ภูมิแพ้ที่ผิวหนัง (Skin Allergy)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 982,112 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 05/02/2562

ตุ่มที่ผิวหนัง อาการคัน ผิวหนังแดง และความผิดปกติทางผิวหนังอื่นๆ เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นก็คืออาการภูมิแพ้ทางผิวหนังนั่นเอง

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

ภูมิแพ้ผิวหนังคืออะไร?

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสามารถเกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การแพ้เนื่องจากสัมผัสกับต้นไม้บางชนิด แพ้ยา หรือแพ้อาหาร โดยผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema) ผื่นลมพิษ (Hives) และผื่นแพ้ (Contact dermatitis) เป็นผื่นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และสัมพันธ์กับอาการแพ้ อย่างไรก็ตาม บางครั้งอาการผื่นคัน แดง หรือลมพิษก็เกิดจากโรคอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับอาการแพ้ได้เช่นกัน เช่น โรคหัด โรคอีสุกอีใส เป็นต้น

ผื่นผิวหนังอักเสบ (Eczema; Atopic dermatitis)

ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือบางครั้งอาจเรียกว่า ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) เป็นโรคที่พบได้ประมาณ 10-20% ในเด็ก และ 1-3% ในผู้ใหญ่ อาการที่พบได้บ่อย คือ ผิวแห้ง แดง ระคายเคือง ตกสะเก็ด และมีอาการคัน หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย ผิวหนังอาจมีลักษณะของตุ่มน้ำขนาดเล็ก มีน้ำใส หรือน้ำสีเหลืองซึมออกจากตุ่มน้ำนั้น ซึ่งมีทั้งช่วงที่มีอาการน้อยมากและช่วงที่มีอาการปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง และสามารถหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป 

โรคนี้เกิดขึ้นได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือ ด้านในข้อพับหรือด้านนอกของข้อเข่า ข้อศอก รอบคอ มือ แก้ม และหนังศีรษะ โดยผู้ป่วยที่มีอาการของผื่นผิวหนังอักเสบมักจะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย

ลมพิษ (Hives; Urticaria)

ลมพิษ (Hives) หรือเรียกอีกอย่างว่า Urticaria มีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดงเกิดขึ้นตามผิวหนัง เมื่อออกแรงกดผื่นจะเปลี่ยนเป็นสีซีดหรือสีขาวที่ตรงกลางของผื่น ผื่นลมพิษแบ่งได้เป็น ระยะเฉียบพลัน และระยะเรื้อรัง โดยระยะเฉียบพลันหมายถึงผู้ป่วยเพิ่งมีอาการมาในระยะเวลาไม่เกิน 6 สัปดาห์ ส่วนผื่นลมพิษระยะเรื้อรังหมายถึงผู้ป่วยมีผื่นเรื้อรังนานเกิน 6 สัปดาห์ สาเหตุของผื่นลมพิษเฉียบพลันที่พบได้บ่อย คือ เกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือเกิดจากการติดเชื้อ แต่ผื่นลมพิษเรื้อรังนั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน

ผื่นแพ้สัมผัส(Contact dermatitis)

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis) เป็นปฏิกิริยาทางผิวหนังที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารก่อระคายเคืองหรือสารก่อภูมิแพ้ ทำให้มีผื่นขึ้น ผิวหนังแดง คัน หรือมีตุ่มน้ำใส ดังนั้น ถ้าคุณมีผื่นแดงคันที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้หรือสารก่อระคายเคือง คุณอาจเป็นผื่นแพ้สัมผัสได้

สารทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์เคมีต่างๆ ล้วนเป็นตัวการให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสได้ทั้งสิ้น เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม แชมพู หรือแม้กระทั่งการสัมผัสกับน้ำมากเกินไปก็อาจกระตุ้นให้เกิดผื่นชนิดนี้ได้ นอกจากนี้ผื่นแพ้สัมผัสยังมีสาเหตุจากการสัมผัสโลหะ เช่น นิกเกิล ที่เป็นส่วนประกอบของสแตนเลส และอัลลอยด์อื่นๆ ที่ใช้ในการทำเครื่องประดับ กาว ยาทาเล็บ ยาทาเฉพาะที่บนผิวหนัง พืช ต้นไม้ และถุงมือยาง

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

บางครั้งสารก่อภูมิแพ้จะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนังจนกว่าผิวหนังจะสัมผัสกับแสงแดด กรณีนี้เราเรียกว่าผื่นแพ้สัมผัสเนื่องจากแพ้สารร่วมกับแสง (Photoallergic contact dermatitis) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น ครีมโกนหนวด ครีมกันแดด และน้ำหอมบางชนิด 

การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

แพทย์มักสามารถวินิจฉัยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้จากการสังเกตบริเวณผิวหนังที่มีอาการและการสอบถามอาการจากคุณ โดยอาจถามว่าผื่นมีอาการคันหรือไม่ ตำแหน่งของผื่นตามร่างกาย ช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ มีอาการแบบเป็นๆ หายๆ หรือไม่ รวมทั้งครอบครัวของคุณเคยมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือไม่ หรือตัวคุณเองมีโรคหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ หรือไม่ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด เป็นต้น เพราะโรคบางอย่างก็สัมพันธ์กับอาการแพ้ได้

คุณควรแจ้งแพทย์ทันที หากอาการของคุณเริ่มส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น คุณเริ่มนอนไม่หลับเพราะอาการคัน หรืออาการจากโรคภูมิแพ้ผิวหนังเริ่มรุนแรงจนคุณไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

นอกจากนั้นแพทย์จะตรวจหาสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังขึ้น โดยอาจใช้วิธีสอบถามอาการและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณ เพื่อดูหาว่าสิ่งใดเป็นตัวส่งเสริมให้เกิดอาการขึ้นได้บ้าง เช่น คุณอาจจะมีอาการผื่นผิวหนังอักเสบหลังจากสัมผัสสบู่ แชมพู หรือผงซักฟอก เป็นต้น รวมถึงอาจแนะนำให้คุณจดบันทึกการรับประทานอาหารของคุณ เพื่อให้รู้ว่ามีอาหารชนิดใดหรือไม่ที่กระตุ้นให้มีอาการภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือมีอาการรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากกินเข้าไป

บรรเทาอาการคันจากภูมิแพ้ผิวหนังได้อย่างไร?

การดูแลและบรรเทาอาการจากโรคภูมิแพ้ผิวหนังมีหลักปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการเกา เพราะการเกาที่บริเวณผื่นหรือลมพิษจะทำให้ระคายเคืองมากขึ้นและทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดรอยแผลเป็นขึ้นได้ หากรู้สึกอยากเกามาก ให้ลองเปลี่ยนมาค่อยๆ ขัดผิวบริเวณที่คันด้วยนิ้วมือแทน รวมทั้งพยายามตัดเล็บมือให้สั้นและรักษาความสะอาดเพื่อลดความเสียหายของผิวหนังที่เกิดจากการเกาโดยไม่ตั้งใจ ส่วนกรณีที่เด็กทารกป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง คุณควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกาบริเวณที่มีอาการ
  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น แพทย์จะพยายามตรวจหาว่าสิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นให้คุณเกิดอาการโรคภูมิแพ้ผิวหนังมากขึ้น เมื่อทราบว่าสิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแล้ว คุณควรพยายามเลี่ยงสิ่งนั้นให้มากที่สุด เช่น หากผ้าบางประเภททำให้คุณระคายเคืองผิวหนัง ก็ควรพยายามเลี่ยงเครื่องนุ่งห่มที่ทอจากผ้าประเภทนั้นๆ และเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าทอละเอียดที่นุ่มหรือทอจากวัสดุตามธรรมชาติแทน หากความร้อนเป็นตัวกระตุ้นโรคผิวหนังอักเสบ คุณควรพยายามคงอุณหภูมิห้องที่บ้านของคุณให้เย็นพอ โดยเฉพาะในห้องนอน เลี่ยงการใช้สบู่หรือสารชำระล้างร่างกายที่อาจระคายเคืองต่อผิวหนังของคุณ หรือเปลี่ยนไปใช้ครีมอาบน้ำแทนสบู่
  • ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน อาหารบางประเภท เช่น ไข่ หรือนมวัว สามารถก่อให้เกิดอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบ อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรปรับเปลี่ยนอาหารการกินใดๆ โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการงดอาหารประเภทใดๆ ไปเลย อาจเป็นเรื่องที่ไม่ดี โดยเฉพาะเด็กเล็กที่กำลังต้องการแคลเซียม แคลอรี และโปรตีนสำหรับการเติบโต  
  • ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง หลังอาบน้ำเสร็จ คุณควรทาโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง และหมั่นทาเมื่อรู้สึกว่าผิวเริ่มแห้ง สารเหล่านี้มักช่วยบรรเทาอาการผิวแห้งหรือผิวแตกจากโรคผื่นผิวหนังอักเสบได้ โดยคุณอาจลองทดสอบผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัวเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ยารักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังมีอะไรบ้าง?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้อาจสั่งจ่ายยาบางชนิดเพื่อบรรเทาอาการของคุณ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของภูมิแพ้ผิวหนังที่เกิดขึ้นด้วย ยาที่คุณอาจได้รับมีดังนี้

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ หากคุณมีอาการอักเสบที่ผิวหนัง แพทย์อาจให้ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ สำหรับทาลงบนผิวหนังโดยตรง ซึ่งยานี้จะช่วยลดการอักเสบของผิวหนังได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่มีหลายระดับความเข้มข้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โดยมีตั้งแต่ตัวยาอ่อนๆ อย่างยาไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ตัวยาที่มีความแรงปานกลางอย่างโมเมทาโซน (Mometasone) และ เบตาเมทาโซน (Betamethasone)

ยาแก้แพ้ (ยาต้านฮีสตามีน) มีทั้งชนิดทาหรือชนิดรับประทาน ใช้สำหรับช่วยบรรเทาอาการคันหรืออาการที่ผิวหนังให้กับคุณ หากคุณมีอาการคัน แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาต้านฮิสตามีนชนิดไม่มีฤทธิ์กล่อมประสาท ซึ่งจะไม่ทำให้ง่วงนอน แต่หากอาการคันที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการนอนหลับ แพทย์จะแนะนำให้คุณใช้ยาต้านฮิสตามีนที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทเพื่อช่วยให้คุณนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

การใช้ผ้าพันแผลและผ้าพันชื้น ๆ ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ผ้าชื้นๆ พันบริเวณผิวหนังที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรืออาจเป็นการพันผ้าทับสารเพิ่มความชุ่มชื้นหรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เฉพาะที่ เพื่อป้องกันการเกาและเพื่อปล่อยให้ผิวหนังฟื้นฟู

ยาทาขี้ผึ้ง เป็นยาใช้ทาเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดอาการระคายเคืองผิวและอาการผิวแห้ง นอกจากนี้ ปัจจุบันมียาชนิดใหม่ให้เลือกใช้มากขึ้น เช่น ยาขี้ผึ้งที่จะช่วยบรรเทาอาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่มีอาการน้อยถึงอาการปานกลาง และยาชีววัตถุสำหรับผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่มีอาการปานกลางถึงอาการรุนแรงมากแล้ว โดยคุณสามารถขอคำปรึกษาเรื่องการใช้ยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ได้เลย

โลชั่นบำรุงผิว จะช่วยให้ความชุ่มชื่นเเละบรรเทาอาการคันจากผิวหนังอักเสบ เช่น Aveeno Dermexa ที่มีส่วนผสมพิเศษจากข้าวโอ๊ต ,  Ezerra Cram ให้ความชุ่มชื่น เเละ Eucerin omega soothing cream ที่ออกเเบบมาเพื่อรองรับผิวหนังอักเสบ

ผลกระทบจากโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้ที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนัง สามารถสร้างปัญหาทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ โดยก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้

การติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง ผิวหนังของคุณที่แตกแห้งจากโรคภูมิแพ้ผิวหนังจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณเกาบริเวณนั้นๆ หรือรับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง สัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียสังเกตได้จากการมีของเหลวไหลออกมา เกิดสะเก็ดสีเหลืองบนผิวหนัง เกิดจุดสีเหลืองขาวบนบริเวณที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผิวหนังเกิดอาการบวมและปวดขึ้น มีไข้สูง และรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว คุณควรเข้าพบแพทย์ทันที หากคาดว่าผิวหนังของตนเองหรือลูกคุณเกิดการติดเชื้อ

การติดเชื้อไวรัสบนผิวหนัง  อาการผื่นแพ้อาจทำให้ผิวหนังของคุณติดเชื้อไวรัสโรคเริมหรือไวรัสคล้ายเริมได้ โดยจะส่งผลให้รู้สึกเจ็บปวดและทรุดลงอย่างรวดเร็ว เกิดตุ่มหนองที่อาจแตกออกและทิ้งหลุมแผลเป็นไว้ ในบางกรณีอาจมีไข้สูงและรู้สึกไม่สบายด้วย คุณควรติดต่อแพทย์ทันทีหากคาดว่าคุณหรือลูกเริ่มมีภาวะผื่นผิวหนังคล้ายเริม

ปัญหาการนอนหลับ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังมักมีปัญหาในการนอนหลับจากอาการคันและระคายเคือง การนอนที่ไม่เพียงพอย่อมส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมได้ อีกทั้งยังทำให้คุณจดจ่อกับการงานได้ยากขึ้น ในกรณีที่ปัญหานี้เกิดขึ้นกับลูกของคุณ รวมถึงเมื่อต้องหยุดเรียนเพื่อรักษาตัวกะทันหัน นั่นอาจทำให้เด็กเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่นได้

ผลกระทบทางจิตใจ โรคภูมิแพ้ผิวหนังบางโรคอาจส่งผลต่อสุขภาพทางจิตได้เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กก่อนวัยเรียนที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น มีความอยู่ไม่สุขมากกว่าเด็กทั่วไป ส่วนเด็กวัยเรียนนั้นอาจถูกเพื่อนๆ รังแกหรือล้อเลียนได้ ซึ่งจะสร้างบาดแผลทางจิตใจให้เด็ก และอาจทำให้เด็กกลายเป็นคนเงียบขรึมหรือเก็บตัว คุณจึงควรทำความเข้าใจหรือปรึกษาครูผู้ดูแลเด็กให้ช่วยดูแลความรู้สึกของลูกคุณ รวมทั้งส่งเสริมให้ลูกมีความมั่นใจในตนเองและปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อรูปลักษณ์ของตนเองให้ดีขึ้น หรือหากจำเป็นอาจต้องเข้าพบกับแพทย์เพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาทางจิตต่อไป

ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจนกว่าผื่นหรือลมพิษจะหายไปหรือไม่?

ถ้าขณะนี้ผิวหนังของคุณมีการระคายเคือง หรือมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ การสัมผัสกับรังสียูวีและผิวที่ไหม้จากแสงแดด (Sunburn) ก็อาจทำให้อาการของคุณแย่ลงได้ ดังนั้นการปกปิดผิวหนังบริเวณที่มีรอยโรค หรือลดระยะเวลาในการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงนับเป็นการป้องกันที่ดี

นอกจากนี้ ผื่นบางชนิดสามารถเกิดจากแสงแดดได้ เช่น ผื่นแพ้สัมผัสเนื่องจากแพ้สารร่วมกับแสง (Photoallergic contact dermatitis) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดปฏิกิริยาทางผิวหนังกับสารก่อภูมิแพ้หรือสารก่อระคายเคืองหลังสัมผัสกับแสงแดด โดยการแพ้หรือไวต่อเครื่องสำอาง ครีมกันแดด โลชั่นโกนหนวด น้ำหอม และครีมต่างๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาดังกล่าวได้

เมื่อมีอาการผิดปกติ คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนัง และวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

อาการแพ้ที่ผิวหนังสามารถเกิดจากการแพ้อาหารได้หรือไม่?

คำตอบคือได้ โดยการแพ้อาหารสามารถแสดงอาการทางผิวหนังได้ เช่น ผื่นลมพิษ เป็นต้น และมีหลากหลายสาเหตุทีเดียวที่ทำให้เกิดลมพิษและผื่นคันขึ้นได้ ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจและสามารถดูแลรักษาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเพื่อหาสาเหตุของอาการและวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
ชนิดของภูมิแพ้ (Types of Allergies)
ชนิดของภูมิแพ้ (Types of Allergies)
บทความต่อไป
แพ้ฝุ่น ไม่ได้เกิดจากฝุ่นเสมอไป ศึกษาสาเหตุและวิธีดูแลตัวเองเมื่อแพ้ฝุ่น
แพ้ฝุ่น ไม่ได้เกิดจากฝุ่นเสมอไป ศึกษาสาเหตุและวิธีดูแลตัวเองเมื่อแพ้ฝุ่น

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่