Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

Aminoglycoside Antibiotics

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตรวจ Aminoglycoside Antibiotics ทางเลือด เพื่อติดตามระดับของอะมิโนไกลโคไซด์ในเลือดที่ใช้รักษาอาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ว่ามีปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,497,009 คน

Aminoglycoside Antibiotics

การตรวจ Aminoglycoside Antibiotics โดยเก็บตัวอย่างจากเลือดไปทดสอบ ทำเพื่อติดตามระดับของอะมิโนไกลโคไซด์ในเลือด ที่ใช้รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงว่ามีเพียงพอต่อการรักษา และไม่มากเกินไปจนทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง

ชื่ออื่น: บางครั้งจะเรียกตามชื่อแบรนด์

ชื่อทางการ: Gentamicin, Tobramycin, Amikacin

จุดประสงค์ของการตรวจ Aminoglycoside Antibiotics

แพทย์จะตรวจ Aminoglycoside Antibiotics ที่ประกอบไปด้วย

  • เจนตามัยซิน (Gentamicin)
  • โทบรามัยซิน (Tobramycin)
  • อะมิคาซิน (Amikacin)

เพื่อติดตามระดับของอะมิโนไกลโคไซด์ในเลือด ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรง เพื่อให้มั่นใจว่าระดับของยาในเลือดมีเพียงพอสำหรับใช้รักษาการติดเชื้อ แต่ต้องไม่สูงจนทำให้ผู้ที่รับประทานยาเสี่ยงที่จะได้รับผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น

แพทย์จะกำหนดเวลาที่ใช้วัดระดับยาในเลือด เพื่อสะท้อนความเข้มข้นสูงสุดและต่ำสุดของยา ซึ่งจะใช้จุดเวลาเหล่านี้ประเมินความเพียงพอของยา และติดตามการกำจัดยาออกจากร่างกาย บางกรณีแพทย์จะให้ยาทุก 24-48 ชั่วโมง โดยจะตรวจระดับยาในเลือดหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยา 6-14 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับยาเพียงพอ

เมื่อไรที่ต้องตรวจ Aminoglycoside Antibiotics?

การเฝ้าสังเกตระดับของ Aminoglycoside Antibiotics ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้

  • อายุ
  • การทำงานของไต
  • สุขภาพโดยรวม
  • โรคประจำตัว
  • อาการที่เกิดจากสารพิษ
  • ระยะเวลาที่ใช้รักษา
  • ชนิดของแผนการให้ยา

แพทย์อาจติดตามระดับของอะมิโนไกลโคไซด์ในเลือดของผู้ที่ได้รับยามากกว่า 3 วัน รวมถึงตรวจประเมินการทำงานของไต เช่น การตรวจครีทินีน ในระหว่างที่รักษาด้วยยาอะมิโนไกลโคไซด์ เพื่อตรวจดูผลข้างเคียง เนื่องจากบางคนอาจมีผลกระทบต่อการได้ยิน และไตทำงานไม่ปกติ

วิธีเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจ Aminoglycoside Antibiotics

แพทย์จะตรวจ Aminoglycoside Antibiotics จากเลือด โดยการแทงเข็มเข้าไปในเส้นเลือดดำที่แขน ซึ่งแพทย์จะเก็บตัวอย่างเลือดก่อนที่จะให้ยาอะมิโนไกลโคไซด์ครั้งถัดไป

นอกจากนี้แพทย์จะเก็บตัวอย่างเลือดหลังจากที่ให้ยาทางเส้นเลือดดำจนครบ 30-45 นาที หรือหลังจากที่ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ 60 นาที เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด

รายละเอียดการตรวจ Aminoglycoside Antibiotics

แพทย์จะวัดระดับของ Aminoglycoside Antibiotics ในเลือดเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

  • ปรับปริมาณยาตามความจำเป็น
  • เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษามีประสิทธิผล
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นพิษ

เจนตามัยซิน โทบรามัยซิน และอะมิคาซิน เป็นอะมิโนไกลโคไซด์ที่พบได้บ่อยมากที่สุด ซึ่งแพทย์จะใช้ยาเหล่านี้เพื่อรักษาการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียแกรมลบ (Gram-negative bacteria) และแบคทีเรียแกรมบวก (Gram-positive bacteria) บางชนิด

การติดตามความเข้มข้นของอะมิโนไกลโคไซด์เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะประสิทธิผลของยาขึ้นอยู่กับความเพียงพอของยาในเลือด หากมียาในเลือดเพิ่มขึ้นมาก หรือได้ใช้ยาเป็นเวลานาน อาจได้รับผลข้างเคียงที่เป็นพิษระดับร้ายแรง เช่น เกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน ทรงตัวได้ไม่ดี ไตเสียหายเฉียบพลัน

แพทย์มักให้ยาชนิดนี้ทางเส้นเลือดดำ หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อเป็นช่วง เช่น ทุก 8-12 ชั่วโมง หรือให้ยาปริมาณมากทุก 24-48 ชั่วโมง ปริมาณของยาที่ให้แก่ผู้ป่วยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การทำงานของไต ยาที่ผู้ป่วยกำลังรับประทาน อายุ น้ำหนัก เป็นต้น

หลังให้ยา แพทย์จะมีการติดตามยาเพื่อประเมินความเข้มข้นสูงสุดหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยา และความเข้มข้นต่ำสุดก่อนที่จะเริ่มให้ยาครั้งต่อไป เพราะปริมาณของยาในครั้งถัดไปจะถูกปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่วัดได้

ความหมายของผลตรวจ

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อได้รับยาอะมิโนไกลโคไซด์ ระดับยาในเลือดจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดแล้วจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป บางครั้งแพทย์จะให้ยาเหล่านี้เป็นช่วง เพื่อให้มียาเพียงพอสำหรับการรักษา และฆ่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ

ส่วนการให้ยาแบบ Extended-dose แพทย์จะใช้ผลตรวจเพื่อวางแผนการให้ยาครั้งถัดไป ถ้ายาในเลือดอยู่ในระดับต่ำสุดของช่วง แพทย์อาจให้ยาทุก 24 ชั่วโมง หากมียาในเลือดเป็นปริมาณมาก ก็อาจบ่งชี้ได้ว่ายากำลังถูกกำจัดออกจากร่างกายอย่างช้าๆ ซึ่งแพทย์อาจรอ 48 ชั่วโมงก่อนที่จะให้ยาครั้งต่อไป ในกรณีที่การติดเชื้อไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์ก็อาจขยายเวลาการให้ยานานขึ้น หรือใช้วิธีรักษาอื่นๆ

ที่มาของข้อมูล

Lab Test Online, Aminoglycoside Antibiotics (https://labtestsonline.org/tests/aminoglycoside-antibiotics), 29 December 2018.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป