Doctor men
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HD
ความรู้สุขภาพ

รักษาสิวผด (Acne Aestivalis) ทำอย่างไรให้ได้ผล?

สิวผด ปัญหากวนใจที่ขึ้นได้ทั้งใบหน้า หลัง หน้าผาก มาดูวิธีป้องกันและรักษาสิวผด ที่ทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 17 ม.ค. 2020 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
รักษาสิวผด (Acne Aestivalis) ทำอย่างไรให้ได้ผล?

ปัญหากวนใจอย่างหนึ่งของวัยรุ่นที่กำลังฮอร์โมนพลุ่งพล่านมักหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องสิว

โดยเฉพาะสิวผด ที่จะกระจายอยู่ทั่วทั้งใบหน้า หน้าผากหรือหลัง ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

สิวผดมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง รักษาด้วยตัวเองได้หรือไม่ หรือต้องไปพบคุณหมอ ใช้ระยะเวลาการรักษานานแค่ไหน HonestDocs มีคำตอบ

สิวผด คืออะไร?

สิวผด หรือ สิวเทียม (Acne aestivalis) คือ สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มๆ เป็นผดเล็กๆ แข็งๆ หัวปิด (Papule)

มักเห็นได้ชัดเจนเมื่อโดนแดดหรือเหงื่อออกมาก เพราะเมื่ออากาศร้อนจะกระตุ้นให้ต่อมใต้ผิวหนังเกิดการอักเสบ

สิวผด เกิดจากอะไร?

สิวผดมักเกิดหลังจากโดนแสงแดดประมาณ 1-3 วัน เพราะแสงแดดมีรังสียูวี โดยเฉพาะยูวีเอ แสงแดดจะกระตุ้นผิวหนัง จนเกิดอาการอักเสบของต่อมเหงื่อ เกิดเป็นสิวนูนๆ ไม่มีหัว ทั่วทั้งบริเวณใบหน้า หลัง หน้าอก

นอกจากนี้สิวผดยังเกิดได้จากเชื้อรา Pityrosporum ovale (P. ovale) ทำให้เกิดสิวที่มีลักษณะนูนเป็นสิวหัวปิดบางครั้งอาจมีตุ่มแดง คัน ร่วมด้วย

สิวผดที่เกิดจากเชื้อราส่วนใหญ่มักเกิดที่ผิวหนังบริเวณหน้าอก แผ่นหลัง สามารถพบที่ใบหน้า และคอได้บ้าง ส่วนใหญ่จะมีอาการคันบริเวณที่เป็นผื่น โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน จะแตกต่างกับสิวผดทั่วไปตรงที่มีอาการคันเด่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

วิธีการตรวจที่แน่ชัดว่าสิวเกิดจากเชื้ออะไรทำได้โดยการเพาะเชื้อ

การรักษาสิวผดที่เกิดจากเชื้อราสามารถทำได้โดยการใช้ยาฆ่าเชื้อราในรูปแบบาทาและยารับประทาน

นอกจากแสงแดดกับเชื้อราแล้ว ความเครียด การนอนดึก การใช้แปรงแต่งหน้าที่ไม่สะอาด และการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธีก็ทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน

เพราะเครื่องสำอางที่มีอนุภาคขนาดเล็กจะอุดตันรูขุมขน ทำให้ผิวหนังอักเสบเกิดสิวและสิวผดได้

รักษาสิวผด ผื่น ที่หลัง ที่หน้าผาก อย่างไรดี?

สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการรักษา คือต้องแยกสิวผดออกจากสิวที่เกิดจากผลข้างเคียงของยา (Acneform eruption)

โดยลักษณะสิวที่เกิดจากผลข้างเคียงของยาจะเป็นสิวนูนแดง เป็นผด และเป็นตุ่มคล้ายผื่น เกิดหลังจากใช้ยามาสักระยะหนึ่ง เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad
  • ยากลุ่มสเตียรอยด์ทั้งรูปแบบทาและรับประทาน
  • ยาต้านชัก (Phenytoin)
  • ยารักษาวัณโรคบางตัว (Isoniazid)

วิธีการรักษาคือต้องหยุดยาหากสามารถหยุดได้ หรือเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดสิวน้อยกว่า

ยารักษาสิวผด มีอะไรบ้าง?

การวินิจฉัยว่าสิวที่เกิดคือสิวผด ทำได้โดยการดูลักษณะสิวที่มีลักษณะเป็นผด กระจายอยู่ทั่วบริเวณหน้าผาก แก้ม หลังและเกิดหลังจากสัมผัสแสงแดดประมาณ 1-3 วัน

ยารักษาสิวผดจะอยู่ในรูปแบบยาทา แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีวิธีการใช้ ดังนี้

1. กรดวิตามินเอ (Retinoids)

กลไกการออกฤทธิ์ยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าจะทำให้เซลล์ผิวหนังจับตัวกันหลวมขึ้น และเพิ่มการหลุดลอกของเซลล์บุผิว (Epithelial cell) ช่วยลดการอุดตันของต่อมใต้ผิวหนังที่ทำให้เกิดสิวผด

นอกจากนี้ กรดวิตามินเอยังมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบที่ผิวด้วย

วิธีใช้คือ ทาบางๆ วันละ 1 ครั้งก่อนนอน หลีกเลี่ยงการทายารอบบริเวณที่มีผิวหนังบอบบาง เช่น รอบดวงตา มุมปาก เพราะอาจจะระคายเคืองและผิวลอกได้

หากใช้ยานี้รักษาสิวผดต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดและแสงไฟ นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีและห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะเสี่ยงทำให้ทารกพิการได้

2. ยากลุ่มเบนโซอีลเพอรอกไซด์ (Benzoyl peroxide)

มีฤทธิ์ช่วยละลายหัวสิวทั้งสิวหัวปิด สิวอุดตัน และสิวผด นอกจากนี้ยังสามารถช่วยทำลายเชื้อ P. acne ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ด้วย

วิธีใช้คือ ทาบริเวณที่เป็นสิวผดก่อนล้างหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น แล้วล้างออก

แต่ยานี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว จึงควรทาบางๆ และหากมีอาการผิวอักเสบแดง ควรรีบล้างออกและใช้ยาที่มีความเข้มข้นต่ำก่อน

3. ยาฆ่าเชื้อราที่ผิวหนัง

หากสิวผดที่เกิดขึ้นมีอาการคันร่วมด้วยจะเกิดจากเชื้อรา ดังนั้นยาที่เหมาะสมคือจึงเป็นยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งมีทั้งรูปแบบยาทาและยารับประทาน

หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นสิวผดจากเชื้อราหรือสิวเชื้อรา การรักษามักเริ่มด้วยยารับประทานก่อน เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงกว่า สามารถกระจายไปยังรูขุมขนได้ดีกว่า

ยาทามักใช้เป็นยาเสริมร่วมกับยารับประทาน ระยะเวลาการรักษาประมาณ 1-2 เดือน แต่อาจใช้เวลารักษารักษานานกว่านี้หากกลับมาเป็นซ้ำบ่อย

ระยะเวลารักษาสิวผด ใช้เวลาประมาณเท่าไร?

ระยะเวลารักษาสิวผดโดยทั่วไปจะใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณของสิวบริเวณที่มีอาการ และชนิดของยาที่ใช้ หากใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอรักษา ในช่วงเดือนแรกจะมีสิวเห่อขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นอาการจึงจะค่อยๆ ดีขึ้น

ใช้ระยะเวลารวมประมาณ 3 เดือน การปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงสิวผดก็จะมีส่วนช่วยทำให้สิวผดหายเร็วขึ้น

วิธีรักษาสิวผดแบบธรรมชาติ มีอะไรบ้าง?

ผิวที่มีสุขภาพดีนั้น เริ่มต้นจากการที่ร่างกายแข็งแรง

เพราะนอกจากแสงแดดจะเป็นปัจจัยกระตุ้นทำให้เกิดสิวผดแล้ว ภูมิคุ้มกันร่างกายก็มีส่วนช่วยทำให้ผิวของเราแข็งแรง

ดังนั้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาระบบขับถ่ายให้ทำงานดี และการรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว ก็จะช่วยให้คุณมีผิวสดใสและสวยงามห่างไกลจากสิวผดได้

วิธีรักษาสิวผดด้วยตนเอง

วิธีรักษาและป้องกันสิวผดสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดสิวผด ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนสัมผัสรังสียูวีทั้งยูวีเอและยูวีบี โดยดูจากค่า SPF และ PA ที่มีค่าสูงมากเพียงพอสำหรับการสัมผัสแดดในแต่ละวันของคุณ และทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที
  • วันที่แต่งหน้า ต้องทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิงและล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวให้หมดจด เพราะเครื่องสำอางก็เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดสิวทั้งสิวผดและสิวอักเสบ
  • หากใช้ครีมหรือเครื่องสำอางที่ไม่ทราบส่วนผสมแล้วเกิดสิวผด ควรหยุดใช้ทันที เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้อาจมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ที่ทำให้เกิดสิวผดได้
  • ลดการรบกวนผิว เช่น นวดหน้า ขัดหน้า สครับหน้า รวมถึงนำมือที่สกปรกมาสัมผัสหน้าบ่อยๆ เพราะจะกระตุ้นให้เกิดผิวอักเสบ ทำให้ผิวหนังระคายเคือง ไม่เรียบเนียน
  • ไม่ควรล้างหน้าด้วยสารลดแรงตึงผิวที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ง่าย เช่น สบู่ โฟมล้างหน้าที่ทำให้ผิวตึงมากเกินไป และไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกิน 3 ครั้งต่อวัน เพราะจะทำให้ผิวระคายเคือง หากเป็นสิวผดอยู่แล้ว สิวจะยิ่งกระจายรุนแรงมากขึ้น

4 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
รศ. พญ. เพ็ญพรรณ วัฒนะไกร, Management of acne (https://med.mahidol.ac.th/ramalaser/sites/default/files/public/pdf/elective/Acne%20Elective2558%20HANDOUT.pdf), 22 กุมภาพันธ์ 2558.
ภก. สุรชัย วิชัยโย, สิวเชื้อราและการรักษา (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/272/การรักษาสิว-สิวเชื้อรา/),10 กรกฎาคม 2558.
ผศ. พญ. สุวิรากร โอภาสวงศ์,สิวแท้หรือสิวเทียม (http://inderm.go.th/news/myfile/2281851a47ed70742b_unsiew.pdf), 19 เมษายน 2554.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป