แพ้ฝุ่น (Dust allergy)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 18, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที

แพ้ฝุ่น (Dust allergy)

ผู้ที่มีอาการแพ้ฝุ่นจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับการจาม แต่การจามไม่ใช่อาการที่รบกวนคุณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การแพ้ฝุ่นยังทำให้ผู้คนจำนวนมากมีอาการคัดจมูกหรือมีน้ำมูกไหล หรือทำให้มีอาการคันที่ตา ตาแดง หรือมีน้ำตาไหล ร่วมด้วย

 

ภาพรวม

การแพ้ฝุ่นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบาก และอาจเป็นตัวกระตุ้นอาการของโรคหอบหืดได้ เช่น หายใจมีเสียงวี๊ด ไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม

ฝุ่นยังสามารถทำให้บางคนมีอาการคันได้ด้วย

ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ฝุ่นมักประสบปัญหานี้ในบ้านของตนเอง หรือในบ้านของคนอื่นก็ได้ โดยอาการแพ้ฝุ่นมักจะแย่ลงระหว่างหรือภายหลังการดูดฝุ่น กวาดบ้าน หรือปัดฝุ่น  เพราะการทำความสะอาดบ้านนี้จะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย และทำให้ผู้ป่วยสูดหายใจเอาฝุ่นเข้าไป

อาการของโรคแพ้ฝุ่น:

  • จาม
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • ตาแดง คันตา มีน้ำตาไหล
  • หายใจมีเสียงวี๊ด ไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม
  • คัน

 

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ฝุ่น:

  • ตัวไรฝุ่น (dust mites)
  • แมลงสาบ
  • เชื้อรา
  • เกสรดอกไม้
  • ขนสัตว์ หรือเสื้อขนสัตว์

การจัดการกับอาการแพ้ฝุ่นและการรักษา:

ให้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงพฤติกรรมของคุณ ดังนี้

  • อย่าใช้พรมในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอน
  • อย่าให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในห้องนอน ถ้าจะให้ดีควรให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้าน
  • ลดความชื้นภายในบ้าน
  • ใช้ที่นอนและหมอนชนิดกันไรฝุ่น และซักผ้าปูที่นอนบ่อยๆ ด้วยน้ำร้อน
  • ติดตั้งที่กรองอากาศคุณภาพสูงในเครื่องปรับอากาศของคุณ

การไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้จะช่วยวินิจฉัยอาการของคุณ ช่วยหาสาเหตุของการเกิดอาการ และแนะนำการใช้ยาที่เหมาะสมสำหรับคุณ

 

ปัจจัยกระตุ้นอาการแพ้ฝุ่น

ตัวไรฝุ่น (dust mites)

ตัวไรฝุ่นเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการแพ้ฝุ่นภายในบ้าน ตัวไรฝุ่นจะมีชีวิตและเพิ่มจำนวนได้ง่ายในอากาศที่อุ่น และมีความชื้น โดยอุณหภูมิที่ตัวไรฝุ่นชอบคือ ตั้งแต่ 21.1 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับความชื้น 75-80% ตัวไรฝุ่นจะตายเมื่อความชื้นลดลงต่ำกว่า 50% ดังนั้นจึงไม่ค่อยพบตัวไรฝุ่นในสภาพอากาศแห้ง

ตัวไรฝุ่นมักพบในหมอน ที่นอน พรม และเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ โดยตัวไรฝุ่นพวกนี้จะขึ้นสู่อากาศเมื่อมีการใช้เครื่องดูดฝุ่น เดินบนพรม หรือนอนลงบนเตียง

ตัวไรฝุ่นเป็นเป็นสาเหตุของหอบหืดในเด็กที่พบได้บ่อย

บ้านของคุณไม่ควรมีความสกปรกอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันคือปัจจัยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ไรฝุ่นได้ ปกติแล้วตัวไรฝุ่นพวกนี้มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และไม่สามารถถูกกำจัดด้วยวิธีการทำความสะอาดตามปกติ และในความเป็นจริง การทำความสะอาดบ้านที่มากเกินไปจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้แย่ลงได้

แมลงสาบ

แมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในอาคารบ้านเรือนได้ทุกประเภท รวมถึงสิ่งปลูกสร้างใกล้เคียงด้วย บางคนมีอาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อมีแมลงสาบอยู่ใกล้ๆ อนุภาคขนาดเล็กๆ จากแมลงสาบเป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยของฝุ่นภายในบ้าน และอาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการแพ้ฝุ่น

เชื้อรา

เชื้อราหรือที่เรียกว่า mold เป็นเชื้อราที่สามารถสร้างสปอร์ให้ลอยอยู่ในอากาศได้ เมื่อผู้ป่วยที่แพ้เชื้อราสูดดมสปอร์เหล่านี้เข้าไป จะทำให้มีอาการแพ้เกิดขึ้น เชื้อรามีจำนวนมากหลายชนิด บางชนิดสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่านี้ ในขณะที่ชนิดอื่นๆ จะไม่สามารถมองเห็นได้

เชื้อรามีอยู่ที่ที่ โดยอยู่บนไม้แปรรูป ใบไม้ที่ล่วงแล้ว และพบในสถานที่ที่มีความชื้น เช่น ในห้องน้ำและห้องครัว อนุภาคขนาดเล็กของเชื้อราและสปอร์ของมัน เป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยของฝุ่นภายในบ้าน และอาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการแพ้ฝุ่น

เกสร/ละอองเกสร

เกสรมาจากต้นไม้ หญ้า ดอกไม้ และวัชพืช คนเราสามารถแพ้เกสรดอกไม้ได้หลายชนิด ตัวอย่างเช่น บางคนอาจแพ้เฉพาะเกสรดอกไม้จากต้นไม้ชนิดหนึ่งเท่านั้น บางคนอาจแพ้เฉพาะเกสรจากหญ้าบางชนิด เกสรเป็นองค์ประกอบที่พบบ่อยของฝุ่นภายในบ้าน และอาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการแพ้ฝุ่น

ขนสัตว์ เสื้อขนสัตว์

สัตว์เลี้ยงของคุณสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วยได้หลายช่องทาง สะเก็ดจากผิวหนังสัตว์ หรือรังแคของสัตว์ น้ำลาย ปัสสาวะของสัตว์ สามารทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสร่วมกับฝุ่นภายในบ้าน ในบ้านที่มีการเลี้ยงนก  ขนนกและขี้นก อาจรวมตัวและกลายเป็นฝุ่นภายในบ้าน และทำให้มีอาการแพ้เกิดขึ้นได้

การรักษา

หากคุณคิดว่าคุณมีอาการแพ้ฝุ่น ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ในการหาสาเหตุของอาการแพ้ฝุ่นของคุณ แพทย์ด้านโรคภูมิแพ้จะถามคำถามคุณหลายคำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานของคุณ ประวัติทางการแพทย์ของครอบครัว อาการพบบ่อยแค่ไหน และแต่ละครั้งมีความรุนแรงอย่างไร รวมถึงมีประวัติสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงหรือปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ หรือไม่

ในบางครั้งการซักประวัติทางการแพทย์จะทำให้รู้ว่าใครคือผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้นี้ ตัวอย่างเช่น เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมีอาการคัดจมูกทุกครั้งที่เธอเล่นกับแมวของเพื่อน นั่นแสดงว่าเด็กหญิงคนนี้อาจจะแพ้แมว หรือแพ้ฝุ่นที่ฝังตัวอยู่ภายในขนแมวที่อยู่ภายในบ้านของเพื่อนเธอก็ได้

 หลายๆ ครั้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะให้คุณทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (skin test) เพื่อหาว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอาการแพ้

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (skin test) จะเป็นการทดสอบโดยหยดสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยๆ (เช่น เกสรจากต้นไม้ และสารสกัดจากสัตว์เลี้ยง) โดยการหยดที่ผิวหนัง เช่น ที่แขน หรือแผ่นหลัง แล้วใช้เข็มปลอดเชื้อขนาดเล็กทำการสะกิดที่หยดน้ำยานั้น ทำให้ของเหลวนั้นซึมเข้าสู่ผิวหนัง และทำการสังเกตอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งผลบวก คือ มีการบวม นูนแดง ที่ผิวหนังบริเวณนั้น ซึ่งหมายถึงคุณมีอาการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นๆ  ในบางครั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้อาจสั่งเจาะเลือดคุณและทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนังด้วย เพื่อยืนยันอาการแพ้

หลังจากได้รับการตรวจยืนยันแล้วว่าคุณเป็นโรคแพ้ฝุ่นจริง แพทย์จะแนะนำวิธีการรักษาโรคนี้ให้กับคุณ ได้แก่

  • การใช้ยา
  • การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมภายในบ้านของคุณ

การจัดการโรคแพ้ฝุ่น

ในการจัดการเกี่ยวกับโรคแพ้ฝุ่น วิธีที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นขั้นตอนง่ายๆ ในการลดการสัมผัสกับฝุ่นภายในบ้าน

  • เลือกใช้พื้นไม้แทนพรมหากเป็นไปได้ โดยเฉพาะภายในห้องนอนของคุณ
  • ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ โดยการใช้เครื่องดูดฝุ่นสุญญากาศ หรือเครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง (HEPA filter) ถ้าคุณมีอาการแพ้ขณะทำความสะอาดบ้าน แนะนำให้สวมหน้ากากกรองอากาศคุณภาพสูงที่เรียกว่า หน้ากาก N95 ขณะทำความสะอาดบ้าน ปัดฝุ่น หรือขณะใช้เครื่องดูดฝุ่น (อาจใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมงภายหลังการทำความสะอาด กว่าที่ฝุ่นในอากาศจะตกลงสู่พื้น ดังนั้นขอแนะนำให้ทำความสะอาดขณะที่ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ฝุ่นไม่ได้อยู่ในบ้าน และให้หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดห้องนอนของผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ฝุ่นในเวลากลางคืน)
  • เลือกใช้ที่นอน และหมอนกันไรฝุ่น ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนเป็นประจำด้วยน้ำร้อน
  • ใช้เครื่องกรองอากาศคุณภาพสูง (HEPA air cleaner) ภายในห้องนอนของผู้ที่มีอาการแพ้ฝุ่น
  • ไม่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในห้องนอนของผู้ที่แพ้ฝุ่น
  • เก็บอาหารที่ไม่แช่เย็นในภาชนะปิด และทิ้งเศษอาหารในถังขยะปิดสนิท
  • ถ้าแมลงสาบเป็นปัญหาของอาการแพ้ ให้ใช้ที่ดักแมลงสาบ และใช้บริการจากบริษัทกำจัดแมลงภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้แผ่นกรองอากาศคุณภาพสูงที่มีการจัดอันดับ MERV ระดับ 11 หรือ 12 ภายในเครื่องปรับอากาศที่อยู่ในบ้าน และเปิดเครื่องไว้เพื่อให้มีการกรองอากาศภายในบ้านเพื่อกำจัดฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศนี้ทุก 3 เดือนเป็นอย่างน้อย (หรือทุกครั้งก่อนที่จะมีการเปลี่ยนฤดูกาล) เพื่อช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดตลอดทั้งปี และอย่าลืมที่จะรับบริการตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศจากศูนย์บริการทุกๆ 6 เดือน
  • หาซื้อเครื่องวัดความชื้น (hydrometer) มาวัดความชื้นภายในบ้านของคุณ พยายามรักษาระดับความชื้นภายในบ้านให้ต่ำกว่า 55% หากคุณอาศัยในสภาพอากาศที่ชื้นอยู่ตลอดเวลา คุณอาจหาซื้อเครื่องกำจัดความชื้นภายในบ้านมาใช้ก็ได้ คุณอาจใช้พัดลมระบายอากาศเพื่อกำจัดความชื้นภายในห้องน้ำและภายในห้องครัวได้ การซ่อมแซมการรั่วไหลของน้ำภายในบ้านจะช่วยกำจัดความชื้นภายในบ้านได้

ยา

หากคุณพยายามลดการสัมผัสฝุ่นภายในบ้านแล้ว แต่ยังไม่ช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้เพียงพอ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้อาจแนะนำการใช้ยาให้กับคุณ ยาแก้คัดจมูก (decongestants) และการต้านฮีสตามีน หรือยาแก้แพ้ (antihistamines) เป็นยาที่ใช้บ่อยเพื่อรักษาโรคภูมิแพ้ โดยยาจะลดอาการคัดแน่นจมูก น้ำมูกไหล จาม และอาการคัน ได้ สำหรับยาอื่นๆ จะออกฤทธิ์โดยป้องกันไม่ให้ร่างกายหลั่งสารเคมีที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ยาสเตียรอยด์ (corticosteroid) พ่นจมูกเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการจมูกอักเสบ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้จะทำงานร่วมกับคุณในการหาว่ายาใดที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และควรใช้ยาวันละกี่ครั้ง และปริมาณยาควรเป็นเท่าใด

คำถามที่พบบ่อย

อะไรคือสาเหตุของการแพ้ฝุ่น?

ฝุ่นภายในบ้านอาจประกอบไปด้วย ขนสัตว์และรังแคของสัตว์, เชื้อรา หรือสปอร์ของเชื้อรา, ไรฝุ่น หรือส่วนหนึ่งของตัวแมลงสาบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย โดยสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อคุณสูดหายใจเข้าไป หรือเมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้

ตัวไรฝุ่นคือะไร?

ตัวไรฝุ่นคือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากที่อาศัยอยู่ในบ้าน เช่น ในเฟอร์นิเจอร์ พรม และเตียงนอน ตัวไรฝุ่นมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่สามารถมองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์หรือแว่นขยาย เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 8 ขาและไม่ใช่แมลงที่แท้จริง แต่เป็นญาติของแมงมุม

ตัวไรฝุ่นจะกินเซลล์ผิวหนังของคุณและสัตว์เลี้ยงที่หลุดออกออกมาทุกๆ วัน โดยสิ่งแวดล้อมที่ตัวไรฝุ่นชอบคือความชื้น 70-80% และอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20 องศาเซลเซียส – 25 องศาเซลเซียส

อาการของการแพ้ตัวไรฝุ่นมีอะไรบ้าง?

อาการของการแพ้ตัวไรฝุ่นที่พบได้บ่อย เช่น จาม น้ำมูกไหล ระคายเคืองตา คันคอ ไอ หายใจมีเสียงวี๊ด และหายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม

อาการต่างๆ เหล่านี้สามารถมีสาเหตุมาจากสารก่อภูมิแพ้ชนิดอื่นๆ ได้ด้วย ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้เพื่อรับการตรวจ

 ฉันจะกำจัดตัวไรฝุ่นได้อย่างไร?

ในบริเวณส่วนใหญ่ของโลกใบนี้ เราไม่สามารถกำจัดตัวไรฝุ่นออกจากบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทำตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อลดการสัมผัสกับตัวไรฝุ่น โดยการทำให้บ้านปราศจากไรฝุ่นเท่าที่จะเป็นไปได้

การดูดฝุ่นและการทำความสะอาดบ้านไม่เพียงพอในการกำจัดตัวไรฝุ่น เพราะว่าตัวไรฝุ่นสามารถอาศัยอยู่ในส่วนลึกๆ ของเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน พรม และอื่นๆ คุณสามารถคลุมที่นอน หมอน และเฟอร์นิเจอร์ด้วยปลอกที่มีซิปสำหรับป้องกันไรฝุ่นได้ โดยปลอกชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้รูพรุนมีขนาดเล็กมากๆ จนตัวไรฝุ่นไม่สามารถรอดผ่านออกมาได้ ทำให้คุณลดการสัมผัสตัวไรฝุ่นได้ ให้ทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และเครื่องนอนอื่นๆ ทุกๆ สัปดาห์ในน้ำร้อน (ไม่ร้อนเกิน 48.8 องศาเซลเซียส) เพื่อฆ่าตัวไรฝุ่น ทำการเปลี่ยนพื้นที่บ้านจากพื้นพรมเป็นพื้นแข็ง เช่นพื้นไม้ และหลีกเลี่ยงพรม ผ้าม่าน และสิ่งอื่นๆ ที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

ใช้เครื่องลดความชื้นภายในบ้านให้ต่ำกว่า 50% เพราะเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของตัวไรฝุ่น

ทำความสะอาดพื้นผิวภายในบ้านด้วยผ้าเปียก เพื่อป้องกันไม่ให้สารก่อภูมิแพ้ฟุ้งขึ้นไปในอากาศ

ใช้ตัวกรองอากาศคุณภาพสูง (HEPA filter) เพื่อดักจับตัวไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศทุก 3 เดือนเพื่อให้มั่นใจว่าตัวกรองอากาศยังทำงานได้มีประสิทธิภาพ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่