โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) ในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 687,495 คน

ฮอรโมนในกลุ่ม steroid ที่ถูกผลิตขึ้นในร่างกาย ถูกผลิตจากต่อมหมวกไตเป็นหลัก ซึ่งเป็นต่อมที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของไตทั้งสองข้างของสุนัข ฮอร์โมนทั้งสองกลุ่มมีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานมากมายในร่างกาย ซึ่งการขาดหายไปของฮอร์โมนเหล่านี้ก็มักจะทำให้เกิดปัญหาต่อสัตว์ต่างๆตามมามากมาย โรคดังกล่าวก็คือโรค Addison’s disease ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในสุนัขที่มีอายุน้อยจนถึงวัยกลาง พบได้มากในสุนัขเพศเมีย และสุนัขพันธุ์ Bearded Collies, Standard poodles, Portugese water dog, West highland white terrier, Rottweiler และ Wheaten terrier สาเหตุของการหายไปของฮอร์โมน มักเกิดจากความผิดปกติของร่างกายแต่กำเนิด เช่น ไม่สามารถสร้างฮอร์โมน ACTH Renin หรือ Mineralocorticoid ได้ การผ่าตัดแก้ไขเอาก้อนเนื้อบริเวณต่อมหมวกไตแล้วนำเอาบางส่วนของต่อมหมมวกไตออกไป หรือการเกิดเนื้องอกแพร่ไปยังต่อมหมวกไตแล้วเบียดเซลล์ปกติไม่ให้สามารถทำงานได้อย่างปกติ

อาการ

  • ซึม อ่อนแรง กล้ามเนื้อสั่น
  • อาเจียน ท้องเสีย
  • กินน้ำมาก ถ่ายปัสสาวะมาก (polyuria-polydipsia)
  • หัวใจเต้นช้า
  • แห้งน้ำ
  • เป็นลม
  • อุณหภูมิต่ำ
  • ขนร่วงตามตัว
  • ปวดเกร็งท้อง

การวินิจฉัย

เนื่องจากอาการของโรค Addison’s disease มีความคล้ายเคียงกับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคไต ทำให้การตรวจวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติอย่างและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมไปถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ เช่น การตรวจเลือด โดยมักจะพบปัญหาเลือดจางเล็กน้อย มีค่าโพแทสเซียมในเลือดสูง (hyperkalemia) และโซเดียมในเลือดต่ำ (hyponatremia) ซึ่งหากมีสัดส่วนที่ผิดปกติมากจะยิ่งบ่งบอกถึงความอันตรายที่เรียกว่า Addisonian crisis คือหมายถึงสัตว์มีแนวโน้มจะเป็น Addison’s disease มากๆ และควรต้องได้รับการรักษาในทันที ค่าของในเลือด (blood urea nitrogen) และค่าไตอาจสูงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากภาวะแห้งน้ำ การตรวจปัสสาวะ ก็มีความสำคัญ เพราะในกรณีนี้มักพบว่าไตจะไม่สามารถควบคุมหรือทำความเข้มข้นของปัสสาวะได้ ทำให้ปัสสาวะมีลักษณะค่อนข้างใส

การตรวจวินิจฉัยในเชิงฮอร์โมนจะเริ่มทำเมื่อสัตวแพทย์สงสัยจริงๆเท่านั้น ซึ่งในรายที่สงสัยว่าเป็น Addison’s disease จะเริ่มจากการตรวจระดับฮอร์โมน cortisol ในเลือด ซึ่งจะมีปริมาณต่ำกว่าปกติเป็นอย่างมาก และไม่ว่าจะฉีดฮอร์โมน ACTH ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างคอร์ติซอล (cortisol) เข้าไป ก็จะพบว่าระดับคอร์ติซอลจะยังคงไม่สูงขึ้นอยู่ดี การตรวจเสริมอื่นๆที่อาจทำได้ ได้แก่ การถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย การทำอัลตร้าซาวด์หรือ CT scan ซึ่งสามารถตรวจหาก้อนเนื้อที่แพร่มายังต่อมหมวกไตได้

การรักษา

ในรายที่อยู่ในภาวะ Addisonian crisis อาจพิจารณาเริ่มตรวจวินิจฉัยอย่างจริงจังโดยการตรวจเลือด หรือการลองรักษาทันที โดยการใช้การฉีดยาเข้าไปทดแทน ซึ่งยานั้นคือฮอร์โมนทั้งที่อยู่ในกลุ่ม mineralocorticoid และ cortisol ซึ่งหากตอบสนองต่อการรักษาจริง จะพบว่าระดับของฮอร์โมน ในร่างกายจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่เช่นกันส่วนอาการอื่นๆ อาจใช้การรักษาประคองตามอาการเข้าช่วยในเบื้องต้น เช่น การใช้สารน้ำทดแทนกรณีสูญเสียน้ำมากๆ หรือการแก้ไขภาวะอิเล็กโทรไลต์ (โพแทสเซียมและโซเดียม) ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ปกติ เป็นต้น

การดูแลและจัดการ

สุนัขที่ป่วยเป็นโรค Addison’s disease จำเป็นต้องได้รับการฉีดฮอร์โมนทดแทนไปตลอดชีวิต เจ้าของจำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่ก็พยายามสังเกตการตอบสนอง รวมไปถึงอาการอื่น เพราะฮอร์โมนอาจไม่ได้ตอบสนอง 100% ในทุกราย ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อเช็คระดับฮอร์โมน อิเล็กโทรไลต์ และดูการตอบสนองของการรักษาอย่างเป็นประจำทุกเดือนในช่วงแรก และทุก 3-6 เดือนหากคงที่แล้ว โดยทั่วไปแล้วสุนัขที่ได้รับการรักษามักพบว่ามีการตอบสนองได้ดี

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม