การรักษาโรคสมาธิสั้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 4, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

โรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดแต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมอาการของโรคได้

การรักษาสำหรับโรคสมาธิสั้นมักจะต้องรวมถึงการรับประทานยา มียาหลายประเภทที่สามารถใช้รักษาขึ้นกับอาการของผู้ป่วย นอกจากการใช้ยาแล้วนั้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจได้รับประโยชน์จากการเข้ารับคำแนะนำในการปรับปรุงพฤติกรรมและทักษะการเข้าสังคม พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ยังอาจเข้าร่วมในการรับคำแนะนำนี้เพื่อช่วยสร้างวิธีในการจัดการกับสถานการณ์ที่อาจเป็นปัญหาได้ และถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมหรือลดอาการได้ ซึ่งมักจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้นที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ยากระตุ้นประสาทกับโรคสมาธิสั้น

ยากระตุ้นประสาทจัดเป็นยาที่สั่งจ่ายเพื่อรักษาโรคสมาธิสั้นบ่อยที่สุดและมีการใช้มานานกว่า 50 ปีแล้ว ยากลุ่มนี้มีผลช่วยทำให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นสงบลงและออกฤทธิ์ได้นาน 4-12 ชั่วโมง ยากลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง กระสับกระส่าย เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับได้ ยากระตุ้นประสาทบางตัวยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดปัญหาทางโรคหัวใจหรือทางจิตเวชเพิ่มขึ้น ยามีทั้งในรูปแบบเม็ด แคปซูล น้ำ หรือแผ่นแปะผิวหนัง ยากระตุ้นประสาทที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นบ่อย ประกอบด้วย

  • Adderall (amphetamine)
  • Ritalin (methylphenidate)
  • Concerta (methylphenidate)
  • Focalin (dexmethylphenidate)
  • Daytrana (methylphenidate patch)
  • Metadate (methylphenidate)
  • Methylin (methylphenidate)
  • Dexedrine (dextroamphetamine)
  • DextroStat (dextroamphetamine)
  • Vyvanse (lisdexamfetamine dimesylate)

ยากลุ่มที่ไม่ได้กระตุ้นประสาทที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น

ยาประเภทนี้อาจใช้ร่วมกันหรือใช้เป็นทางเลือกของการใช้ยากลุ่มกระตุ้นประสาทได้ ยาตัวแรกในกลุ่มนี้ที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นได้รับการอนุมัติเมื่อปี ค.ศ. 2003 ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายากลุ่มกระตุ้นประสาทและสามารถออกฤทธิ์ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ยาที่ใช้บ่อย ประกอบด้วย

  • Strattera (atomoxetine)
  • Intuniv (guanfacine)

ยา Strattera เป็นยาที่ต้องระมัดระวังในการใช้เนื่องจากมีการศึกษาที่พบว่าเด็กและวัยรุ่นที่รับประทานยานี้จะมีโอกาสมีความคิดทีจะฆ่าตัวตายได้มากกว่าปกติ

ยาต้านเศร้ากับการรักษาโรคสมาธิสั้น

ในบางครั้งก็มีการใช้ยาต้านเศร้าในการรักษาโรคสมาธิสั้น องค์การอาหารและยาได้ออกประกาศเตือนเรื่องการใช้ยาต้านเศร้าในเด็กและวัยรุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2004 ว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงของการฆ่าตัวตายได้ ยาต้านเศร้าที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น ประกอบด้วย

  • Wellbutrin (bupropion)
  • Tofranil (imipramine)
  • Aventyl (nortriptyline)
  • Norpramin (desipramine)

การให้คำแนะนำในผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น

เด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจได้รับประโยชน์จากการเข้ารับคำแนะนำ รูปแบบการให้คำแนะนำที่ใช้บ่อย ประกอบด้วย

  • การบำบัดพฤติกรรม : เป็นรูปแบบหนึ่งของการให้คำแนะนำที่จะให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
  • การทำจิตบำบัด : การรักษาชนิดนี้เป็นการให้เด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เกี่ยวกับปัญหาของตัวเองและเรียนรู้วิธีการในการจัดการกับอาการของตน
  • การทำ family therapy : การบำบัดรูปแบบนี้ช่วยให้พ่อแม่ คู่สมรส หรือพี่น้องจัดการกับความเครียดในการอาศัยอยู่กับผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น
  • การอบรมทักษะการเลี้ยงลูก : การรักษาประเภทนี้ช่วยให้พ่อแม่มีวิธีในการอบรมพฤติกรรมสำหรับเด็ก
  • การอบรมทักษะทางสังคม : การอบรมประเภทนี้ช่วยให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นเรียนรู้พฤติกรรมในสังคมที่เหมาะสม

การรักษาแบบง่ายๆ ที่บ้านและการเปลี่ยนแปลงวิธ๊ชีวิต

การเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตที่บ้านอาจช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจประกอบด้วย

  • จัดตารางการกินอาหาร การนอนพักผ่อน และเวลาเข้านอน
  • จัดบริเวณต่างๆ ภายในบ้านให้เรียบร้อยและไม่ระเกะระกะ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งดึงดูดความสนใจต่างๆ (เช่น โทรทัศน์และโทรศัพท์มือถือ)
  • ใช้คำง่ายๆ การมองตา และคำสั่งที่ชัดเจนเวลาต้องการให้เด็กทำอะไร
  • หาวิธีในการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็ก (เช่น การเล่นกีฬาหรือกิจกรรมนอกห้องเรียนอื่นๆ )
  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคได้
  • แสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้วิธี time-outs หรือวิธีอื่นๆ ในการอบรมระเบียบวินัย

การรักษาตามธรรมชาติในโรคสมาธิสั้น

บางคนเชื่อว่าการแพทย์ทางเลือกสามารถช่วยทำให้อาการของโรคสมาธิสั้นดีขึ้นได้ แม้ว่ามีการระบุว่าวิธ๊การรักษาบางประเภทอาจช่วยได้ แต่ก็ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่เพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มใช้การรักษาในรูปแบบใด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย ทางเลือกในการรักษาโรคสมาธิสั้น ประกอบด้วย

  • การรับประทานอาหาร : มีการกำจัดการรับประทานน้ำตาล ข้าวสาลี นม ไข่ สีผสมอาหาร หรือสารผสมในอาหารเพื่อช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้น แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่มากพอที่จะแสดงว่าการหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวสามารถช่วยให้อาการของโรคดีขึ้นได้จริง
  • วิตามิน เกลือแร่ หรือสมุนไพรเสริม : บางคนเชื่อว่าวิตามินบางอย่างสามารถช่วยลดอาการของโรคได้ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการรับประทานวิตามิน เกลือแร่ หรือสมุนไพรเสริมนั้นมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคและการรับประทานวิตามินในปริมาณที่มากเกินไปอาจกลายเป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนั้นก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของการรับประทานสมุนไพรเสริม
  • กรดไขมันที่จำเป็น : บางคนเชื่อว่าการรับประทานกรดไขมัน omega-3 เช่นที่พบในน้ำมันปลานั้นจะสามารถช่วยลดอาการของโรคโดยการช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเหมาะสม นักวิจัยยังคงศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ากรดไขมันสามารถช่วยเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้จริงหรือไม่
  • การเล่นโยคะหรือการทำสมาธิ : การเล่นโยคะหรือทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอมักใช้เพื่อให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นผ่อนคลายและสร้างระเบียบวินัยในตนเอง
  • Neurofeedback : การรักษานี้เป็นกรให้เด็กพุ่งเป้าความสนใจไปที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งขณะที่มีการติดอุปกรณ์ที่ดูการทำงานของคลื่นสมอง

ยังคงต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาด้วยวิธีนี้เพื่อพิจารณาว่าสามารถใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นได้หรือไม่

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อยากรู้อาการของการเป็นสมาธิสั้นในผู้ใหญ่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคเด็กสมาธิสั้นมีอาการแบบไหนคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่