แพ้ยาง (Latex Allergy)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

แพ้ยาง (Latex Allergy)

แพ้ยาง เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้จากการสัมผัสยาง ซึ่งอาจมีอาการร้ายแรงและถึงแก่ชีวิตได้ (แต่พบได้ไม่บ่อย) หากคุณพบว่าตัวคุณเองมีอาการแพ้ยางเกิดขึ้น คุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผลิตภัณฑ์จากน้ำยางในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้เกิดขึ้น

ภาพรวม

ปฏิกิริยาการแพ้ยาง อาจเป็นปฏิกิริยาที่มีอาการร้ายแรงและถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าคุณมีประวัติแพ้ยาง คุณควรจำกัดหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำยางในอนาคต

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพ้ยาง ได้แก่:

  • บุคลากรทางการแพทย์และใครก็ตามที่ต้องสวมถุงมือยางเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีประวัติการผ่าตัดหลายๆ ครั้ง (เช่น ตั้งแต่ 10 ครั้งขึ้นไป) เช่นเด็กที่มีภาวะ spina bifida เป็นต้น
  • ผู้ที่สัมผัสกับน้ำยางธรรมชาติบ่อยๆ เช่น พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมยาง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้อื่นๆ เช่น เป็นโรคไข้ละอองฟาง (จมูกอักเสบจากภูมิแพ้) หรือแพ้อาหารบางชนิด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ คือแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมและมีความเชี่ยวชาญพิเศษในการดูแลโรคภูมิแพ้ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และโรคหอบหืด ซึ่งแพทย์จะวางแผนการรักษาสำหรับอาการจมูกอักเสบที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป และปราศจากอาการให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อะไรคือน้ำยางธรรมชาติ

น้ำยางธรรมชาติคือน้ำยางที่ได้จากต้นยาง (ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Hevea brasiliensis)  ซึ่งพบได้แอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปฏิกิริยาภูมิแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำยางจะเกิดขึ้นในคนที่แพ้ต่อโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของน้ำยางธรรมชาติ อย่าสับสนว่าน้ำยางธรรมชาติคือสิ่งเดียวกับยางสังเคราะห์ที่ผลิตจากสารเคมี ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ เช่น สีพลาสติกที่ใช้ในบ้าน (latex house paints) ไม่ได้ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ จึงไม่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์จากน้ำยางธรรมชาติ

มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ?

น้ำยางธรรมชาติ มักพบเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ทางการแพทย์และทันตกรรมจำนวนมาก เช่น ถุงมือยางใช้แล้วทิ้ง, แผ่นยางอนามัย, ท่อช่วยหายใจและสายน้ำเกลือ, กระบอกฉีดยา, หูฟังสำหรับตรวจโรคของแพทย์และพยาบาล, ท่อสวนเข้าร่างกาย, ผ้าพันแผล นอกจากนั้นยังพบน้ำยางเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันจำนวนมาก เช่น ถุงยางอนามัย, กระเป๋าถือ, ลูกโป่ง, รองเท้ากีฬา, ยางรถยนต์, เครื่องมือต่างๆ, ชุดชั้นใน, สายรัดข้อมือที่ทำจากยาง (waistbands), ของเล่นที่เป็นยาง, ขวดนม, จุกนม เป็นต้น

 

ปัจจัยกระตุ้นและอาการ

อะไรคือปัจจัยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ยาง (แพ้น้ำยาง)?

คนที่มีแพ้ยาง เมื่อมีการสัมผัสโดยตรงกับยาง จะเกิดอาการแพ้เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • ระหว่างรักษาพยาบาลกับแพทย์หรือทันตแพทย์ ซึ่งมีการสวมถุงมือยางแล้วมาสัมผัสตัวผู้แพ้
  • ระหว่างการเป่าลูกโป่งยาง

อาการของการแพ้ยางมีอะไรบ้าง?

โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการแพ้ยางจะเกิดขึ้นเมื่อมีประวัติสัมผัสยางหลายๆ ครั้ง อาการของการแพ้ยาง ได้แก่ ผื่นคัน ผื่นลมพิษ คัดจมูก หรือน้ำมูกไหล และยังสามารถทำให้เกิดอาการหอบหืดได้ คือ หายใจมีเสียงวี๊ด แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก อาการจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำยาง การแพ้ยางที่มีอาการรุนแรงที่สุดเราเรียกว่าเกิดปฏิกิริยาการแพ้แบบรุนแรงที่มีอาการหลายระบบในร่างกาย (anaphylaxis) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการแพ้ที่รุนแรง ส่งผลให้มีการหายใจลำบากอย่างรุนแรง และ/หรือ มีความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรง (ภาวะช็อก)

อาการแพ้ที่แสดงทางผิวหนังสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการสัมผัสโดยตรงกับโปรตีนของยาง เช่น ขณะสวมถุงมือยาง โดยจะมีอาการทันทีหลังสัมผัส คือ คัน แดง และบวม บริเวณผิวหนังที่สัมผัสวัตถุใดๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำยาง แต่ปัจจุบันการแพ้ชนิดนี้พบได้ลดลง โรงพยาบาลและคลินิกหลายๆ แห่งเริ่มมีการเปลี่ยนมาใช้ถุงมือที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำยางหรือถุงมือที่มีโปรตีนจากยางในปริมาณน้อย

อาการแพ้ที่ผิวหนังชนิดที่สอง เรียกว่า “ผื่นแพ้สัมผัส (allergic contact dermatitis)” ซึ่งอาจเกิดจากสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยาง อาการอักเสบของผิวหนังจะแสดงให้เห็นเป็น ผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) และตุ่มน้ำพุพองที่ด้านหลังของมือ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 1-3 วันหลังจากสวมถุงมือยางนั้น

การสัมผัสโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำยางอาจไม่จำเป็นต้องทำให้เกิดอาการแพ้ทุกครั้ง

ปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง (anaphylaxis) และอาการหอบหืดรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้จากการสูดเอาโปรตีนของยางเข้าทางจมูกซึ่งมาจากฝุ่นแป้งที่อยู่ภายในถุงมือยาง

มีอาหารชนิดไหนที่เป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยที่แพ้ยางหรือไม่?

ถ้าคุณมีประวัติการแพ้ยาง คุณอาจแพ้อาหารบางชนิดด้วย โดยอาหารที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวนี้ที่พบได้บ่อย คือ แอปเปิ้ล อะโวคาโด กล้วย แครอท ผักชีฝรั่ง เกาลัด กีวี เมลอน มะละกอ มันฝรั่งดิบ และมะเขือเทศ

 

การจัดการและการรักษา

จะวินิจฉัยการแพ้ยางได้อย่างไร?

การแพ้ยางสามารถวินิจฉัยได้โดยการตรวจเลือด

อาการแพ้ยางสามารถรักษาได้หรือไม่?

วิธีการรักษาที่ดีที่สุดก็คือต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของยาง ถ้าคุณมีอาการแพ้ยางอย่างรุนแรง คุณควร:

  • พกบัตรประจำตัวว่ามีอาการแพ้ยาง
  • นำยาอีพิเนฟฟิน (อะดรีนาลีน) ชนิดฉีดติดตัวเสมอ (แพทย์เป็นผู้สั่ง) เพื่อใช้ในการรักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นฉุกเฉิน

บุคลากรทางการแพทย์ที่มีประวัติแพ้ยาง และจำเป็นต้องสวมถุงมือ ควรหลีกเลี่ยงการสวมถุงมือที่ทำจากยาง และผู้ที่ปฏิบัติงานร่วมด้วยก็ไม่ควรสวมถุงมือยางเช่นกัน แต่ให้เปลี่ยนไปใช้ถุงมือสังเคราะห์แทน

ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยางจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดหอบหืดได้เมื่อต้องสัมผัสกับยาพ่นที่มีส่วนประกอบของยาง และควรพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแป้งบนถุงมือยาง หรือผลิตภัณฑ์จากน้ำยางชนิดอื่นๆ

จะป้องกันอาการแพ้ยางได้อย่างไร?

หากคุณแพ้ยาง คุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของยาง และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ด้วย อาการแพ้ยางอาจเกิดขึ้นระหว่างการทำฟัน หรือการรักษาโดยแพทย์ หรือการผ่าตัด ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการแจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์เหล่านั้นทราบก่อนว่าคุณแพ้ยางก่อนที่เขาเริ่มการรักษาให้กับคุณ ผู้ที่แพ้ยางสามารถรับบริการทางการแพทย์หรือทันตกรรมได้ในบริเวณที่ปลอดยาง โรงพยาบาลและคลินิกในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ถุงมือที่มีโปรตีนจากยางน้ำหรือใช้เป็นถุงมือที่ไม่ได้ทำจากยาง ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยใหม่ที่แพ้ยางลดลงอย่างมาก

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้สามารถให้ข้อมูลกับคุณ และช่วยบอกคุณได้ว่ามีผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่มีส่วนประกอบของยาง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่