ความรู้สุขภาพ

อายุที่มากขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยามากขึ้น

ผลข้างเคียงจากยาเพิ่มมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 537,858 คน

อายุที่มากขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยามากขึ้น

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเราสามารถมีผลต่อยาที่ถูกดูดซึมและนำไปใช้ในร่างกาย เราอาจไวต่อยามากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะได้รับผลข้างเคียงจากยา (side effect) ปฏิกิริยาระหว่างยา (drug reaction) และผลไม่พึงประสงค์จากยา (adverse drug reaction)

 

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ผลจากยาประเภทต่าง ๆ ปฏิกิริยาระหว่างยา และตารางการกินยา

ผู้ใหญ่ที่มีอายุมากขึ้นมีแนวโน้มที่จะมีโรคเรื้อรังหนึ่งโรคหรือมากกว่า เช่น คอเลสเตอรอลสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวานประเภทที่สอง ข้ออักเสบ และซึมเศร้า

ภาวะโรคเรื้อรังเหล่านี้อาจรักษาด้วยยาหลายชนิด ทำให้เกิดประเด็นเรื่องความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของผลข้างเคียงจากยา ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ

ประเภทของยา: ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ที่มีอายุมากขึ้นที่จะมีภาวะโรคเรื้อรังหลายโรค ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุหลายคนที่เป็นเบาหวานประเภทที่สองจะมีโรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง และซึมเศร้าร่วมด้วย ยาตามปกติของประชากรกลุ่มนี้อาจมีทั้งยากินสำหรับโรคเบาหวาน (glucophage) ยาความดัน (diovan HCT) ยาลดคอเลสเตอรอล (Zocor) และยาต้านซึมเศร้า (Zoloft) ยาเหล่านี้รวมกันทั้งหมดเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลที่ไม่พึงประสงค์จากยาได้

ปฏิกิริยาระหว่างยา: ผู้ที่มีอายุมากขึ้นหลายคนอาจกินยามากกว่าห้าชนิด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยเรื้อรังเพิ่มขึ้น ยิ่งกินยามากขึ้น โอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา หรือปฏิกิริยาระหว่างยากับอาหารและแอลกอฮอล์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ตารางการกินยาที่ซับซ้อน: การกินยาหลายชนิดในเวลาต่าง ๆ กันของวันอาจเป็นเรื่องซับซ้อนและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด ตัวอย่างเช่น คุณอาจลืมกินยาตามเวลาที่ถูกต้องหรืออาจกินยาซ้ำ

 

ผลจากกระบวนการชราภาพ

เพื่อให้ยามีประสิทธิภาพ ยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย (ปกติแล้วจะผ่านทางลำไส้) กระจายไปในร่างกายตามตำแหน่งที่ต้องการ (มักผ่านทางกระแสเลือด) มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือถูกเปลี่ยนรูป (metabolize) ไป (มักเกิดขึ้นในตับหรือไต) และถูกขับออกจากร่างกายหลังจากนั้น (ส่วนใหญ่แล้วคือทางปัสสาวะ)

กระบวนการชราภาพสามารถเปลี่ยนแปลงการดูดซึม การเปลี่ยนรูปของยาในร่างกาย การกระจายของยาในร่างกายและการขับยาออกจากร่างกาย ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เด่นชัดมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึง

เปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายที่สูงขึ้น

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะมีไขมันมากขึ้นเมื่อเทียบกับกระดูกและกล้ามเนื้อ แม้ว่าน้ำหนักของเราจะเท่าเดิม แต่เปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น ยาที่ละลายในไขมันอาจถูกกักไว้ในเซลล์ไขมันในร่างกายและอยู่ในระบบเป็นเวลานานกว่า

น้ำในร่างกายที่ลดลง

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เซลล์ในร่างกายจะสูญเสียน้ำไปบางส่วน และสามารถละลายยาที่ละลายในน้ำได้น้อยลง ผลคือยาบางชนิดอาจมีความเข้มข้นมากเกินไปในร่างกาย และอาจทำให้ผลของยาเพิ่มขึ้น

การทำงานของระบบย่อยอาหารที่ลดลง

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงของระบบย่อยอาหารที่สามารถมีผลกระทบต่อการเข้าสู่กระแสเลือดของยาในร่างกายได้ การเคลื่อนไหวในกระเพาะอาหารจะช้าลง และทำให้ยาเข้าสู่ลำไส้เพื่อถูกดูดซึมได้ช้าลง

นอกจากนี้ กระเพาะอาหารยังสร้างกรดน้อยลง และทำให้ยาบางตัวถูกย่อยได้ช้าลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ยาทำงานได้น้อยลงหรือช้าลงด้วย

การทำงานของตับที่ลดลง

ตับเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายที่ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปหรือย่อยสลายยา เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ตับจะเล็กลง มีเลือดมาเลี้ยงน้อยลง และเอนไซม์ในตับที่ย่อยสลายยาก็ลดลง ซึ่งสามารถทำให้เกิดการสะสมของยาในตับ และทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการตามมา และอาจทำให้ตับเสียหายได้อีกด้วย

การทำงานของไตที่ลดลง

การเปลี่ยนแปลงของการทำงานของไตเกิดขึ้นเมื่ออายุของเรามากขึ้นเช่นเดียวกับตับ ไตอาจเล็กลง มีเลือดมาเลี้ยงลดลง และอาจมีประสิทธิภาพในการกำจัดยาที่เหลือได้น้อยลง การทำงานของไตจะเริ่มเสื่อมลง 1 % ในทุก ๆ ปีนับตั้งแต่เรามีอายุประมาณ 40 ปี ผลคือยาจะอยู่ในร่างกายนานขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง

 

ความจำที่ลดลง

อาการหลง ๆ ลืม ๆ พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้น และเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมชนิดอื่น ๆ ก็เพิ่มขึ้น ปัญหาด้านความจำสามารถทำให้เราลืมกินยาได้ ซึ่งทำให้ควบคุมโรคเรื้อรังได้ไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมยังอาจไม่เข้าใจหรือไม่สามารถทำตามคำแนะนำของผู้ให้บริการทางสุขภาพได้ โดยเฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับการกินยาที่ซับซ้อน

 

การมองเห็นและการได้ยินที่ลดลง

ปัญหาทางสายตา เช่น จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน ต้อหิน และต้อกระจก เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากขึ้นและผู้ที่มีภาวะทางตา ทำให้อ่านฉลากยาบนขวดได้ยาก ทั้งยาที่ได้รับมาหรือยาที่ร้านขายยา ปัญหาทางการได้ยินอาจทำให้ฟังคำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกรได้ลำบากเช่นกัน

 

ความคล่องตัวลดลง

ผู้ที่มีอายุมากขึ้นหลายคนมีปัญหาข้ออักเสบ ความบกพร่องทางกาย และโรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน ภาวะโรคเหล่านี้สามารถทำให้เกิดความลำบากในการเปิดขวด หยิบยาเม็ดเล็ก ๆ หรือการใช้ยา (ยาหยอดตา ยาพ่นสำหรับโรคหอบหืดและถุงลมโป่งพอง และยาฉีดอินซูลิน)

 

ขอความช่วยเหลือ

หากคุณมีปัญหาในการกินยาเนื่องจากอายุของคุณ คุยกับแพทย์และเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำในการจัดการที่ดีกว่า และขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือศูนย์ผู้สูงอายุแถวบ้าน สุดท้ายนี้ ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ยาชนิดใหม่ ต้องแน่ใจก่อนว่าคุณเข้าใจเรื่องผลข้างเคียงจากยาและความเสี่ยงที่จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาหรือกับอาหารด้วยเช่นกัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่