เกิดอาการไอได้ อาการอื่นๆ ที่สามารถพบได้ประกอบด้วยถ่ายดำ ท้องเสีย ท้องผูก ดูป่วย กินอาหารได้น้อย เยื่อบุโพรงจมูก ริมฝีปากและหูจะมีสีซีดลง นอกจากนั้นยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างฉับพลันซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในแมวที่มีอายุน้อยมักจะมีอาการรุนแรงเมื่อมีการติดพยาธิ แต่ในแมวที่มีอายุมากอาจมีพยาธิจำนวนน้อยกว่าและไม่มีอาการได้

สาเหตุที่ทำให้ติดพยาธิปากขอ

การติดพยาธิปากขอนั้นเกิดจากการกิน หรือจากการที่ตัวอ่อนไชผ่านผิวหนังเมื่อแมวอยู่ในแหล่งน้ำหรือสิ่งแวดล้อมที่มีพยาธิ ลูกแมวมักจะได้รับพยาธิมาจากน้ำนมของแม่

การวินิจฉัยโรค

พยาธิปากขอเป็นพยาธิที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สัตวแพทย์จึงต้องทำการเก็บตัวอย่างอุจจาระไปตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ก่อนที่จะให้การรักษาย่างเหมาะสมตามอายุ น้ำหนักและสภาพของแมวได้ และถ้าหากพบว่ามีลูกแมวหลายตัวในครอกเดียวกันเสียชีวิต สัตวแพทย์อาจคิดถึงการติดพยาธิปากขอได้

การรักษา

สัตวแพทย์จะใช้ยาฆ่าพยาธิในการรักษา ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องให้สารอาหารและธาตุเหล็กเสริมร่วมด้วย ในลูกแมวควรจะเริ่มรักษาเมื่อมีอายุ 3-4 สัปดาห์และรักษาต่อเนื่องเป็นเดือนหลังจากนั้น

ในแมวเพศเมียที่ตั้งครรภ์ ต้องเริ่มการรักษาตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังตั้งครรภ์ต่อเนื่องไปจนถึง 2-4 สัปดาห์หลังจากที่ลูกแมวคลอดเพื่อกำจัดพยาธิให้หมดและป้องกันไม่ให้ลูกแมวติดพยาธิ

ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้สารน้ำ เลือด และออกซิเจนเสริมขึ้นกับความรุนแรงของภาวะซีดและสภาพของแมว และแมวยังคงมีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้อย่างฉับพลันแม้ว่าจะได้รับการรักษาก็ตาม

การป้องกัน

ควรทำความสะอาดบริเวณที่แมวของคุณนอนหรือใช้ชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในภาชนะที่บรรจุน้ำ พื้นที่ต่ำ และบึงต่างๆ หากคุณสังเกตว่าแมวมีอาการผิดปกติ คุณสามารถเก็บตัวอย่างอุจจาระไปให้สัตวแพทย์ตรวจเพื่อทำการวินิจฉัยได้ทันที

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดพยาธิปากขอได้ ดังนั้นวิธีเดียวที่จะป้องกันแมวของคุณก็คือการสังเกตอาการและพาไปรักษาอย่างรวดเร็ว และแม้ว่าการติดพยาธิปากขอในมนุษย์นั้นพบได้ค่อนข้างน้อย และพยาธิก็สามารถไชผ่านผิวหนังของมนุษย์ได้เช่นกัน ดังนั้นคุณจะต้องระมัดระวังเวลาที่รักษาแมวที่ติดพยาธิ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม