ความรู้สุขภาพ

อายุที่มากขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยามากขึ้น

ผลข้างเคียงจากยาเพิ่มมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
อายุที่มากขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยามากขึ้น

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเราสามารถมีผลต่อยาที่ถูกดูดซึมและนำไปใช้ในร่างกาย เราอาจไวต่อยามากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะได้รับผลข้างเคียงจากยา (side effect) ปฏิกิริยาระหว่างยา (drug reaction) และผลไม่พึงประสงค์จากยา (adverse drug reaction)

 

ผลจากยาประเภทต่าง ๆ ปฏิกิริยาระหว่างยา และตารางการกินยา

ผู้ใหญ่ที่มีอายุมากขึ้นมีแนวโน้มที่จะมีโรคเรื้อรังหนึ่งโรคหรือมากกว่า เช่น คอเลสเตอรอลสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวานประเภทที่สอง ข้ออักเสบ และซึมเศร้า

ภาวะโรคเรื้อรังเหล่านี้อาจรักษาด้วยยาหลายชนิด ทำให้เกิดประเด็นเรื่องความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของผลข้างเคียงจากยา ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ

ประเภทของยา: ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ที่มีอายุมากขึ้นที่จะมีภาวะโรคเรื้อรังหลายโรค ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุหลายคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่สองจะมีโรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง และซึมเศร้าร่วมด้วย ยาตามปกติของประชากรกลุ่มนี้อาจมีทั้งยากินสำหรับโรคเบาหวาน (glucophage) ยาความดัน (diovan HCT) ยาลดคอเลสเตอรอล (Zocor) และยาต้านซึมเศร้า (Zoloft) ยาเหล่านี้รวมกันทั้งหมดเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลที่ไม่พึงประสงค์จากยาได้

ปฏิกิริยาระหว่างยา: ผู้ที่มีอายุมากขึ้นหลายคนอาจกินยามากกว่าห้าชนิด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยเรื้อรังเพิ่มขึ้น ยิ่งกินยามากขึ้น โอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา หรือปฏิกิริยาระหว่างยากับอาหารและแอลกอฮอล์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ตารางการกินยาที่ซับซ้อน: การกินยาหลายชนิดในเวลาต่าง ๆ กันของวันอาจเป็นเรื่องซับซ้อนและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด ตัวอย่างเช่น คุณอาจลืมกินยาตามเวลาที่ถูกต้องหรืออาจกินยาซ้ำ

 

ผลจากกระบวนการชราภาพ

เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพ ยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย (ปกติแล้วจะผ่านทางลำไส้) กระจายไปในร่างกายตามตำแหน่งที่ต้องการ (มักผ่านทางกระแสเลือด) มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือถูกเปลี่ยนรูป (metabolize) ไป (มักเกิดขึ้นในตับหรือไต) และถูกขับออกจากร่างกายหลังจากนั้น (ส่วนใหญ่แล้วคือทางปัสสาวะ)

กระบวนการชราภาพสามารถเปลี่ยนแปลงการดูดซึม การเปลี่ยนรูปของยาในร่างกาย การกระจายของยาในร่างกายและการขับยาออกจากร่างกาย ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เด่นชัดมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึง

เปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายที่สูงขึ้น

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะมีไขมันมากขึ้นเมื่อเทียบกับกระดูกและกล้ามเนื้อ แม้ว่าน้ำหนักของเราจะเท่าเดิม แต่เปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ยาที่ละลายในไขมันอาจถูกกักไว้ในเซลล์ไขมันในร่างกายและอยู่ในระบบเป็นเวลานานกว่า

น้ำในร่างกายที่ลดลง

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายจะสูญเสียน้ำไปบางส่วน และสามารถละลายยาที่ละลายในน้ำได้น้อยลง ผลคือยาบางชนิดอาจมีความเข้มข้นมากเกินไปในร่างกาย และอาจทำให้ผลของยาเพิ่มขึ้น

การทำงานของระบบย่อยอาหารที่ลดลง

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงของระบบย่อยอาหารที่สามารถมีผลกระทบต่อการเข้าสู่กระแสเลือดของยาในร่างกายได้ การเคลื่อนไหวในกระเพาะอาหารจะช้าลง และทำให้ยาเข้าสู่ลำไส้เพื่อถูกดูดซึมได้ช้าลง

นอกจากนี้ กระเพาะอาหารยังสร้างกรดน้อยลง และทำให้ยาบางตัวถูกย่อยได้ช้าลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ยาทำงานได้น้อยลงหรือช้าลงด้วย

การทำงานของตับที่ลดลง

ตับเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายที่ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปหรือย่อยสลายยา เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ตับจะเล็กลง มีเลือดมาเลี้ยงน้อยลง และเอนไซม์ในตับที่ย่อยสลายยาก็ลดลง ซึ่งสามารถทำให้เกิดการสะสมของยาในตับ และทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการตามมา และอาจทำให้ตับเสียหายได้อีกด้วย

การทำงานของไตที่ลดลง

การเปลี่ยนแปลงของการทำงานของไตเกิดขึ้นเมื่ออายุของเรามากขึ้นเช่นเดียวกับตับ ไตอาจเล็กลง มีเลือดมาเลี้ยงลดลง และอาจมีประสิทธิภาพในการกำจัดยาที่เหลือได้น้อยลง การทำงานของไตจะเริ่มเสื่อมลง 1 % ในทุก ๆ ปีนับตั้งแต่เรามีอายุประมาณ 40 ปี ผลคือยาจะอยู่ในร่างกายนานขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง

 

ความจำที่ลดลง

อาการหลง ๆ ลืม ๆ พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้น และเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมชนิดอื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้น ปัญหาด้านความจำสามารถทำให้เราลืมกินยาได้ ซึ่งทำให้ควบคุมโรคเรื้อรังได้ไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมยังอาจไม่เข้าใจหรือไม่สามารถทำตามคำแนะนำของผู้ให้บริการทางสุขภาพได้ โดยเฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับการกินยาที่ซับซ้อน

 

การมองเห็นและการได้ยินที่ลดลง

ปัญหาทางสายตา เช่น จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน ต้อหิน และต้อกระจก เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้นและผู้ที่มีภาวะทางตา ทำให้อ่านฉลากยาบนขวดได้ยาก ทั้งยาที่ได้รับมาหรือยาที่ร้านขายยา ปัญหาทางการได้ยินอาจทำให้ฟังคำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกรได้ลำบากเช่นกัน

 

ความคล่องตัวลดลง

ผู้ที่มีอายุมากขึ้นหลายคนมีปัญหาข้ออักเสบ ความบกพร่องทางกาย และโรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน ภาวะโรคเหล่านี้สามารถทำให้เกิดความลำบากในการเปิดขวด หยิบยาเม็ดเล็ก ๆ หรือการใช้ยา (ยาหยอดตา ยาพ่นสำหรับโรคหอบหืดและถุงลมโป่งพอง และยาฉีดอินซูลิน)

 

ขอความช่วยเหลือ

หากคุณมีปัญหาในการกินยาเนื่องจากอายุของคุณ คุยกับแพทย์และเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำในการจัดการที่ดีกว่า และขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือศูนย์ผู้สูงอายุแถวบ้าน สุดท้ายนี้ ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ยาชนิดใหม่ ต้องแน่ใจก่อนว่าคุณเข้าใจเรื่องผลข้างเคียงจากยาและความเสี่ยงที่จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาหรือกับอาหารด้วยเช่นกัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่