Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแลผู้สูงอายุ

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,547,974 คน

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย

ภาวะสมองเสื่อม คือ อะไร    ภาวะสมองเสื่อมเป็นความถดถอยในการทำงานของสมองซึ่งเกิดจากการสูญเสียเซลล์สมอง โดยเริ่มจากส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วลุกลามไปยังสมองส่วนอื่น ๆ  โดยความเสื่อมจะดำเนินอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป   บางครั้งอาจใช้เวลานานนับ 10 ปี ความผิดปกติจึงจะปรากฏชัดเจน   

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

สาเหตุของภาวะสมองเสื่อม   ได้แก่ เรื่องของอายุและพันธุกรรม มักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และมีอัตราการป่วยสูงขึ้นเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น พบว่าในผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไปจะพบอัตราการเกิดโรคสูงถึงร้อยละ 50

การดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม  

ภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่

1.  โรคสมองเสื่อมที่รักษาให้หายขาดได้    ส่วนมากมักมาจากโรคทางกาย เช่น กลุ่มที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งมีสาเหตุจากความดันไขมันหรือน้ำตาลในเลือดสูง สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถรักษาได้โดยการรับประทานยาควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร และดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย

2.   โรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด   ซึ่งมีสาเหตุแตกต่างกันออกไป  ทำให้เกิดพยาธิสภาพบางประการในสมอง  ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการก่อตัวอย่างผิดปกติของโปรตีนอะไมลอยด์ในเนื้อสมอง การรักษาอาจต้องใช้ยาช่วย  แต่ยาไม่ได้ทำให้โรคหายขาดเพียงแต่ช่วยประคับประคองและยืดระยะเวลาให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับผลกระทบจากภาวะสมองเสื่อมน้อยลง

ภาวะสมองเสื่อมนอกจากเป็นปัญหากับผู้ป่วยโดยตรงแล้วยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อครอบครัว  คนรอบข้างและสังคม ผู้ดูแลจึงควรตระหนักในเรื่องดังต่อไปนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
เเพ็กเกจตรวจหัวใจ ❤️ ลด 30 - 50% ถึงวันที่ 24 ก.ย. นี้เท่านั้น 🔥

เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก หอบ ลองมาเช็คสมรรถภาพหัวใจกันดีกว่า ❤ เริ่มต้นที่ 1450 บาท

Internal ad heartcheck

1.  ต้องทำความเข้าใจและยอมรับกับภาวะสมองเสื่อมของผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจะมีปัญหาเรื่องความจำ และการใช้ความคิดด้านต่าง ๆ ตลอดจนการสูญเสียความสามารถในการแก้ไขปัญหาหรือการควบคุมตนเองของ   จนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิกภาพ-พฤติกรรม    จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในการดำเนินชีวิตประจำวันได้  และที่สำคัญต้องเข้าใจว่าอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นสืบเนื่องจากโรคที่ผู้ป่วยเป็นไม่ใช่ผู้ป่วยแกล้งทำ

2. ให้ความรัก  ดูแลด้วยความรักและความเข้าใจ  ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือด้านจิตใจของผู้ป่วยได้โดยการให้กำลังใจ   รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การขับถ่ายอย่างถูกสุขอนามัย การอาบน้ำ  สวมใส่เสื้อผ้า รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้านเพื่อไม่ให้เกิดการพลัดหลงกัน

3.  รู้ขีดจำกัดของตนเอง นอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้วตัวผู้ดูแลเองก็ควรจะดูแลร่างกายและจิตใจของตนเองด้วย  ควรรู้ขีดความอดทน สภาพทางอารมณ์ของตัวเอง  เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมตลอดเวลาอาจก่อให้เกิดความเครียดหรือปัญหาทางด้านอารมณ์  บางครั้งผู้ดูแลอาจรู้สึกผิด ไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำว่าถูกต้องหรือไม่ หากรู้สึกเหนื่อยก็ควรหยุดพักให้ผู้อื่นมาดูแลแทน เมื่อสภาพร่างกายและจิตใจพร้อมแล้วก็ค่อยกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลใหม่

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป