สุขภาพจิต

การดูแลตัวเองเมื่อใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 503959362 m

การเกิดอาการข้างเคียง หรือ อาการไม่พึงประสงค์ เมื่อผู้ป่วยใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย เช่น อายุ ภาวะทางร่างกาย โรคประจำตัวร่วมยาชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน 

ปัจจัยด้านพันธุกรรมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของยาในร่างกายและความไวของตัวรับในร่างกายที่มีต่อยา ฉะนั้นในระหว่างการใช้ยาจึงมีข้อพึงระวังต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการรักษา เพื่อลดการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ได้แก่

  • อาการง่วงซึม  ยารักษาโรคซึมเศร้าหลายชนิดมีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม ส่วนใหญ่จะใช้วิธีให้ยาขนาดต่ำในช่วงกลางวัน และขนาดสูงในช่วงเย็นหรือก่อนนอน ข้อพึงระวังในผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งอาจเกิดอาการวิงเวียนหรือเดินเซ หรือ ความดันโลหิตลดลงเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ อาจเกิดขึ้นได้หากลุกขึ้น มาในตอนกลางคืน อาการง่วงซึมมักเกิดขึ้นช่วงแรกที่เริ่มรับประทานยา และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถทนอาการข้างเคียงนี้ทำให้อาการง่วงในระยะหลังลดลงได้
  • อาการตาพร่ามัว ท้องผูกเหงื่อออกน้อย คอแห้งปัสสาวะไม่ออก ท้องอืดและหัวใจเต้นเร็ว  มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองในสัปดาห์หลัง ๆ หากเกิดอาการท้องผูกควรรับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ หรือหากตาพร่ามัวมาก แพทย์อาจให้ยาหยอดตาลดอาการตาแห้ง ร่วมด้วย
  • อาการวูบ  อันเนื่องจากความดันโลหิตลดต่ำเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุเมื่อลุกจากการนอน แนะนำให้นั่งขยับแขนขาก่อนประมาณ 1 นาที แล้วจึงค่อยเดิน ยารักษาโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะกลุ่ม TCAs มีโอกาสเกิดฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้มาก ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มทำการรักษา หรือหากจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ ควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างสม่ำเสมอ
  • ภาวะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น  โดยพบว่า ยารักษาโรคซึมเศร้าทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยจึงรับประทานอาหารมากขึ้น จนน้ำหนักตัวเพิ่ม ฉะนั้นหากสังเกตพบว่ารับประทานอาหารมากขึ้น หิวบ่อย ควรหลีกเลี่ยงหรือลดการรับประทานอาหาร ที่ใช้น้ำมันหรือไขมันสัตว์ เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารมากขึ้น ลดความเสี่ยงของภาวะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคทางกาย เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ได้

ข้อควรระวังในการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า

  • ระวังการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า  ร่วมกับยากลุ่มที่กระตุ้นฤทธิ์สารสื่อประสาทซีโรโทนิน เช่น การใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าร่วมกันหลายชนิด หรือการใช้ยาอื่นๆ ร่วมกับยารักษาโรคซึมเศร้า เช่น ยาแก้ปวด tramadol ยาแก้ไอ dextromethorphan ยากลุ่มอนุพันธ์ของ fentanyl เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดกลุ่มอาการ serotonin syndrome ได้
  • ยากลุ่ม SSRIs โดยเฉพาะ fluoxetine, paroxetine, fluvoxamine  มีคุณสมบัติเป็นตัวยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิด ซึ่งมีผลเพิ่มระดับยาอื่นอื่นในเลือด เช่น ยาต้านโรคจิต haloperidol, risperidone ยารักษาโรคหอบ theophylline ยาละลายลิ่มเลือด warfarin เนื่องจากยาเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนแปลงด้วยร่างกายและขับออกได้น้อยลง อาจทำให้มีระดับยาในร่างกายมากเกินไปจนเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเหล่านี้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า บางชนิดที่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ ร่วมกับยาชนิดอื่นๆ
  • ไม่ควรใช้ยา venlafaxine ในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เพราะหากได้รับยานี้มากเกินไปอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเป็นพิษต่อหัวใจมากขึ้นได้
  • ไม่ควรใช้ยากลุ่ม TCAs ในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด  เพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลง เนื่องจากยากลุ่มนี้มีอาการไม่พึงประสงค์ต่อความดันโลหิตต่ำลงและหัวใจเต้นผิดจังหวะ และควรระวังการใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับยาบางชนิดที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดพิษต่อหัวใจได้ เช่น ยารักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ amiodarone ยาต้านเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม macrolide ยาต้านเชื้อรากลุ่ม azole
  • ระวังการใช้ยากลุ่ม MAOIs ร่วมกับอาหารที่มีสาร Tyramine  อาหารที่มีกรดอะมิโน กลุ่มไทโรซีน(tyrosine) ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในการสร้างโปรตีน ได้แก่ เครื่องดื่มไวน์ เบียร์ ชีส กล้วย อะโวคาโดอาหารหมักดอง และอาหารที่มียีสต์ เป็นส่วนประกอบเพราะอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงขั้นวิกฤตได้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร

หากลืมรับประทานยาในกลุ่มรักษาโรคซึมเศร้าสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ และถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไปไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า ควรรับประทานยาต่อเนื่องตามคำสั่งแพทย์ เพราะถึงแม้ยาในกลุ่มนี้ไม่มีฤทธิ์ของการเสพติด แต่ถ้าหยุดใช้ยาเองโดยทันทีหรือลืมรับประทานยาบ่อยๆ หลายครั้งก็สามารถทำให้เกิดอาการถอนยาได้ ซึ่งมักจะพบอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือน เช่น อาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียน หรือมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

ปฏิบัติตัวอย่างไรในระหว่างการรักษาโรคซึมเศร้า

การป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามักจะทำให้รู้สึกเพลีย รู้สึกไร้ค่า เหมือนช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีความหวัง ความคิดในแง่ลบกับตัวเองในแบบนี้มักจะทำให้ผู้ป่วยบางคนท้อถอยและยอมแพ้ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบว่าความคิดหรือความรู้สึกเหล่านี้เป็นเพียงอาการของโรค มิได้สะท้อนเรื่องจริงในชีวิตอย่างแท้จริงแต่อย่างใด แต่ความคิดเหล่านี้จะค่อยๆ หมดไป เมื่อเริ่มต้นการรักษาไปสักระยะหนึ่ง และในระหว่างนี้คุณควรจะ

  • อย่าตั้งเป้าหมายที่ประสบความสำเร็จได้ยาก หรือเข้าไปแบกความรับผิดชอบมากๆ
  • อย่าคาดหวังกับตนเองมากเกินไป เพราะนั่นคือ คุณกำลังสร้างแรงกดดันและความล้มเหลว.
  • พยายามร่วมกิจกรรมที่ทำให้เพลิดเพลินใจ เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง ดูกีฬา เข้ากิจกรรมทางสังคม แต่อย่าหักโหมหรือหงุดหงิด ถ้าสิ่งเหล่านั้นไม่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างทันใจ เพราะอาจต้องใช้เวลาอยู่บ้าง
  • อย่าด่วนตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต เช่น ลาออก เปลี่ยนงาน แต่งงาน หรือ หย่าร้าง โดยไม่ปรึกษาคนอื่นที่รู้จักคุณดี และมีมุมมองที่เป็นกลางต่อปัญหาพอ อย่างไรก็ตามควรรอเพื่อตัดสินใจเรื่องสำคัญเมื่ออาการโรคซึมเศร้าดีขึ้น
  • อย่าคาดหวังว่าคุณจะหายจากอาการซึมเศร้าอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นไปได้ยาก พยายามช่วย ตนเองให้มากที่สุด ฝึกให้กำลังใจตนเองจะทำให้คุณผ่านโรคนี้ไปได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
อะไรคือภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากการใช้สาร
อะไรคือภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากการใช้สาร

เมื่อแอลกอฮอล์ สารเสพติดและยาทำให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิม