แตนต่อย ผึ้งต่อย ต่อต่อย มดคันไฟกัด แพ้แมลงกัดต่อย ควรทำอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 19, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,626,097 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 01/02/2562

การถูกแมลงกัดต่อย ไม่ว่าจะเป็นผึ้งต่อย ต่อต่อย แตนต่อย หรือมดคันไฟกัด สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อพิษของสัตว์ที่ถูกฉีดเข้าผิวหนัง แม้คนส่วนมากมักไม่แพ้พิษของแมลงเหล่านี้ แต่บางครั้งอาการปวดที่เกิดขึ้นจากการถูกต่อยก็อาจทำให้สับสนว่าเป็นอาการปวดธรรมดาหรืออาการแพ้กันแน่ ดังนั้น การรู้ถึงความแตกต่างที่แน่ชัดระหว่างปฏิกิริยาธรรมดาและปฏิกิริยาแพ้จากการถูกแมลงกัดต่อย จะช่วยทำให้คุณรู้ว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์  

โฆษณาจาก HonestDocs
มัวกังวลอยู่ทำไม? ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจ

ลดสูงสุด 50% เริ่มต้น 299 บาท! วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น

Std adinternal ad

 

ภาพรวม

ในหนึ่งปีมีคนไข้หลายพันคนไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเนื่องจากแมลงกัดต่อย ซึ่งจากสถิติพบว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรงหรือที่เรียกว่า Anaphylaxis จะอยู่ที่ประมาณ 0.4-0.8% ในเด็ก และ 3% ในผู้ใหญ่ โดยมีคนอย่างน้อย 90-100 คนต่อปี เสียชีวิตจากการแพ้แมลงกัดต่อยอย่างรุนแรงนี้ 

แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่แพ้แมลงกัดต่อย แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจไป เพราะอาการแพ้อาจเกิดขึ้นได้แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยแพ้ก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นปฏิกิริยาแพ้ชนิดรุนแรงก็จะส่งผลต่อหลายๆ ระบบในร่างกาย และถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ การรู้ถึงความแตกต่างระหว่างปฏิกิริยาการแพ้กับปฏิกิริยาปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนั้นยังช่วยลดความกังวลและช่วยป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายทางการแพทย์โดยไม่จำเป็นด้วย

แมลงสัตว์กัดต่อย มีอาการอย่างไรได้บ้าง

  • ปวดบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อย
  • ผิวแดง
  • บวมบริเวณที่โดนกัดต่อย รวมถึงบริเวณรอบๆ
  • ผื่นลมพิษ
  • คัน
  • อาการแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis) ซึ่งพบได้น้อย แต่เป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะจะส่งผลต่อระบบหายใจและทำให้ร่างกายมีภาวะช็อก

แพ้แมลงกัดต่อย ควรดูแลรักษาอย่างไร

โฆษณาจาก HonestDocs
มัวกังวลอยู่ทำไม? ตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์ให้สบายใจ

ลดสูงสุด 50% เริ่มต้น 299 บาท! วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น

Std adinternal ad
  • หลีกเลี่ยงการไปหรือการอยู่ในที่ที่มีแมลงเยอะ
  • ฉีดยาอีพิเนฟริน (อะดรีนาลีน) ทันที หากมีอาการของการแพ้อย่างรุนแรงเกิดขึ้น

แพ้แมลงกัดต่อย มีอาการอย่างไร?

ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้นหลังจากถูกแมลงกัดต่อยจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมักมีอาการปวด บวม แดง เฉพาะบริเวณที่โดนกัดต่อย ซึ่งเบื้องต้นควรฆ่าเชื้ออย่างง่ายโดยล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด จากนั้นให้ประคบน้ำแข็งเพื่อลดอาการบวม

สำหรับในรายที่มีอาการบวมมากกว่าบริเวณที่โดนกัดต่อย เช่น โดนกัดต่อยที่ปลายแขน แต่มีอาการบวมทั้งแขน แม้ว่าอาการดังกล่าวจะดูน่ากลัว แต่กรณีนี้มักรักษาได้ด้วยวิธีเดียวกันกับอาการทั่วไปดังข้างต้น แต่หากมีอาการปวดผิดปกติ หรือมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นเป็นวงกว้างมากๆ อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ เพราะว่าอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นนาน 2-3 วัน แพทย์อาจจำเป็นต้องสั่งยายาแก้แพ้และยาสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการ

ปฏิกิริยาร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้จากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย คือ อาการแพ้ ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ทันที สังเกตได้จากอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

  • ลมพิษ คัน และบวม ในบริเวณกว้างกว่าจุดที่โดนกัดต่อย
  • ปวดเกร็งท้อง อาเจียน คลื่นไส้ หรือท้องเสียรุนแรง
  • แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
  • เสียงแหบ บวมที่ลิ้นหรือลำคอ กลืนลำบาก

ส่วนอาการแพ้อย่างรุนแรงหรือ Anaphylaxis สามารถเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากถูกต่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากมียาอีพิเนฟริน (อะดรีนาลีน) แบบพกพาต้องฉีดทันที และเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยอาการที่อาจพบได้ มีดังนี้

  • เวียนศีรษะ หรือความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างมาก
  • หมดสติ หรือหัวใจวาย

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยเกิดอาการแพ้หลังจากถูกแมลงกัดต่อย มีโอกาส 60% ที่จะเกิดอาการแพ้แบบเดิมหรือแย่กว่าเดิมเมื่อถูกกัดต่อยในครั้งต่อไป

การวินิจฉัยแมลงกัดต่อย

หากคุณกังวลว่าตนเองอาจมีอาการแพ้จากแมลงกัดต่อย แตนต่อย หรือผึ้งต่อยดังข้างต้น ให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ โดยเบื้องต้นแพทย์จะซักประวัติทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง สอบถามถึงอาการเมื่อถูกแมลงกัดต่อยในอดีต เช่น เคยถูกกัดมากี่ครั้งแล้ว เคยโดนกัดที่ไหนบ้าง แต่ละครั้งมีอาการอย่างไร และสอบถามถึงอาการในครั้งนี้ อาการเกิดขึ้นนานแค่ไหน และทำอย่างไรอาการถึงดีขึ้น รวมทั้งถามถึงอาการอื่นๆ ที่เป็นร่วมด้วย

หลังจากนั้น แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยอาการแพ้แมลงกัดต่อย เช่น การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง การตรวจเลือด หรือการทดสอบใต้ผิวหนัง (Intradermal Skin test)

ในการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin-Prick Test) แพทย์จะหยดของเหลวที่มีส่วนประกอบของพิษจากแมลงลงบนหลังหรือท้องแขนด้านล่าง และใช้เข็มปลอดเชื้อขนาดเล็กสะกิดที่บริเวณหยดน้ำนั้นเพื่อให้ของเหลวเข้าสู่ผิวหนังด้านใน หากมีตุ่มนูนเกิดขึ้นภายใน 15-20 นาที แสดงว่ามีอาการแพ้ต่อพิษของสัตว์เหล่านั้น ส่วนในการตรวจเลือด แพทย์จะทำการเจาะเลือดไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อหาสารต้านภูมิแพ้ต่อแมลง หรือที่เรียกว่า IgE Antibodies

หากผลการตรวจไม่สามารถสรุปได้ว่ามีอาการแพ้หรือไม่ เช่น ผลจากการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือผลจากการตรวจเลือดให้ผลเป็นลบ แต่ประวัติทางการแพทย์ของคุณบ่งชี้ว่าคุณเคยมีปฏิกิริยาการแพ้มาก่อน แพทย์จะแนะนำให้ทดสอบภูมิแพ้ด้วยวิธีใต้ผิวหนัง (Intradermal Skin Test) ต่อไป โดยเป็นการทดสอบด้วยการใช้ของเหลวที่ประกอบด้วยพิษจากแมลงฉีดเข้าใต้ผิวหนังในปริมาณเล็กน้อย และวัดขนาดของตุ่มที่นูนขึ้นมาภายใน 15 นาทีหลังจากฉีด เพื่อดูปฏิกิริยาการแพ้ การทดสอบนี้มีความแม่นยำมากกว่าการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดยการสะกิดและการตรวจเลือดเพื่อหาสารภูมิคุ้มกัน IgE

การรักษาอาการแพ้แมลงกัดต่อย

การแพ้แมลงกัดต่อย ผึ้งต่อย หรือแตนต่อย มีวิธีรักษา 2 ขั้นตอน ดังนี้

  • ขั้นตอนแรก คือ การรักษาอย่างรีบด่วนหากมีอาการร้ายแรงเกิดขึ้น
  • ขั้นตอนที่สอง คือ การรักษาเชิงป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลง (Venom Immunotherapy)

ปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงที่อันตรายถึงชีวิตสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ทันที การรักษาอย่างรีบด่วน ได้แก่ การให้ยาอีพิเนฟริน ยาแก้แพ้ และในบางกรณีอาจต้องมีการให้ยาสเตียรอยด์ การให้น้ำเกลือ การให้ออกซิเจน และการรักษาอื่นร่วมด้วย หากอาการเริ่มคงที่แล้ว ในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชนิดตลอดทั้งคืนก่อนจะกลับบ้านได้

ส่วนการฉีดยาอีพิเนฟริน (Epinephrine) ด้วยตนเอง แพทย์มักสั่งจ่ายให้ผู้ป่วยพกติดตัวไว้เผื่อกรณีมีอาการแพ้อย่างรุนแรงฉุกเฉินเกิดขึ้น เพื่อเป็นยาช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยที่เคยมีประวัติการแพ้รุนแรงในอดีตหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง โดยผู้ป่วยจะต้องไม่ลืมพกยานี้ติดตัวตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การใช้ยาฉีดนี้เพียง 1 ครั้งอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ทันทีหลังจากฉีดยาดังกล่าวแล้วด้วย

การฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลง (Venom Immunotherapy)

การแพ้แตนต่อย ต่อต่อย ผึ้งต่อย มดคันไฟกัด หรือแมลงใดๆ มีวิธีป้องกันในระยะยาวด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลง วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพสูงถึง 98% โดยนอกจากการลดความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงในอนาคตหากถูกแมลงต่อยหรือกัดอีกครั้งแล้ว การฉีดวัคซีนยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วย ซึ่งจะเห็นชัดมากในผู้ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งเสมอ ทั้งนี้ ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนนี้จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปี แต่ก็สามารถมีต่อไปได้เรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการเกิดปฏิกิริยาแพ้ในอดีต และความเสี่ยงที่จะถูกกัดต่อยในอนาคตด้วย

การฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลงนี้จะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ โดยฉีดพิษของแมลงในปริมาณน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันจากอาการแพ้โดยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วย วิธีนี้สามารถลดความเสี่ยงต่อการแพ้แมลงกัดต่อยในอนาคตได้ และได้ผลดีในคนทั่วไป ช่วยให้ผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยารุนแรงจากแมลงกัดต่อยสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนคนทั่วไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์จนถึงเดือน

สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองอาจมีอาการแพ้แมลงกัดต่อย แต่ยังไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ โดยแพทย์จะเก็บข้อมูลประวัติในอดีต และให้คุณเข้ารับการตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง เพื่อดูว่าควรเข้ารับการฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลงหรือไม่ 

หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแมลงกัดต่อยอย่างไรดี?

การถูกแมลงกัดต่อยมักพบบ่อยในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งยาไล่แมลงอย่างยากันยุงนั้นไม่สามารถป้องกันแมลงเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะต่อและแตนที่มักทำรังในพุ่มไม้ ต้นไม้ และตามอาคาร ทำให้ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่เหล่านี้ 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้แนะนำให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแมลงกัดต่อย

  • หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าแตะ หรือการเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า เพราะอาจมีผึ้งที่ชอบหาอาหารบนวัชพืชสีขาวที่เติบโตในสนามหญ้าอยู่
  • ไม่ตบตีแมลงที่บินอยู่ หากจำเป็นให้ใช้แปรงปัดออกไป หรือรอให้แมลงออกไปจากบริเวณนั้นเอง
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มจากกระป๋อง เพราะแมลงอาจเข้าไปในกระป๋องเพื่อดูดกินน้ำหวานในกระป๋องได้
  • หลีกเลี่ยงการเปิดกระป๋องน้ำหวานขณะรับประทานอาหารกลางแจ้งหรือไปปิกนิก เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการถูกผึ้งต่อยขณะอยู่กลางแจ้ง
  • เมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้าน พยายามเก็บอาหารไว้ในภาชนะมีฝาปิดตลอดเวลา
  • ควรเก็บกระป๋องต่างๆ ที่เป็นขยะแล้วไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม สเปรย์ใส่ผม โคโลญจ์ และที่ระงับกลิ่นกาย
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีสด
  • หากทำสวน ควรทำด้วยความระมัดระวัง สวมถุงเท้า รองเท้า และถุงมือสำหรับทำสวน เพื่อป้องกันการถูกแมลงกัดต่อยที่มือและเท้า หากเจอกองเนินดินบางอย่างให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ เพราะอาจเป็นรังหรือที่อยู่ของแมลงได้
  • ดูแลกระจกรถและหน้าต่างรถให้ทำงานได้ดี และปิดกระจกให้สนิทเวลาขับรถด้วย
  • พกยาที่แพทย์สั่งติดตัวเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำหากถูกแมลงกัดต่อย โดยใช้ยานี้ในกรณีฉุกเฉินระหว่างทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการหรือรับการรักษาเพิ่มเติม

มดคันไฟกัด มีอาการและวิธีรักษาอย่างไร?

การถูกมดคันไฟกัดอาจมีความแตกต่างจากการถูกแมลงอื่นๆ กัดตรงที่มักถูกกัดพร้อมกันหลายตัว เพราะหากรังของพวกมันถูกรบกวน จะมีมดหลายร้อยถึงหลักพันตัวตอบสนองต่อการรบกวนนี้ นอกจากนี้มดแต่ละตัวสามารถกัดซ้ำได้ด้วย โดยจะยึดขากรรไกรไว้กับผิวหนังและกัดซ้ำอีกหลายครั้ง ซึ่งการกัดในลักษณะนี้จะทำให้ดึงออกยาก ต้องดึงออกทีละตัว ไม่สามารถปัดออกทีเดียวทั้งหมดได้

ความรุนแรงของอาการหลังโดนมดคันไฟกัดในแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป แต่เกือบทุกคนที่โดนกัดจะมีอาการคัน มีผื่นลมพิษ หรือมีตุ่มนูนเกิดขึ้นบริเวณที่ถูกกัด และอาการจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 30-60 นาที ตามมาด้วยตุ่มพุพองขนาดเล็กภายใน 4 ชั่วโมง รวมถึงมีหนองเกิดขึ้นภายในตุ่มภายในระยะเวลา 8-24 ชั่วโมง โดยอาจเห็นเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว หากตุ่มนี้ไม่ได้ถูกเปิดออกก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้น้อย เมื่อหายดีแล้วอาจเกิดเป็นรอยแผลเป็น

การรักษาเมื่อถูกมดคันไฟกัดมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ตุ่มหนองพุพองแตกออก ดังนั้น จึงควรหมั่นล้างตุ่มพุพองด้วยสบู่และน้ำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน พยายามระวังไม่ให้ตุ่มพุพองแตกออก หากตุ่มเปิดออกเองโดยไม่ตั้งใจ ต้องใส่ใจดูแลตุ่มบริเวณนั้นโดยรักษาความสะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ การใช้ยาทาสเตียรอยด์ชนิดขี้ผึ้งและการรับประทานยาแก้แพ้ก็อาจช่วยบรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นได้

การฉีดวัคซีนป้องกันการแพ้มดคันไฟคืออะไร?

การรักษาในระยะยาวเพื่อป้องกันการแพ้มดคันไฟกัด เรียกว่า การฉีดวัคซีนที่สกัดจากตัวมดคันไฟ (ไม่ใช่พิษของมดอย่างเดียว) ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันอาการแพ้จากมดคันไฟกัดในอนาคต แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้หรือด้านโรคภูมิคุ้มกันเท่านั้น

การฉีดวัคซีนนี้ทำโดยฉีดด้วยปริมาณน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดอาการแพ้ ใช้ได้ผลดีในคนทั่วไป ผู้ป่วยที่เคยแพ้มดคันไฟกัดอย่างรุนแรงจะสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปได้หลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วเป็นสัปดาห์จนถึงเป็นเดือน

หากคุณคิดว่าตัวคุณแพ้มดคันไฟกัด ให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ แพทย์จะพิจารณาจากประวัติในอดีตและอาจให้ตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่าต้องฉีดวัคซีนชนิดนี้หรือไม่

ทำอย่างไรเมื่อถูกผึ้ง ต่อ แตน และแมลงที่มีเหล็กในต่อย?

วิธีปฏิบัติเมื่อถูกผึ้งหรือแมลงอื่นๆ ที่มีเหล็กในต่อยขึ้นอยู่กับอาการหลังจากนั้น หากเป็นอาการปกติที่ไม่ใช่อาการแพ้ เช่น ปวด บวม แดง หรือรู้สึกไม่สบายผิวบริเวณนั้น และมีเหล็กในฝังอยู่ที่ผิวหนัง ให้พยายามขูดออก โดยอาจใช้มุมของบัตรเครดิตดันออกจากผิวหนัง แต่อย่าใช้วิธีจิกออกเพราะจะเป็นการเพิ่มการกระจายของพิษที่ผิวหนัง จากนั้นอาจประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อช่วยควบคุมอาการบวม และบรรเทาอาการปวดด้วยยาพาราเซตามอลหรือยาไอบูโพรเฟน (ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี) หากมีอาการคันให้รับประทานยาแก้แพ้ ร่วมกับใช้น้ำแข็งประคบ หรือใช้โลชั่นคาลาไมน์ทาบริเวณที่คัน 

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการตอบสนองต่อการถูกต่อยหรือกัดในบริเวณกว้างกว่า ซึ่งมักมีอาการบวมโดยทั่วไปมากกว่า 3 นิ้วรอบๆ บริเวณที่ถูกกัดต่อย เช่น โดนต่อยที่บริเวณแขนด้านหน้า แต่มีอาการบวมไปทั้งแขน เป็นต้น ในกรณีนี้ให้กำจัดเหล็กในที่ฝังอยู่ และบรรเทาอาการปวด บวม และคัน ด้วยหลายวิธีร่วมกันเช่นเดียวกับอาการปกติ ได้แก่ ประคบน้ำแข็ง รับประทานยาแก้แพ้หรือยาแก้ปวด โดยจะมีอาการบวมมากที่สุดเมื่อผ่านไป 2-3 วันหลังจากถูกต่อย และอาจเป็นติดต่อนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น อย่างไรก็ตาม อาการชนิดนี้จะคล้ายกับชนิดแรกคือ ไม่อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่อาจจะมีอาการปวดและบวมบริเวณที่ถูกต่อยไปนานอีกหลายวัน

สำหรับอาการตอบสนองชนิดสุดท้าย คืออาการแพ้อย่างรุนแรงที่หรือเรียกว่า Anaphylaxis ซึ่งถือเป็นชนิดที่อันตรายที่สุดและรุนแรงถึงชีวิต ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน โดยอาการจะมีให้เห็นได้ตั้งแต่ผื่นคันลมพิษในระดับเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงมาก รวมถึงมีภาวะช็อก หรือสูญเสียความสามารถในการหายใจ ทำให้หายใจไม่ออก จนเป็นอันตรายถึงชีวิตในที่สุด หากคุณเคยมีอาการแพ้แบบรุนแรงหลังจากถูกแมลงกัดต่อย ควรพกยาฉีดอีพิเนฟฟินติดตัวไว้เสมอ เมื่อถูกแมลงกัดต่อย ให้รีบฉีดยานี้ทันที และโทรเรียกรถพยาบาลที่เบอร์ 1669 หรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีหากมีอาการแพ้อย่างรุนแรงเกิดขึ้น 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
แพ้ฝุ่น ไม่ได้เกิดจากฝุ่นเสมอไป ศึกษาสาเหตุและวิธีดูแลตัวเองเมื่อแพ้ฝุ่น
แพ้ฝุ่น ไม่ได้เกิดจากฝุ่นเสมอไป ศึกษาสาเหตุและวิธีดูแลตัวเองเมื่อแพ้ฝุ่น
บทความต่อไป
แพ้สัตว์เลี้ยง (Pet Allergies)
แพ้สัตว์เลี้ยง (Pet Allergies)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่