โรคหวัดภูมิแพ้ โรคแพ้อากาศ


โรคหวัดภูมิแพ้ / โรคแพ้อากาศ (Allergic rhinitis; Hay fever)

ความหมาย เป็นโรคหวัดจากการแพ้ หรือเป็นภาวะที่เยื่อบุจมูกอักเสบ จัดเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งเกิดจากเยื่อบุจมูกสัมผัสสารก่อภูมิแพ้เป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งเกิดอาการของโรคขึ้น ผู้ป่วยมักจะมีอาการคันจมูก

คัดจมูก หายใจไม่สะดวก น้ำมูกไหล อาจจะกระแอมบ่อย ๆ เนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงคอ หากเป็นมากผู้ป่วยบางคนจะใช้มือดันจมูกขึ้น เมื่อทำบ่อยๆ จะเกิดรอยขาวๆ ขึ้นที่สันจมูก โรคนี้พบได้บ่อยทุกเพศทุกวัย มักมีอาการเป็นๆ หายๆ เรื้อรังเป็นแรมเดือนแรมปี น่ารำคาญ แต่ไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรง ผู้ป่วยเป็นหวัดจามบ่อยๆ เป็นต้น

สาเหตุ เกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้

1) กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม คือ หากพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ 1 คน ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ร้อยละ 50 และหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70

2) สิ่งแวดล้อมทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน ภายในบ้านจะมีตัวไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน นุ่นและของเสียที่ขับออกจากตัวไรฝุ่น สัตว์เลี้ยงต่างๆ ขนสัตว์ต่างๆ แลงสาบ เชื้อราในอากาศและในดิน ส่วนนอกบ้านจะมีเกสรของหญ้า เกสรดอกไม้ พืชบางชนิดละอองข้าว ต้นไม้ เชื้อราในอากาศ ขนสัตว์โดรเฉาพะแมวและสุนัข หากเด็กได้รับตั้งแต่อายุน้อยๆ เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้

3) มลภาวะในอากาศที่เกิดจากท่อไอเสียรถยนต์ และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยากันยุง

4) บุหรี่ ในควันบุหรี่ประกอบด้วยสารพิษหลายชนิดซึ่งมีทั้งสารก่อมะเร็งและสารก่อความระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ควันบุหรี่ที่ออกมาจากผู้สูบบุหรี่ที่เรียกว่าการสูบบุหรี่มือสอง (Passive smoking) พบว่ามีปริมาณสารพิษในควันบุหรี่มากกว่าควันที่ถูกสูดเข้าไปในตัวผู้สูบโดยตรงถึง 3-40 เท่า เด็กที่มีผู้ปกครองสูบบุหรี่ในบ้าน โดยเฉพาะเมื่อมารดาเป็นผู้สูบจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ (โรคหอบหืด) มากกว่าเด็กปกติถึง 2 เท่า

พยาธิสรีรภาพ  เมื่อมีสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายเซลล์มาสต์ (Mast cell) จะปล่อยสารเคมีออกมาทำให้เยื่อจมูกอักเสบ โดยระยะแรกจะมีแมคโคฟาจ (Macrophage) ซึ่งเป็นแอนติเจนเข้าสู่เซลล์และกระตุ้นลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) สร้างอัมมูโนกลอบูลินอี (Immunoglobulin  E; IgE) เพื่อไปจับกับเซลล์มาสต์ที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ในจมูก ผิวหนัง ทางเดินอาหาร เป็นต้น ในระยะนี้ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการ ต่อมาเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดิมจะไปจับกับ IgE บนเซลล์มาสต์ 2 โมเลกุล ทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้น เซลล์มาสต์จะปล่อยสารเคมีออกมา เช่น อีสตามี เป็นต้น ทำให้หลอดเลือดขยายตัวซึ่งเป็นสาเหตุให้เยื่อบุจมูกบวม มีน้ำมูกมาก กระตุ้นปลายประสาททำให้เกิดอาการจาม คัดจมูก อาการต่างๆ จะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน

อาการ  เป็นหวัดคัดจมูก จามบ่อย น้ำมูกมีลักษณะใสๆ มักมีอาการคันในจมูก คัดคอ คันตา น้ำตาไหล แสบคอ หรือไอแห้งๆ (แบบระคายคอ) ร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการปวดตื้อๆ ตรงบริเวณหน้าผากหรือหัวคิ้ว อาการมักเกิดประจำตอนเช้าๆ หรือเวลาถูกอากาศเย็น ฝุ่นละอองหรือสารแพ้อื่นๆ อาจเป็นตอนช่วงเช้าๆ พอสายๆ ก็หายได้เอง อาจมีอาการเป็นประจำตลอดทั้งปี หรือเป็นมากในบางฤดูกาล หากเป็นมากอาจมีอาการหายใจดังหวีดคล้ายหืด

การวินิจฉัยโรค จากประวัติมีอาการเป็นหวัดคัดจมูก จามบ่อย น้ำมูกมีลักษณะใสๆ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ มีประวัติภูมิแพ้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จากประวัติการใช้ยา จากการตรวจร่างกาย ตรวจตา (ผู้ป่วยโรคแพ้อากาศ อาจจะมีอาการคันตา เคืองตา ตาแดง) ตรวจพบเยื่อจมูกบวมและซีดหรือเป็นสีม่วงอ่อนๆ ต่างจากไข้หวัดหรือไซนัสอักเสบโดยเยื่อจมูกจะมีลักษณะบวมและออกสีแดง มักพบน้ำมูกลักษณะใสๆ บางคนอาจพบเยื่อตาขาวแดงเล็กน้อย ตรวจปอด และตรวจผิวหนังด้วยอาจพบสิ่งผิดปกติ การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยแพ้อะไรในปัจจุบันการตรวจที่ผิวหนัง (Skin test)  เป็นการตรวจที่ง่าย สะดวก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยโดยใช้น้ำยาที่สกัดจาสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิดหยดบนผิวหนังบริเวณท้องแขนแล้วใช้เข้มหรืออุปกรณ์พิเศษกดเพื่อให้น้ำยาซึมลงใต้ผิวหนัง หากมีอาการแพ้จะเกิดรอยบวมแดงขึ้น มักอ่านผลที่ 15-30 นาที

การรักษา แนะนำให้หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้ รับประทานยาแก้แพ้ มีหลายชนิด คือ ยาต้านฮีสตามีน เช่น Chlorpheniramine ซึ่งมีราคาถูกมากแต่ทำให้ง่วงนอน ใช้ครั้งละครึ่งเม็ดถึง 1 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง หากเป็นเฉพาะช่วงเช้าหลังตื่นนอน อาจรับประทานเพียงวันละครั้งก่อนนอน หากคัดจมูกมากอาจใช้ยาป้ายจมูก Ephedrine หรือให้รับประทานยาแก้คัดจมูก เช่น Pseudoeqhedrine  ครั้งละครึ่งถึง 1 เม็ด ร่วมด้วย หรืออาจใช้ Actifed บางรายอาจใช้เป็นยาพ่นจมูกซึ่งจะช่วยลดอาการคัดจมูกในระยะแรกที่ใช้ผู้ป่วยจะรู้สึกดีขึ้นมากเพราะเห็นผลเร็ว แต่พอใช้ไปสักระยะหนึ่งจะรู้สึกว่าต้องใช้ยาถี่มากขึ้น ยาพ่นจมูกที่เป็นยาต้านการอักเสบในจมูกซึ่งบางชนิดจะมีส่วนประกอบของ      
สเตียรอยด์ด้วยจะได้ผลดีมาก หากไอมากให้รับประทานยาแก้ไข บางรายอาจต้องพ่นจมูกด้วยยาสเตียรอยด์

บางรายอาจทำการทดสอบผิวหนัง (Skin test) ว่าแพ้สาระอะไรแล้วทำการขจัดภูมิไว (Desensitization) โดยฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าร่างกายทีละน้อยๆ เป็นประจำทุก 1-2 สัปดาห์ นานเป็นปีๆ คือ 2-3 ปี เพื่อไปเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยให้อาการของโรคแพ้อากาศดีขึ้นได้ แต่ได้ผลเป็นบางรายเท่านั้น

การพยาบาล แนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและปฏิบัติได้ เช่น ทำความสะอาดสถานที่อยู่อาศัยเป็นประจำเพื่อไม่ให้ฝุ่นค้างอยู่นานๆ จะเกิดตัวไร่ฝุ่นขึ้น ไม่ควรทำความสะอาดบ้านงโดยการปัดกวาด ควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดถูกให้สะอาดเพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้ง หลีกเลี่ยงการใช้ที่นอนหรือหมอนที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของตัวไรฝุ่น เช่น นุ่นขนเป็น ใยมะพร้าว เป็นต้น หากยังจำเป็นต้องใช้อาจคลุมที่ด้วยพลาสติกหรือวัสดุพิเศษ ในห้องนอนควรมีของให้น้อยๆ ไม่ควรปูพรม ควรใช้เครื่องปรับอากาศมากกว่าพัดลม หลีกเลี่ยงการใช้ที่นอนที่ทำจากนุ่น เตียงนอนไม่ควรมีขา มุ้งลวดต้องถอดออกล้างทำความสะอาดนอกอาคาร ผ้าม่วนควรถอดซักบ่อยๆ หากผู้ป่วยแพ้เชื้อราในดินจะต้องไม่มีกระถางต้นไม้ในบ้าน เวลาดูแลสวน รดน้ำพรวนดินจะต้องมีอุปกรณ์ในการป้องกันจมูกไว้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไม่ควรมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว เป็นต้น ให้รับประทานยาเท่าที่จำเป็น หากเป็นยาพ่นจมูกไม่ควรซื้อยาพ่นเองควรออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่งเยาะๆ เดินเร็ว ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น อาจช่วยให้โรคภูมิแพ้ทุเลาหรือหายขาดได้ ผ่อนคลายความเรียด เช่น ฝึกสมาธิ ฟังเพลง เป็นต้น

 

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เปนภูมิแพ้ทั้งแม่ละลูกควรทำยังไงดีค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ภูมิแพ้เกิดจากอะไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคภูมิแพ้มีสิทธ์หายได้หรือไม่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
น้ำมูกไหลตลอดต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หายขาด
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่