การดูแลผู้สูงอายุ

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 631,445 คน

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย

ภาวะสมองเสื่อม คือ อะไร    ภาวะสมองเสื่อมเป็นความถดถอยในการทำงานของสมองซึ่งเกิดจากการสูญเสียเซลล์สมอง โดยเริ่มจากส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วลุกลามไปยังสมองส่วนอื่น ๆ  โดยความเสื่อมจะดำเนินอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป   บางครั้งอาจใช้เวลานานนับ 10 ปี ความผิดปกติจึงจะปรากฏชัดเจน   

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

สาเหตุของภาวะสมองเสื่อม   ได้แก่ เรื่องของอายุและพันธุกรรม มักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และมีอัตราการป่วยสูงขึ้นเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น พบว่าในผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไปจะพบอัตราการเกิดโรคสูงถึงร้อยละ 50

การดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม  

ภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่

1.  โรคสมองเสื่อมที่รักษาให้หายขาดได้    ส่วนมากมักมาจากโรคทางกาย เช่น กลุ่มที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งมีสาเหตุจากความดันไขมันหรือน้ำตาลในเลือดสูง สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถรักษาได้โดยการรับประทานยาควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร และดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย

2.   โรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด   ซึ่งมีสาเหตุแตกต่างกันออกไป  ทำให้เกิดพยาธิสภาพบางประการในสมอง  ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการก่อตัวอย่างผิดปกติของโปรตีนอะไมลอยด์ในเนื้อสมอง การรักษาอาจต้องใช้ยาช่วย  แต่ยาไม่ได้ทำให้โรคหายขาดเพียงแต่ช่วยประคับประคองและยืดระยะเวลาให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับผลกระทบจากภาวะสมองเสื่อมน้อยลง

ภาวะสมองเสื่อมนอกจากเป็นปัญหากับผู้ป่วยโดยตรงแล้วยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อครอบครัว  คนรอบข้างและสังคม ผู้ดูแลจึงควรตระหนักในเรื่องดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

1.  ต้องทำความเข้าใจและยอมรับกับภาวะสมองเสื่อมของผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจะมีปัญหาเรื่องความจำ และการใช้ความคิดด้านต่าง ๆ ตลอดจนการสูญเสียความสามารถในการแก้ไขปัญหาหรือการควบคุมตนเองของ   จนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิกภาพ-พฤติกรรม    จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการดำเนินชีวิตประจำวันได้  และที่สำคัญต้องเข้าใจว่าอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นสืบเนื่องจากโรคที่ผู้ป่วยเป็นไม่ใช่ผู้ป่วยแกล้งทำ

2. ให้ความรัก  ดูแลด้วยความรักและความเข้าใจ  ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือด้านจิตใจของผู้ป่วยได้โดยการให้กำลังใจ   รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การขับถ่ายอย่างถูกสุขอนามัย การอาบน้ำ  สวมใส่เสื้อผ้า รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้านเพื่อไม่ให้เกิดการพลัดหลงกัน

3.  รู้ขีดจำกัดของตนเอง นอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้วตัวผู้ดูแลเองก็ควรจะดูแลร่างกายและจิตใจของตนเองด้วย  ควรรู้ขีดความอดทน สภาพทางอารมณ์ของตัวเอง  เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมตลอดเวลาอาจก่อให้เกิดความเครียดหรือปัญหาทางด้านอารมณ์  บางครั้งผู้ดูแลอาจรู้สึกผิด ไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำว่าถูกต้องหรือไม่ หากรู้สึกเหนื่อยก็ควรหยุดพักให้ผู้อื่นมาดูแลแทน เมื่อสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมแล้วก็ค่อยกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลใหม่

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่