แพ้แมลงกัดต่อย (Insect Sting Allergy)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที

แพ้แมลงกัดต่อย (Insect Sting Allergy)

การถูกแมลงกัดต่อย ได้แก่ ผึ้ง, ต่อ, แตน, มดคันไฟ จะทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้พิษของสัตว์เหล่านี้ที่ถูกฉีดเข้าที่ผิวหนัง อย่างไรก็ตามคนส่วนมากมักไม่แพ้พิษของแมลงเหล่านี้ แต่อาการปวดที่เกิดขึ้นจากการต่อยอาจทำให้สับสนว่าเป็นอาการปวดธรรมดาหรืออาการแพ้กันแน่ ดังนั้นการรู้ให้แน่ชัดระหว่างปฏิกิริยาธรรมดาและปฏิกิริยาแพ้จะทำให้คุณรู้ว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์  

 

ภาพรวม

ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่แพ้แมลงกัดต่อย การรู้ความแตกต่างระหว่างปฏิกิริยาการแพ้ กับ ปฏิกิริยาปกติ จะช่วยลดความกังวลและช่วยป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็น

คนหลายพันคนในหนึ่งปีไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลโดยมีสาเหตุจากแมลงกัดต่อย จากการคาดการณ์เราพบว่าปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรงถึงชีวิตจะพบอยู่ที่ 0.4-0.8% ในเด็ก และ 3% ในผู้ใหญ่ และมีคนอย่างน้อย 90-100 คนต่อปี เสียชีวิตจากการแพ้แมลงกัดต่อยอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า anaphylaxis

แมลงสัตว์กัดต่อยมีอาการอย่างไร

  • ปวด
  • ผิวแดง
  • บวมบริเวณที่โดนกัดต่อย รวมถึงบริเวณรอบๆ
  • ผื่นลมพิษ
  • คัน
  • อาการแพ้อย่างรุนแรงเฉียบพลัน (anaphylaxis) ซึ่งพบได้น้อย อาการแพ้นี้เป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะว่าจะส่งผลต่อระบบหายใจและทำให้ร่างกายมีภาวะช็อก

การจัดการเกี่ยวกับการแพ้แมลงกัดต่อยและการรักษา

  • หลีกเลี่ยงแมลง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแมลง
  • ฉีดยา อีพิเนฟฟิน (อะดรีนาลีน) ทันที หากมีอาการของการแพ้อย่างรุนแรงเกิดขึ้น

อาการของการแพ้แมลงกัดต่อย

ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้นหลังจากโดนแมลงกัดต่อยจะแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ปฏิกิริยาการตอบสนองทั่วไปจะเป็นอาการปวด บวม แดง เฉพาะบริเวณที่โดดกัดต่อย การฆ่าเชื้ออย่างง่ายด้วยการล้างด้วยสบู่และน้ำเป็นสิ่งที่ต้องทำ และให้ประคบน้ำแข็งเพื่อลดบวม

สำหรับปฏิกิริยาเฉพาะที่ที่ใหญ่ขึ้น หมายถึง มีอาการบวมมากกว่าบริเวณที่โดนกัดต่อย เช่น โดนกัดต่อยที่ปลายแขน แต่มีอาการบวมทั้งแขน เป็นต้น แม้ว่าจะดูน่ากลัว แต่กรณีนี้มักจะรักษาด้วยวิธีเดียวกันกับปฏิกิริยาปกติโดยทั่วไป แต่ถ้ามีอาการปวดอย่างผิดปกติ หรือมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นเป็นวงกว้างมากๆ อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์  และเพราะว่าปฏิกิริยานี้อาจเป็นนาน 2-3 วัน ดังนั้นแพทย์อาจสั่งยาต้านฮีสตามีน (ยาแก้แพ้) และยาสเตียรอยด์ในบางครั้งเพื่อบรรเทาอาการ

มดคันไฟ ต่อ แตน สามารถต่อยซ้ำได้ แต่ผึ้งเมื่อต่อยแล้วจะทิ้งเหล็กในไว้ที่ผิวหนังของผู้ที่ถูกต่อย ซึ่งเหล็กในควรเอาออกด้วยการขูดดีกว่าการหมุนดึงออก เพื่อป้องกันการกระจายของพิษภายในพิษหนัง

เกือบทุกคนที่โดนมดคันไฟกัดจะมีอาการคัน ผื่นลมพิษเฉพาะที่ หรือมีตุ่มนูนที่บริเวณที่โดนกัด และอาการมักจะลดลงภายใน 30-60 นาที หลังจากนั้นจะตามด้วยตุ่มน้ำใสภายใน 4 ชั่วโมง และมักจะมีหนองภายในตุ่มเหล่านั้นภายใน 8-24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เห็นคือเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว และตุ่มพุพองนี้จะมีโอกาสติดเชื้อได้น้อยถ้าไม่ถูกเปิดออก เมื่อหายดีแล้วอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้

การรักษาหลังจากถูกมดคันไฟกัดมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อซ้ำซ้อน ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อตุ่มน้ำนั้นแตกออก การล้างทำความสะอาดตุ่มน้ำพุพองนั้นด้วยสบู่และน้ำจะช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ อย่าพยายามเปิดแผลตุ่มน้ำนั้น การใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดขี้ผึ้งทาที่ตุ่ม และการใช้ยาต้านฮีสตามีน (ยาแก้แพ้) อาจช่วยบรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยานี้ได้

ปฏิกิริยาร้ายแรงที่เกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อยคือ อาการแพ้ ซึ่งถ้าเกิดอาการแพ้ขึ้นต้องรับได้การดูแลรักษาจากแพทย์ทันที อาการของปฏิกิริยาแพ้อาจมีอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้:

  • ลมพิษ คัน และบวม มากกว่าบริเวณที่โดนกัดต่อย
  • ปวดเกร็งท้อง อาเจียน คลื่นไส้หรือท้องเสียรุนแรง
  • แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
  • เสียงแหบ หรือบวมที่ลิ้นหรือลำคอ หรือกลืนลำบาก

อาการแพ้อย่างรุนแรงหรือ anaphylaxis สามารถเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่นาทีหลังจากการต่อยและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากมียา อีพิเนฟฟิน (อะดรีนาลีน) แบบพกพาต้องฉีดทันที และเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา การแพ้รุนแรง อาจมีอาการดังนี้

  • เวียนศีรษะ หรือความดันโลหิตต่ำลงอย่างมาก
  • หมดสติ หรือหัวใจวาย

ผู้ที่เคยเกิดอาการแพ้หลังจากโดนแมลงกัดต่อย จะมีโอกาส 60% ที่จะเกิดอาการแพ้แบบเดิมหรือแย่กว่าเดิมเมื่อโดนกัดต่อยในครั้งต่อไป

การวินิจฉัย

หากคุณกังวลว่าคุณอาจแพ้แมลงกัดต่อย ให้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะซักประวัติทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง สอบถามถึงการถูกแมลงกัดต่อยในอดีต (เคยถูกกัดมากี่ครั้งแล้ว และเคยโดนกัดที่ไหนบ้าง) สอบถามถึงอาการในครั้งนี้ (คุณรู้สึกอย่างไรหลังโดนกัด, ระยะเวลาของอาการนานแค่ไหน และทำอย่างไรอาการถึงดีขึ้น) และถามถึงอาการอื่นๆ ที่เป็นร่วมด้วย

แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยอาการแพ้แมลงกัดต่อย เช่น การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง การตรวจเลือด หรือการทดสอบใต้ผิวหนัง (intradermal skin test)

ในการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (skin-prick test) แพทย์จะหยดของเหลวที่มีส่วนประกอบของพิษจากแมลงลงบนหลังหรือท้องแขนด้านล่าง และจะใช้เข็มปลอดเชื้อขนาดเล็กสะกิดที่บริเวณหยดน้ำนั้นเพื่อให้ของเหลวเข้าสู่ผิวหนังด้านใน หากมีตุ่มนูนเกิดขึ้นภายใน 15-20 นาที หมายถึงมีอาการแพ้ต่อพิษของสัตว์เหล่านั้น สำหรับการตรวจเลือด แพทย์จะเจาะเลือดของคุณไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อหาสารต้านภูมิแพ้ต่อแมลง หรือที่เรียกว่า IgE antibodies

หากผลการตรวจไม่สามารถสรุปได้ เช่น ผลจากการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือผลจากการตรวจเลือดให้ผลเป็นลบ แต่ประวัติทางการแพทย์ของคุณบ่งชี้ว่าคุณเคยมีปฏิกิริยาการแพ้มาก่อน แพทย์จะแนะนำให้ทดสอบภูมิแพ้ด้วยวิธีใต้ผิวหนัง (intradermal skin test) ต่อไป โดยการทดสอบใต้ผิวหนังนี้ ของเหลวที่ประกอบด้วยพิษจากแมลงจะถูกฉีดเข้าใต้ผิวหนังในปริมาณเล็กน้อย และจัดวัดขนาดของตุ่มที่นูนขึ้นมาภายใน 15 นาทีหลังจากฉีดเพื่อดูปฏิกิริยาการแพ้ การทดสอบนี้มีความแม่นยำมากกว่าการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดยการสะกิด (skin-prick test) หรือการตรวจเลือดเพื่อหาสารภูมิคุ้มกัน IgE

ความรุนแรงของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นที่ผิวหนัง หรือ ค่าตัวเลขที่ได้จากการตรวจเลือดในครั้งนี้ จะไม่สามารถบอกความรุนแรงของอาการแพ้ที่จะเกิดขึ้นหากโดนแมลงกัดต่อยในครั้งถัดไปได้

การจัดการและการรักษา

การแพ้แมลงกัดต่อยจะรักษาด้วย 2 ขั้นตอนนี้:

  • ขั้นตอนแรก คือการรักษาอย่างรีบด่วนหากมีอาการร้ายแรงเกิดขึ้น
  • ขั้นตอนที่สอง คือ การรักษาเชิงป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลง (venom immunotherapy)

ปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงที่อันตรายถึงชีวิตสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ทันที การรักษาอย่างรีบด่วน ได้แก่ การให้ยา อีพิเนฟฟิน ยาแก้แพ้ และในบางกรณี อาจะต้องมีการให้ยาสเตียรอยด์ การให้สารน้ำ (น้ำเกลือ) การให้ออกซิเจน และการรักษาอื่นร่วมด้วย หากอาการเริ่มคงที่แล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชนิดตลอดทั้งคืนก่อนที่จะกลับบ้านได้

การฉีดยาอีพิเนฟฟิน (epinephrine) ด้วยตนเอง มักถูกจ่ายให้ผู้ป่วยไว้เพื่อเกิดอาการแพ้ฉุกเฉินเกิดขึ้น เพื่อเป็นยาช่วยชีวิต ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติการแพ้ในอดีตและจำเป็นต้องใช้ยาฉีดอีพิเนฟฟิน ต้องไม่ลืมที่จะพกยานี้ติดตัวตลอดเวลา อย่างไรก็ตามการใช้ยาฉีดนี้เพียง 1 ครั้งอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ไขอาการแพ้ที่เกิดขึ้น ดังนั้นให้ไปพบแพทย์ทันทีหลังโดนแมลงสัตว์กัดต่อย

การฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลง (venom immunotherapy)

การรักษาระยะยาวหากเกิดการแพ้แมลงกัดต่อย คือ การฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลง (venom immunotherapy) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปฏิกิริยาแพ้จากแมลงกัดต่อยในอนาคตได้

การฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลงนี้ จะทำโดยการฉีดพิษของแมลงในปริมาณน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดการแพ้เกิดขึ้น วิธีนี้สามารถลดความเสี่ยงต่อการแพ้แมลงกัดต่อยในอนาคตได้ ซึ่งได้ผลดีในคนทั่วไป ผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงของการเกิดปฏิกิริยารุนแรงจากแมลงกัดต่อยจะสามารถกลับมามีชีวิตปกติได้เหมือนคนทั่วไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์จนถึงเดือน

ถ้าคุณคิดว่าคุณมีอาการแพ้แมลงกัดต่อย ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ แพทย์จะเก็บข้อมูลประวัติในอดีต และให้คุณตรวจเพิ่มเติม เพื่อบอกว่าคุณควรเข้ารับการตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนภูมิแพ้แมลงหรือไม่

หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแมลงกัดต่อย

การเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีในการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแมลงกัดต่อย ได้แก่ มดคันไฟ ผึ้ง ต่อ แตน จะทำให้คุณใช้ชีวิตในหน้าร้อนได้อย่างมีความสุข แมลงกัดต่อยมักพบในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และช่วงต้นของฤดูฝน ยาไล่แมลง เช่น ยากันยุง ไม่สามารถป้องกันการกัดต่อยของแมลงเหล่านี้ได้ ต่อและแตนจะทำรังในพุ่มไม้ ต้นไม้ และตามอาคาร ดังนั้นใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อต้องทำงานหรือต้องเล่นในพื้นที่เหล่านี้ หลีกเลี่ยงการเปิดกระป๋องน้ำหวานขณะรับประทานอาหารกลางแจ้งหรือไปปิกนิก เพื่อลดโอกาสที่จะเจอผึ้งต่อยขณะอยู่กลางแจ้ง

วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการฆ่ามดคันไฟคือการใช้เหยื่อล่อ เหยื่อมักประกอบไปด้วยน้ำมันถั่วเหลืองและข้าวโพดคั่วร่วมกับสารเคมี เหยื่อจะถูกมดงานเก็บไปที่รังและนำไปให้ราชินีมดกิน ซึ่งจะทำให้มดตายยกรัง โดยใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะเห็นผล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้แนะนำให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแมลงกัดต่อย:

  • หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าแตะ หรือเดินเท้าเปล่าในพื้นหญ้า เพราะผึ้งอาจหาอาหารบนวัชพืชสีขาวที่เติบโตในสนามหญ้าก็ได้
  • ไม่ตบตีแมลงที่บินอยู่ หากจำเป็นให้ใช้แปรงปัดออกไป หรือรอให้แมลงออกไปจากบริเวณนั้นเอง
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มจากกระป๋อง เพราะแมลงอาจเข้าไปในกระป๋องเพื่อดูดกินน้ำหวานในกระป๋องได้
  • เมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้าน พยายามเก็บอาหารในภาชนะมีฝาปิดตลอดเวลา
  • กระป๋องต่างๆ ที่เป็นขยะแล้วควรเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด
  • หลีกเลี่ยงน้ำหอม สเปรย์ใส่ผม โคโลญจ์ และที่ระงับกลิ่นกาย
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีสด
  • การทำสวนควรทำด้วยความระมัดระวัง สวมถุงเท้า รองเท้า และถุงมือสำหรับทำสวน เพื่อป้องกันการกัดต่อยของแมลงที่มือและเท้า หากเจอกองเนินดินบางอย่างให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้
  • ดูแลกระจกรถและหน้าต่างรถให้ทำงานได้ดี และขับรถให้ปิดกระจกด้วย
  • นำยาที่แพทย์สั่งติดตัวเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำหากคุณถูกแมลงกัดต่อย ซึ่งยานี้จะใช้ในกรณีฉุกเฉินระหว่างทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการหรือรับการรักษาเพิ่มเติม

ถ้าคุณเคยมีอาการแพ้จากแมลงกัดต่อย การเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

มดคันไฟกัด

การรักษาเมื่อแพ้มดคันไฟกัด

การรักษาเมื่อแพ้มดคันไฟกัดมีสองขั้นตอนดังนี้:

  • ขั้นตอนแรก คือ การรักษาอย่างรีบด่วนเพื่อรักษาอาการแพ้ร้ายแรงที่เกิดขึ้น
  • ขั้นตอนที่สอง คือ การรักษาเชิงป้องกัน โดยการฉีดวัคซีนป้องกันการแพ้มดคันไฟ

ปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรงถึงแก่ชีวิตสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน การรักษาแบบเร่งด่วนคือการให้ยาฉีดอีพิเนฟฟิน ยาต้านฮีสตามีน (ยาแก้แพ้) และในบางกรณีต้องมีการให้ยาสเตียรอยด์ ให้สารน้ำ (น้ำเกลือ) ให้ออกซิเจน และการรักษาอื่นร่วมด้วย เมื่ออาการคงที่แล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอดคืนก่อนที่จะกลับบ้านได้

การฉีดยาอีพิเนฟฟินมักถูกจ่ายให้ผู้ป่วยไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อรักษาอาการแพ้ ผู้ที่เคยมีอาการแพ้เกิดขึ้นและจำเป็นต้องใช้อีพิเนฟฟินต้องพกยานี้ติดตัวเสมอ อย่างไรก็ตามการใช้ยาฉีดอีพิเนฟฟิน 1 ครั้งอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้น ดังนั้นให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหลังโดนมดคันไฟกัด

อาการปกติที่เกิดหลังจากโดนมดคันไฟกัดเป็นอย่างไร และรักษาอย่างไร

ความรุนแรงของอาการหลังโดนมดคันไฟกัดจะแตกต่างกันแล้วแต่คน หนึ่งในความแตกต่างหลักๆ ของมดคันไฟและแมลงอื่นๆ คือ เหตุการณ์ที่โดนมดคันไฟกัดจะโดนหลายๆ ตัว เพราะหากรังของมดคันไฟถูกรบกวน จะมีมดหลายร้อยถึงหลักพันตัวตอบสนองต่อการรบกวนนี้ นอกจากนี้มดแต่ละตัวสามารถกัดซ้ำได้ด้วย มดแต่ละตัวจะกัดและยึดขากรรไกรกับผิวหนังและกัดซ้ำอีกหลายครั้ง เมื่อมดคันไฟกัดและยึดขากรรไกรไว้กับผิวหนังจะทำให้ดึงออกยาก ต้องดึงออกทีละตัว ไม่สามารถปัดออกทีเดียวทั้งหมดได้

เกือบทุกคนที่โดนมดคันไฟกัดจะมีอาการคัน หรือมีผื่นลมพิษ หรือมีตุ่มนูนเกิดขึ้นที่บริเวณที่ถูกกัด และอาการจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 30-60 นาที และตามด้วยตุ่มพุพองขนาดเล็กภายใน 4 ชั่วโมง และมีหนองเกิดขึ้นภายในตุ่มภายในระยะเวลา 8-24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เห็นคือเซลล์ที่ตายแล้ว และโอกาสติดเชื้อมักมีน้อยหากตุ่มนี้ไม่ได้ถูกเปิดออก เมื่อหายดีแล้วจะเกิดเป็นรอยแผลเป็น

รักษาเมื่อถูกมดคันไฟกัดมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน ซึ่งจะเกิดขึ้นหากตุ่มหนองพุพองแตกออก การล้างตุ่มพุพองด้วยสบู่และน้ำจะช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ อย่าพยายามทำให้ตุ่มพุพองแตกออก ถ้าตุ่มเปิดออกเองโดยไม่ตั้งใจ ต้องใส่ใจดูแลตุ่มบริเวณนั้นโดยรักษาความสะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การใช้ยาทาสเตียรอยด์ชนิดขี้ผึ้งและการรับประทานยาแก้แพ้อาจช่วยบรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นได้

การฉีดวัคซีนป้องกันการแพ้มดคันไฟคืออะไร?

การรักษาในระยะยาวเพื่อป้องกันการแพ้มดคันไฟกัดเรียกว่า การฉีดวัคซีนที่สกัดจากตัวมดคันไฟ (ไม่ใช่พิษของมดอย่างเดียว) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้หรือด้านโรคภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะช่วยป้องกันการแพ้มดคันไฟกัดในอนาคตได้

การฉีดวัคซีนนี้จะเป็นการฉีดด้วยปริมาณน้อยๆ และค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดการแพ้มดคันไฟกัดในอนาคตได้ โดยได้ผลดีในคนทั่วไป ผู้ป่วยที่เคยแพ้มดคันไฟกัดอย่างรุนแรงจะมีชีวิตเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปได้หลังจากฉีดวัคซีนไปแล้วเป็นสัปดาห์จนถึงเป็นเดือน

หากคุณคิดว่าตัวคุณแพ้มดคันไฟกัด ให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากประวัติในอดีตและให้ตรวจเพิ่มเติม เพื่อประเมินคุณควรตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังเพิ่มเติมและต้องฉีดวัคซีนหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ต้องทำอย่างไรหากถูกผึ้งต่อย และเมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์?

จะต้องทำอย่างไร ขึ้นกับว่าเมื่อถูกผึ้งหรือแมลงอื่นๆ กัดแล้ว เกิดอาการอย่างไรบนผิวหนัง อาการปกติที่ไม่ใช่อาการแพ้ จะมีอาการปวด รู้สึกไม่สบายผิวบริเวณนั้น เช่น บวม แดง ที่บริเวณที่ถูกกัดต่อย ถ้าเหล็กในฝังอยู่ที่ผิวหนังให้ใช้การขูดออก เช่น เช่นมุมของบัตรเครดิตดันออกจากผิวหนัง อย่าใช้วิธีจิกออกเพราะจะเป็นการเพิ่มการกระจายของพิษที่ผิวหนัง การประคบด้วยน้ำแข็งจะช่วยควบคุมอาการบวม การใช้ยาแก้ปวดพาราเซตามอล หรือยาไอบูโพรเฟนจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้  (ไม่ใช่ยาแอสไพรินในเด็กอายุน้อยกว่า 19 ปี) สำหรับอาการคันให้รับประทานยาแก้แพ้ ใช้น้ำแข็งประคบ หรือใช้คาลาไมน์โลชั่นทาที่บริเวณที่คัน อาการตอบสนองปกตินี้ไม่ใช่อาการที่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่การหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกต่อยในอนาคตก็เป็นความคิดที่ดี

การตอบสนองชนิดที่ 2 จะคล้ายกับชนิดแรก แต่ขนาดของการตอบสนองจะกินบริเวณกว้างกว่า จะมีอาการบวมโดยทั่วไปจะบวมมากกว่า 3 นิ้วรอบๆ บริเวณที่ถูกกัดต่อย ตัวอย่างเช่น โดนต่อยที่บริเวณแขนด้านหนา แต่มีอาการบวมไปทั้งแขน เป็นต้น ให้กำจัดเหล็กในที่ฝังอยู่ และบรรเทาอาการปวด บวม และคัน ด้วยหลายวิธีร่วมกัน คือ ประคบน้ำแข็ง รับประทานยาแก้แพ้ เป็นต้น กรณีนี้ผู้ป่วยจะบวมมากที่สุดเมื่อผ่านไป 2-3 วันหลังจากโดนต่อย และอาจเป็นนานเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น แต่อาการชนิดนี้จะคล้ายกับชนิดแรกคือไม่อันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตามคุณจะมีอาการปวดและบวมที่บริเวณที่ถูกต่อยไปนานอีกหลายวัน

การตอบสนองชนิดสุดท้าย เป็นชนิดที่อันตรายที่สุด คือผู้ป่วยจะมีอาการแพ้อย่างรุนแรง หรือเรียกว่า anaphylactic ซึ่งเป็นการแพ้ที่รุนแรงถึงชีวิต ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน อาการจะมีตั้งแต่ผื่นคันลมพิษในระดับเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงมาก รวมถึงมีภาวะช็อก หรือสูญเสียความสามารถในการหายใจ ทำให้หายใจไม่ออก ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ถ้าคุณเคยมีอาการแพ้แบบรุนแรงหลังจากถูกแมลงกัดต่อย คุณควรพกยาฉีดอีพิเนฟฟินติดตัวเสมอ หากคุณถูกแมลงกัดต่อยขึ้นมา ให้รีบฉีดยานี้ทันที และโทรเรียกรถพยาบาลที่ 1669 หรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีหากมีอาการของการแพ้อย่างรุนแรงเกิดขึ้น แม้ว่าจะฉีดยาอีพิเนฟฟินแล้วก็ตาม

จะรู้ได้อย่างไรว่าฉันแพ้แมลงกัดต่อย?

อาการของการแพ้จะมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงอาการรุนแรง ซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้ (อาการเดียวหรือหลายอาการร่วมกันก็ได้)

  • ผื่นลมพิษ
  • คัน
  • ผิวแดง
  • บวมที่บริเวณที่ห่างจากบริเวณที่โดนกัดต่อย
  • เวียนศีรษะ หรือความดันโลหิตต่ำลงอย่างมาก
  • เสียงแหบ ไอ บวมที่ลิ้น หรือกลืนลำบาก
  • ผื่นลมพิษ คัน และบวมที่บริเวณอื่นนอกจากบริเวณที่ถูกกัดต่อย
  • ปวดท้องเกร็ง อาเจียน คลื่นไส้หรือท้องเสียรุนแรง
  • หมดสติ หรือหัวใจวาย
  • เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง (anaphylaxis) ซึ่งปฏิกิริยาการแพ้ที่อันตรายถึงชีวิต ทำให้เกิดปัญหาที่ระบบหายใจ ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงอย่างกะทันหัน และทำให้ร่างกายเกิดภาวะช็อก ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหลังโดนแมลงกัดต่อย ซึ่งต้องฉีดอีฟิเนิฟฟินทันที และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร็วที่สุด

ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพ้แมลงกัดต่อย?

อาการแพ้แมลงกัดต่อยอาจเกิดขึ้นได้แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่เคยแพ้ก็ตาม และพบได้ทุกช่วงอายุ ประมาณการว่าปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรงถึงชีวิตจากการแพ้แมลงกัดต่อย จะพบประมาณ 0.4-0.8% ในเด็ก และพบ 3% ในผู้ใหญ่

สามารถรักษาการแพ้แมลงกัดต่อยให้หายได้หรือไม่?

ได้ ในการป้องกันระยะยาว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะพิจารณาฉีดวัคซีนให้กับคุณ ซึ่งจะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคุณ โดยมีประสิทธิภาพถึง 98% หากโดนกัดต่อยอีกครั้ง นอกจากการลดความเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงในอนาคตแล้ว การฉีดวัคซีนจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วย ซึ่งจะเห็นชัดมากในผู้ที่ชอบมีกิจกรรมกลางแจ้งเสมอ ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนนี้จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปี แต่ก็สามารถมีต่อไปได้เรื่อยๆ ขึ้นกับความรุนแรงของการเกิดปฏิกิริยาในอดีต และความเสี่ยงที่จะถูกกัดต่อยในอนาคตด้วย

ฉันจำเป็นต้องมียาฉีดอีพิเนฟฟินแบบพกพาหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงของคุณ รวมถึงประวัติการเกิดอาการหลังโดนกัดต่อยในอดีต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะเป็นผู้พิจารณาว่าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงหรือไม่ หากใช่ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาฉีดอีพิเนฟฟินแบบพกพานี้ให้กับคุณถ้าจำเป็น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่