มะเร็งและโรคร้าย

เอชไอวีและโรคเอดส์ HIV and AIDS

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
เอชไอวีและโรคเอดส์ HIV and AIDS

โรคเอดส์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ข้อมูลต่อไปนี้คือความจริงเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ รวมถึงอาการที่ส่งผลต่อร่างกายและวิธีการดูแลรักษาตัวเอง ซึ่งจะทำให้คุณรู้จักเชื้อไวรัสตัวนี้มากขึ้น

เอชไอวีและโรคเอดส์คืออะไร

ไวรัสเอชไอวี (HIV) เป็นหนึ่งในไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยมีขึ้นในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ทำให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตได้ ซึ่งเอชไอวีทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือที่รู้จักกันดีคือ “โรคเอดส์” นั่นเอง

เมื่อติดเชื้อแล้ว เอชไอวีจะทำลายเซลล์ป้องกันชนิดหนึ่งในร่างกายที่เรียกว่า CD4 helper lymphocyte ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำหน้าที่ป้องกันและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ และเมื่อเอชไอวีทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้แล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะอ่อนแอลงส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสามารถติดเชื้อร้ายแรงอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีก

เนื่องจากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชไอวีมีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน ทำให้วิวัฒนาการทางการแพทย์เพื่อการรักษาโรคนี้พัฒนาไปมาก จนมียาต้านเชื้อที่สามารถกดเชื้อไม่ให้เจริญเติบโตไว้ได้และพบว่าตัวยาสามารถชะลอโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อผู้ติดเชื้อได้รับการรักษา พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและนานขึ้นเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ โรคเบาหวาน หรือโรคหอบหืด ต่างก็ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้

การระบาดของเชื้อ

ในแต่ละปี มีวัยรุ่นและหนุ่มสาวหลายพันคนติดเชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเอชไอวีนั้นสามารถแพร่จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งได้ผ่านของเหลวในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเลือด อสุจิ มูกในช่องคลอด หรือนมแม่ ซึ่งเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายด้วยวิธีต่างๆ เช่น

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก (ซึ่งจำเป็นต้องมีการป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง)
  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ทั้งเพื่อการเสพยา การฉีดสเตียรอยด์ หรือการสักตามผิวหนัง เป็นต้น

โอกาสเสี่ยงอื่นๆ

  • ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่แล้ว เช่น ซิฟิลิส เริมที่อวัยวะเพศ หนองในเทียม หนองในแท้ หรือช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีมากขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้เป็นโรคเหล่านี้
  • หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี สามารถแพร่เชื้อไปยังลูกในครรภ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ระหว่างคลอด หรือจากการให้นมแม่

หากแพทย์พบว่าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวี แพทย์จะทำการรักษาและป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่สู่ทารกในครรภ์ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าหญิงตั้งครรภ์ทุกคนต้องได้รับการตรวจเลือดเพื่อรับการรักษาและป้องกันเชื้อสู่ลูกตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง

ลักษณะของเชื้อที่ส่งผลต่อร่างกาย

ร่างกายของเราที่แข็งแรงปกติดีนั้น จะมีเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 ที่คอยช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ตามปกติและต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆ โดยเซลล์ CD4 จะทำหน้าที่เหมือนผู้ส่งสารและคอยบอกให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหากมีเชื้อโรคบุรุกเข้าสู่ร่างกาย

หากมีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ไวรัสจะเข้ายึดติดกับเซลล์ CD4 ทำให้เซลล์ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติและไวรัสเอชไอวีจะใช้เซลล์ชนิดนี้ในการเพิ่มปริมาณเชื้อให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ และเมื่อเซลล์ CD4 อ่อนแอลงก็จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติไปด้วย ทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายอยู่เป็นจำนวนมากได้

เมื่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีจำนวนเซลล์ CD4 ในร่างกายลดน้อยลงมากและการแพร่กระจายเชื้อไม่หยุด แพทย์จะเรียกระยะนี้ว่า ระยะของโรคเอดส์ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์จะไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้ออื่นๆ ตามมาด้วย เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือไวรัสสมองอักเสบ เป็นต้น ทำให้อาการป่วยของพวกเขาทรุดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการใช้ยาต้านไวรัสอย่างไม่ถูกต้อง

โรคเอดส์จะส่งผลต่อทุกระบบภายในร่างกาย และด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่บกพร่องทำให้เกิดโรคมะเร็งต่างๆ ตามมา เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เนื้องอกในหลอดเลือด หรือมะเร็งบริเวณผิวหนัง เป็นต้น

เนื่องจากโรคเอดส์นั้นเป็นโรคร้ายแรงที่อันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการตรวจพบเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเร็วที่สุด จะช่วยให้การรักษาชะลอการแพร่เชื้อไวรัสก่อนเข้าสู่ระยะโรคเอดส์ได้

เราจะทราบได้อย่างไรว่ากำลังติดเชื้อ

ระยะเวลาแสดงอาการของเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์นั้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยผู้ติดเชื้อบางรายอาจดูเป็นปกติและมีสุขภาพดีเป็นเวลาหลายปี ทว่าพวกเขาเหล่านี้สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้แม้จะไม่มีอาการใดๆ แสดงให้เห็นเลยก็ตาม ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครที่กำลังติดเชื้อเอชไอวีอยู่

เมื่อการติดเชื้อเข้าสู่ระยะการเป็นโรคเอดส์แล้ว คนเหล่านี้จะมีอาการดังนี้

  • เหนื่อยล้ามาก และเป็นลมบ่อยๆ
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ป่วย เป็นไข้ ไม่สบายบ่อย และเป็นนานในแต่ละครั้งโดยไม่มีสาเหตุ
  • เหงื่อออกมากในขณะนอนหลับ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • เกิดผื่นบริเวณผิวหนัง มีแผลพุพองในปาก รวมถึงบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก
  • มีจุดสีขาวในปากหรือในลำคอ
  • ท้องเสียรุนแรง
  • ไอเรื้อรัง
  • ขี้หลงขี้ลืม
  • ในเด็กผู้หญิง จะมีการติดเชื้อราในช่องคลอดอย่างรุนแรงและจะไม่ตอบสนองต่อการรักษาปกติ

การป้องกันการติดเชื้อ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การติดเชื้อเอชไอวีนั้นเป็นอันตรายมากคือ การที่ผู้ติดเชื้อไม่ทราบว่าตนติดเชื้อและปล่อยเชื้อไว้เป็นเวลานาน ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยและเลี่ยงการใช้สารเสพติดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ได้

นอกจากนี้ คุณยังสามารถป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • งดการมีเพศสัมพันธ์ (abstinence)
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ทางปาก ช่องคลอดหรือทวารหนัก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือของเหลวจากร่างกายของผู้ติดเชื้อ
  • ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

การวินิจฉัยและการตรวจหาเชื้อ

แพทย์แนะนำให้เด็กวัยรุ่นทุกคนตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงวัยรุ่น และเมื่อคุณมีเพศสัมพันธ์ เคยมีเพศสัมพันธ์ หรือเคยใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น แพทย์จะแนะนำให้คุณตรวจเลือดเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีหรือต้องการตรวจหาเชื้อ คุณสามารถปรึกษาผู้ปกครอง แพทย์ กุมารแพทย์ หรือสูตินรีแพทย์

คุณสามารถตรวจหาเชื้อเอชไอวีหรือเชื้อเอดส์ได้จากคลินิคหรือโรงพยาบาลทั่วไปในท้องที่ โดยคลินิคมีทั้งคลินิคนิรนามที่การตรวจนั้นจะไม่ทราบว่าใครคือผู้ตรวจและผลการตรวจจะถูกเก็บเป็นความลับ และคลินิคที่ทราบตัวผู้ตรวจแต่ผลตรวจจะถูกเก็บเป็นความลับ หากตรวจเสร็จแล้วคลินิคเหล่านี้จะนัดพบคุณอีกครั้งเพื่อรับผลเลือดไม่ว่าผลนั้นจะเป็นบวกหรือลบก็ตาม

การตรวจหาเชื้อนั้นทำได้ทั้งแบบการตรวจเลือดและการตรวจจากเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผู้ตรวจเองว่าจะเลือกแบบไหน โดยผลตรวจนั้นจะทราบได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีไปจนถึงหลายวันหลังการตรวจ ดังนั้นคุณจึง

ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประเภทการตรวจที่คุณต้องการและวิธีการรับผลที่คุณอาจไม่ต้องการให้ใครรับรู้

หากคุณมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือหากคุณถูกข่มขืนหรือถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตาม คุณจะต้องพบแพทย์โดยด่วน เพราะแพทย์จะรีบให้ยาต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีทันทีซึ่งต้องอยู่ภายในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง และทำการตรวจหาเชื้อต่อไป

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะพบแพทย์หรือตรวจหาเชื้ออย่างไรดี แนะนำให้คุณติดต่อไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์หรือผู้ติดเชื้อในท้องที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของศูนย์จะสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับคุณได้

เนื่องจากการติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และแม้ว่ายาต้านไวรัสและยาเพิ่มภูมิคุ้มกันจะสามารถยื้อชีวิตของผู้ติดเชื้อให้ยาวนานขึ้นหรือมีสุขภาพปกติดี แต่การทานยาไม่ได้เป็นการรักษา ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่วัคซีนใดๆ สามารถป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวีและเชื้อเอดส์ได้ แม้จะมีนักวิจัยพยายามค้นคว้าและพัฒนาให้มีวัคซีนป้องกันก็ตาม

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/std-hiv.html

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่