จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นเด็กสมาธิสั้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 17, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 290,085 คน

เมื่อเอ่ยถึงโรคสมาธิสั้น หลายคนมักนึกถึงภาพของเด็กซน เด็กเกเร ก้าวร้าว ต่อต้าน มองเด็กสมาธิสั้นคือเด็กที่ไม่น่ารัก  เด็กดื้อ  เด็กไม่ดี   แต่ในความเป็นจริงเด็กสมาธิสั้นเขาไม่ได้อยากมีสภาพแย่ๆ อย่างที่ทุกคนตราหน้า แต่มันเป็นความผิดปกติของสารสื่อนำประสาทในสมอง หากพวกเขาได้รับการรักษาหรือพัฒนาตามกระบวนการที่เหมาะสม เชื่อว่าเด็กสมาธิสั้นเหล่านี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้ไม่แพ้คนปกติทั่วไป

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการรักษาที่ล่าช้า หรือ ไม่ได้รับการรักษาเลยนั้น มักมาจากมุมมองหรือเป็นความเข้าใจผิดของผู้ปกครองที่มักคิดว่าเด็กดื้อ ซน ไปตามวัย  โตขึ้นจะหายได้เอง   จนทำให้เด็กต้องมีความยากลำบากในการปรับตัวหลายๆด้าน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาในที่สุด   จะดีไม่น้อยหากผู้ปกครองสามารถประเมินอาการของโรคสมาธิสั้น หรือสามารถแยกโรคสมาธิสั้นออกจาก ความดื้อ ซน ที่เป็นปกติของวัยเด็กการประเมินทำได้โดยการสังเกตพฤติกรรม ดังนี้ 

1. อาการด้านขาดสมาธิ  (Inattention)

  • สะเพร่า ไม่รอบคอบ
  • ไม่มีสมาธิจดจ่อในการทำสิ่งต่างๆได้นาน
  • วอกแวกง่ายเมื่อมีสิ่งเร้าภายนอก
  • มักจะดูเหม่อลอยเหมือนไม่ฟังในสิ่งที่คนอื่นพูด
  • มักจะทำตามคำสั่งไม่ครบ และ ทำงานไม่สำเร็จ
  • ไม่สามารถวางแผน บริหารจัดการงานได้
  • หลีกเลี่ยงงานที่ต้องอาศัยความอดทนมากๆ
  • ขี้ลืม ทำของหายบ่อย
  • มักจะลืมทำกิจวัตรประจำวัน  เช่น  ลืมนัด ลืมทำงานบ้าน

2. อาการไม่นิ่ง ซน หุนหันพลันแล่น  (Hyperactive and Impulsive)

  • ยุกยิก ไม่นิ่ง ขยับตัว ขยับแขนขาตลอดเวลา
  • นั่งอยู่กับที่ได้ไม่นาน ต้องลุกบ่อยๆ
  • มักจะวิ่งหรือปีนป่ายในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม
  • ไม่สามารถเล่น หรือ ทำกิจกรรมเงียบๆได้
  • เคลื่อนไหวเหมือนเครื่องยนต์ติดเครื่องอยู่ตลอดเวลา
  • พูดมากเกินจำเป็น
  • พูดแทรกขณะที่ผู้อื่นกำลังพูด
  • รอคอยไม่ได้ ใจร้อน วู่วาม
  • มักเข้าไปขัดจังหวะหรือรบกวนผู้อื่น

โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงอายุไม่เกิน 12 ปี  และจะต้องมีอาการในแต่ละด้านอย่างน้อย 6 ข้อ ขึ้นไป  โดยมีอาการนานต่อเนื่อง 6 เดือน  และจะต้องมีอาการเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 สถานการณ์ เช่น ที่บ้านและที่โรงเรียน   อาการเด่นชัดมากเกินขอบเขตของพัฒนาการปกติและส่งผลกระทบต่อการเรียน และทักษะทางสังคม

หากสังเกตพฤติกรรมแล้วพบว่าเข้าข่ายสมาธิสั้นควรส่งพบจิตแพทย์ เพื่อประเมินอาการ วินิจฉัยโรคให้แน่ชัด และรับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยการใช้ยา การปรับพฤติกรรมโดยที่ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วม ดังนี้

  1. จัดสิ่งแวดล้อมในบ้านให้มีระเบียบ กำหนดตารางเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ให้ชัดเจน
  2. จัดโซนที่สงบ เงียบ ไม่มีทีวี หรือ สิ่งรบกวน ไว้สำหรับมุมทำการบ้านโดยเฉพาะ
  3. แบ่งย่อยงานให้เด็กทำทีละน้อย และต้องควบคุมกำกับจนเด็กทำสำเร็จ
  4. สั่งงานในขณะที่เด็กกำลังตั้งใจฟัง โดยเรียกให้เด็กหันหน้าหรือหยุดฟังก่อนเสมอ
  5. สร้างกฎกติกาในสิ่งที่เด็กต้องทำให้ชัดเจน ชื่นชมและให้รางวัลเมื่อเด็กทำเสร็จ
  6. ให้โอกาสเด็กได้ใช้พลังงานในการทำประโยชน์ เช่น ช่วยงานบ้าน และชื่นชมทุกครั้งเมื่อเด็กทำได้
  7. ติดต่อประสานงานกับคุณครูเพื่อช่วยเหลือด้านการเรียนสม่ำเสมอ เช่น ช่วยให้คุณครูควบคุมกำกับพฤติกรรม จัดตำแหน่งการนั่งในชั้นเรียน การช่วยเตือนให้ทานยาในมื้อเที่ยง เป็นต้น
  8. พยายามหาข้อดี หรือจุดเด่น และพูดย้ำให้เด็กตระหนัก และเห็นคุณค่าในจุดเด่นนั้น และสร้างกำลังใจให้เด็กประพฤติตัวดีต่อไป
  9. วิธีการลงโทษไม่ควรใช้วิธีที่รุนแรง แต่ควรใช้วิธีการเสริมแรงทางลบ เช่น ตัดค่าขนม  กักบริเวณ  เป็นต้น
  10. ต้องตระหนักเสมอว่าหัวใจสำคัญของการดูแลเด็กสมาธิสั้น คือ ความรัก ความใกล้ชิด และความผูกพัน

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อยากรู้อาการของการเป็นสมาธิสั้นในผู้ใหญ่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคเด็กสมาธิสั้นมีอาการแบบไหนคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่