การรักษาโรคสมาธิสั้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

โรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดแต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมอาการของโรคได้

การรักษาสำหรับโรคสมาธิสั้นมักจะต้องรวมถึงการรับประทานยา มียาหลายประเภทที่สามารถใช้รักษาขึ้นกับอาการของผู้ป่วย นอกจากการใช้ยาแล้วนั้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจได้รับประโยชน์จากการเข้ารับคำแนะนำในการปรับปรุงพฤติกรรมและทักษะการเข้าสังคม พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ยังอาจเข้าร่วมในการรับคำแนะนำนี้เพื่อช่วยสร้างวิธีในการจัดการกับสถานการณ์ที่อาจเป็นปัญหาได้ และถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมหรือลดอาการได้ ซึ่งมักจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้นที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ยากระตุ้นประสาทกับโรคสมาธิสั้น

ยากระตุ้นประสาทจัดเป็นยาที่สั่งจ่ายเพื่อรักษาโรคสมาธิสั้นบ่อยที่สุดและมีการใช้มานานกว่า 50 ปีแล้ว ยากลุ่มนี้มีผลช่วยทำให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นสงบลงและออกฤทธิ์ได้นาน 4-12 ชั่วโมง ยากลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง กระสับกระส่าย เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับได้ ยากระตุ้นประสาทบางตัวยังเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดปัญหาทางโรคหัวใจหรือทางจิตเวชเพิ่มขึ้น ยามีทั้งในรูปแบบเม็ด แคปซูล น้ำ หรือแผ่นแปะผิวหนัง ยากระตุ้นประสาทที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นบ่อย ประกอบด้วย

  • Adderall (amphetamine)
  • Ritalin (methylphenidate)
  • Concerta (methylphenidate)
  • Focalin (dexmethylphenidate)
  • Daytrana (methylphenidate patch)
  • Metadate (methylphenidate)
  • Methylin (methylphenidate)
  • Dexedrine (dextroamphetamine)
  • DextroStat (dextroamphetamine)
  • Vyvanse (lisdexamfetamine dimesylate)

ยากลุ่มที่ไม่ได้กระตุ้นประสาทที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น

ยาประเภทนี้อาจใช้ร่วมกันหรือใช้เป็นทางเลือกของการใช้ยากลุ่มกระตุ้นประสาทได้ ยาตัวแรกในกลุ่มนี้ที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นได้รับการอนุมัติเมื่อปี ค.ศ. 2003 ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายากลุ่มกระตุ้นประสาทและสามารถออกฤทธิ์ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ยาที่ใช้บ่อย ประกอบด้วย

  • Strattera (atomoxetine)
  • Intuniv (guanfacine)

ยา Strattera เป็นยาที่ต้องระมัดระวังในการใช้เนื่องจากมีการศึกษาที่พบว่าเด็กและวัยรุ่นที่รับประทานยานี้จะมีโอกาสมีความคิดทีจะฆ่าตัวตายได้มากกว่าปกติ

ยาต้านเศร้ากับการรักษาโรคสมาธิสั้น

ในบางครั้งก็มีการใช้ยาต้านเศร้าในการรักษาโรคสมาธิสั้น องค์การอาหารและยาได้ออกประกาศเตือนเรื่องการใช้ยาต้านเศร้าในเด็กและวัยรุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2004 ว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงของการฆ่าตัวตายได้ ยาต้านเศร้าที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น ประกอบด้วย

  • Wellbutrin (bupropion)
  • Tofranil (imipramine)
  • Aventyl (nortriptyline)
  • Norpramin (desipramine)

การให้คำแนะนำในผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น

เด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจได้รับประโยชน์จากการเข้ารับคำแนะนำ รูปแบบการให้คำแนะนำที่ใช้บ่อย ประกอบด้วย

  • การบำบัดพฤติกรรม : เป็นรูปแบบหนึ่งของการให้คำแนะนำที่จะให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
  • การทำจิตบำบัด : การรักษาชนิดนี้เป็นการให้เด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เกี่ยวกับปัญหาของตัวเองและเรียนรู้วิธีการในการจัดการกับอาการของตน
  • การทำ family therapy : การบำบัดรูปแบบนี้ช่วยให้พ่อแม่ คู่สมรส หรือพี่น้องจัดการกับความเครียดในการอาศัยอยู่กับผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น
  • การอบรมทักษะการเลี้ยงลูก : การรักษาประเภทนี้ช่วยให้พ่อแม่มีวิธีในการอบรมพฤติกรรมสำหรับเด็ก
  • การอบรมทักษะทางสังคม : การอบรมประเภทนี้ช่วยให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นเรียนรู้พฤติกรรมในสังคมที่เหมาะสม

การรักษาแบบง่ายๆ ที่บ้านและการเปลี่ยนแปลงวิธ๊ชีวิต

การเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตที่บ้านอาจช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจประกอบด้วย

  • จัดตารางการกินอาหาร การนอนพักผ่อน และเวลาเข้านอน
  • จัดบริเวณต่างๆ ภายในบ้านให้เรียบร้อยและไม่ระเกะระกะ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งดึงดูดความสนใจต่างๆ (เช่น โทรทัศน์และโทรศัพท์มือถือ)
  • ใช้คำง่ายๆ การมองตา และคำสั่งที่ชัดเจนเวลาต้องการให้เด็กทำอะไร
  • หาวิธีในการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับเด็ก (เช่น การเล่นกีฬาหรือกิจกรรมนอกห้องเรียนอื่นๆ )
  • หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคได้
  • แสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้วิธี time-outs หรือวิธีอื่นๆ ในการอบรมระเบียบวินัย

การรักษาตามธรรมชาติในโรคสมาธิสั้น

บางคนเชื่อว่าการแพทย์ทางเลือกสามารถช่วยทำให้อาการของโรคสมาธิสั้นดีขึ้นได้ แม้ว่ามีการระบุว่าวิธ๊การรักษาบางประเภทอาจช่วยได้ แต่ก็ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่เพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มใช้การรักษาในรูปแบบใด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย ทางเลือกในการรักษาโรคสมาธิสั้น ประกอบด้วย

  • การรับประทานอาหาร : มีการกำจัดการรับประทานน้ำตาล ข้าวสาลี นม ไข่ สีผสมอาหาร หรือสารผสมในอาหารเพื่อช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้น แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่มากพอที่จะแสดงว่าการหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวสามารถช่วยให้อาการของโรคดีขึ้นได้จริง
  • วิตามิน เกลือแร่ หรือสมุนไพรเสริม : บางคนเชื่อว่าวิตามินบางอย่างสามารถช่วยลดอาการของโรคได้ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการรับประทานวิตามิน เกลือแร่ หรือสมุนไพรเสริมนั้นมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคและการรับประทานวิตามินในปริมาณที่มากเกินไปอาจกลายเป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนั้นก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของการรับประทานสมุนไพรเสริม
  • กรดไขมันที่จำเป็น : บางคนเชื่อว่าการรับประทานกรดไขมัน omega-3 เช่นที่พบในน้ำมันปลานั้นจะสามารถช่วยลดอาการของโรคโดยการช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเหมาะสม นักวิจัยยังคงศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ากรดไขมันสามารถช่วยเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้จริงหรือไม่
  • การเล่นโยคะหรือการทำสมาธิ : การเล่นโยคะหรือทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอมักใช้เพื่อให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นผ่อนคลายและสร้างระเบียบวินัยในตนเอง
  • Neurofeedback : การรักษานี้เป็นกรให้เด็กพุ่งเป้าความสนใจไปที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งขณะที่มีการติดอุปกรณ์ที่ดูการทำงานของคลื่นสมอง

ยังคงต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาด้วยวิธีนี้เพื่อพิจารณาว่าสามารถใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นได้หรือไม่

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

อยากรู้อาการของการเป็นสมาธิสั้นในผู้ใหญ่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคเด็กสมาธิสั้นมีอาการแบบไหนคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่