สุขภาพเด็ก

การรักษาและยาสำหรับโรคภูมิแพ้ในเด็ก

เรื่องล่าสุดเกี่ยวกับภูมิแพ้เพื่อช่วยให้คุณควบคุมอาการภูมิแพ้ของลูกได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 6, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 974,536 คน

การรักษาและยาสำหรับโรคภูมิแพ้ในเด็ก

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 06/02/2562

ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกของตัวเองเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคที่พบบ่อยและเกิดขึ้นได้กับทุกคนอย่างโรคภูมิแพ้ ซึ่งหากมีอาการรุนแรงก็อาจทำให้เด็กหงุดหงิด ไม่มีสมาธิ และต้องหยุดเรียนบ่อยๆ ได้ ทำให้คุณรู้สึกเป็นกังวลและต้องลางานมาดูแลลูกบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ในปัจจุบันมีการรักษาและยาที่ช่วยควบคุมอาการภูมิแพ้ของลูกคุณได้ 

คุณจะป้องกันอาการภูมิแพ้ของลูกได้อย่างไร?

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ทั้งหลายเป็นวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุด หลังจากรู้ว่าลูกแพ้อะไร คุณควรขอคำแนะนำในการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ที่ตรวจรักษาลูกของคุณ 

เมื่อคุณเรียนรู้การอยู่ร่วมกับภูมิแพ้อย่างถูกวิธีแล้ว คุณควรบอกและเน้นย้ำให้เด็กๆ ระวังสารก่อภูมิแพ้ด้วยตนเองด้วย เพราะการจับตามองและควบคุมทุกอย่างที่ลูกกินหรือสัมผัสเป็นเรื่องที่ทำให้ยาก ทางที่ดีคุณควรให้ความรู้แก่เด็กๆ เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ วิธีหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และการสังเกตอาการจากภูมิแพ้ที่เกิดกับตัวเด็กเอง แล้วอย่าลืมแจ้งคุณครูที่โรงเรียนและคนในครอบครัวเกี่ยวกับอาการภูมิแพ้ของเด็ก เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาและคอยระวังให้เด็กเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ด้วย

การป้องกันโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง

  • อาบน้ำให้ลูกด้วยน้ำอุ่นโดยใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 3-5 นาที ไม่ควรใช้เวลานาน เพราะจะทำให้ผิวแห้งเกินไป 
  • ใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำที่อ่อนโยนต่อลูกน้อย การใช้สบู่ที่แรงเกินไปอาจทำให้ผิวของลูกแห้งและมีอาการแย่ลงได้
  • ใช้ครีม ขี้ผึ้ง หรือโลชั่นทาหลังจากอาบน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว
  • ให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติอย่างผ้าฝ้าย หลีกเลี่ยงผ้าที่มีเนื้อหยาบ เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองมากกว่าเดิม
  • หมั่นตัดเล็บของลูกให้สั้น ป้องกันการอักเสบและติดเชื้อที่ผิวหนังเมื่อลูกคันและเกา
  • หากพบว่ามีอาการผิวหนังติดเชื้อ เช่น ผิวแดง แสบร้อน ตกสะเก็ด หรือมีหนอง ควรพาไปพบแพทย์

การป้องกันโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ

  • ไม่ควรเลี้ยงสัตว์เลี้ยงหากลูกคุณแพ้ขนสัตว์ หรือหากเลี้ยงก็ควรเลี้ยงไว้นอกบ้าน 
  • หากแพ้เกสร ควรงดให้ลูกออกจากบ้านในช่วงที่มีเกสรดอกไม้ต้นไม้เยอะหรือมีลมแรง 
  • กำจัดเชื้อราภายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน และใช้เครื่องลดความชื้นตามบริเวณที่อับชื้น
  • หมั่นซักหมอน ห้าห่ม และเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส รวมถึงเลือกใช้ปลอกหมอนและผ้าคลุมที่นอนกันไรฝุ่น
  • ซักทำความสะอาดตุ๊กตาตัวโปรดของลูกเป็นประจำ เพราะเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นได้
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องปรับอากาศที่มีแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA) ช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน
  • ให้ลูกอาบน้ำทุกครั้งหลังกลับจากเล่นสนุกนอกบ้าน เพราะอาจมีละอองเกสรหรือสารก่อภูมิแพ้ติดมาด้วย
  • ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน เพราะบุหรี่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้รุนแรงขึ้นได้

การป้องกันโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินอาหาร

  • ให้ลูกหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่แพ้และอาหารที่เสี่ยงปนเปื้อนสิ่งที่แพ้
  • สอนให้ลูกอ่านส่วนประกอบของอาหารบนฉลากทุกครั้งก่อนบริโภค
  • ระมัดระวังเมื่อรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร โดยแจ้งให้ทางร้านทราบว่าลูกของคุณไม่สามารถรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ 
  • บอกคุณครูและผู้ที่ใกล้ชิดกับเด็กเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาณของอาการแพ้อาหาร เพื่อที่จะได้รับมือกับอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

การรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็ก

หากหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ไม่ได้ หรือพยายามเลี่ยงแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ลูกของคุณใช้ยาบางชนิดเพื่อบรรเทาอาการจากโรคภูมิแพ้ เช่น ยาต้านฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้ ซึ่งจะช่วยยับยั้งสารฮิสตามีนที่หลั่งออกมาเมื่อร่างกายสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ทำให้อาการจากภูมิแพ้บรรเทาลงไป ยานี้มีทั้งชนิดที่มีขายตามร้านยาที่มีกเภสัชกร หรือชนิดที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ 

ยารักษาภูมิแพ้ที่แนะนำสำหรับเด็ก คือยาแก้แพ้ที่ไม่ทำให้ง่วง ได้แก่ Cetirizine และ Loratadine แต่คุณควรหลีกเลี่ยงยาที่จะทำให้ลูกของคุณง่วงนอนอย่าง Diphenhydramine เพราะจะทำให้เด็กไม่มีสมาธิ สมาธิสั้น และส่งผลต่อการเรียนของเด็กได้ หากลูกของคุณมีอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้ด้วย อาจต้องใช้สเปรย์พ่นจมูกชนิดสเตียรอยด์ เช่น ยา Budesonide ยา Fluticasone และยา Triamcinolone โดยอาจใช้เวลาเพียง 2-3 วัน หรือนานถึง 2-3 สัปดาห์จึงจะเห็นผล 

นอกจากนี้ เด็กที่เสี่ยงมีอาการแพ้รุนแรงแบบเฉียบพลัน หรือที่เรียกว่าแอนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นอาการแพ้รุนแรงถึงชีวิต อาจต้องพกยาอิพิเนฟริน (Epinephrine) ติดตัวไว้สำหรับฉีดระงับอาการในกรณีฉุกเฉินด้วย และเพื่อความปลอดภัยคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้ลูกของคุณลองใช้ยาหรือการรักษาใดๆ ทุกครั้ง

การรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็กเล็ก

ตัวเลือกของยาที่ใช้รักษาโรคภูมิแพ้ในเด็กเล็กจะมีจำกัดมากกว่ายาสำหรับเด็กโตเล็กน้อย ยาที่ลูกของคุณใช้ได้มีดังต่อไปนี้

  • ยา Desloratadine และยา Levocetirizine ซึ่งทั้งคู่มีในรูปยาน้ำเชื่อม ใช้ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนเท่านั้น
  • ยา Loratadine และยา Cetirizine มีในรูปยาน้ำเชื่อมและยาเม็ดสำหรับเคี้ยว ใช้ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ปีเท่านั้น
  • ยา Montelukast เป็นยารักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และใช้ในการรักษาโรคหอบหืดเรื้อรังในเด็ก ตัวยาในรูปแบบยาผงสำหรับรับประทานใช้ในเด็กอายุมากกว่า 6 เดือน ส่วนยาในรูปยาเม็ดเคี้ยวได้ ใช้ในเด็กอายุมากกว่า 6 ปี
  • ยา Fexofenadine เป็นยารักษาภูมิแพ้ตัวใหม่ล่าสุดในรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอนที่ใช้ได้ในเด็กอายุระหว่าง 2-11 ปีที่มีภาวะภูมิแพ้อากาศ และในเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนที่มีผื่นลมพิษเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ได้แก่ ยา Mometasone furoate และยา Fluticasone furoate ใช้ในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี และยา Fluticasone ที่ใช้ในเด็กอายุมากกว่า 4 ปี
  • ยาต้านฮิสตามีนชนิดพ่นจมูก เช่น ยา Azelastine ที่ใช้สำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป

การรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็กโต

ยารักษาภูมิแพ้ที่ใช้ในเด็กโตนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกับยาที่ใช้ในเด็กเล็ก แต่อาจใช้ในปริมาณที่มากกว่า

  • ยา Montelukast ในรูปแบบยาเม็ดเคี้ยวได้ขนาด 5 mg สำหรับเด็กอายุ 6-14 ปี ส่วนเด็กอายุมากกว่า 14 ปี สามารถใช้ยาเม็ดขนาด 10 mg เหมือนผู้ใหญ่ได้
  • ยา Fexofenadine ในรูปแบบยาเม็ดขนาด 30 mg สำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี และยาเม็ดขนาด 60 หรือขนาด 180 mg สำหรับเด็กอายุมากกว่า 12 ปี
  • ยา Desloratadine ยา Loratadine ยา Cetirizine ยา Levocetirizine สามารถใช้ในเด็กอายุมากกว่า 6 ปีได้เช่นกัน
  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกสำหรับเด็กโต สามารถใช้ยานี้อย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อควบคุมอาการภูมิแพ้ด้วยก็ได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่