Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

กรดไหลย้อนและกลิ่นปาก มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,822,631 คน

กรดไหลย้อนและกลิ่นปาก มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

กลิ่นปากกับกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน หรือ Gastroesophageal reflux disease (GERD) เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับมายังหลอดอาหาร ส่งผลให้เรามีกลิ่นปากไม่พึงประสงค์  ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคกรดไหลย้อน คือ กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างทำงานผิดปกติหรือเกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อหูรูด ซึ่งกล้ามเนื้อดังกล่าวอยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร หากทำงานได้ตามปกติ กล้ามเนื้อหูรูดจะเปิดเมื่อมีการกลืนอาหาร จากนั้นก็จะปิดสนิท แต่หากกล้ามเนื้อหูรูดทำงานผิดปกติ ก็จะเปิดค้าง จึงทำให้กรดไหลย้อนกลับขึ้นมาที่คอได้

อย่างไรก็ตาม กลิ่นปากเป็นเพียงอาการหนึ่งของโรคกรดไหลย้อน ยังมีอาการอื่นๆ อีกที่จะช่วยบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นกรดไหลย้อน เช่น อาการแสบร้อนกลางอก รู้สึกขมหรือเปรี้ยวในปาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ซึ่งกลิ่นปากที่เกิดขึ้นนั้น สามารถควบคุมได้โดยการรักษาโรคกรดไหลย้อน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลให้มีอาการ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาอาการปากเหม็นที่เกิดจากโรคกรดไหลย้อน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยป้องกันโรคกรดไหลย้อนได้ และยังช่วยให้ลมหายใจสดชื่นอีกด้วย อันดับแรกคือ งดการสูบบุหรี่ เพราะสารในบุหรี่ทำให้เกิดกลิ่นปาก คราบที่ฟัน นอกจากนั้นสารนิโคตินยังทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารคลายตัว ส่งผลให้กรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหารได้ 

ที่สำคัญ การสูบบุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้  สำหรับการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่ช่วยรับมือกับอาการของโรคกรดไหลย้อนได้ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ 
  • นอนยกหัวสูง โดยการใช้วัสดุแข็งวางใต้หมอนเพื่อหนุ่นให้หัวนอนสูงขึ้น
  • รับประทานอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยครั้งแทนการรับประทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ
  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดแรงกดบริเวณกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหาร เพราะยิ่งน้ำหนักมาก ความดันในช่องท้องก็ยิ่งมากขึ้น 
  • เคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อให้ลมหายใจสดชื่นและลดการไหลย้อนของกรด แต่หากเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วรู้สึกมีลมในท้องมากขึ้น ก็ควรหยุดทำจะดีกว่า

เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน

  • อาหารที่ควรจำกัดปริมาณ หรือหลีกเลี่ยง เช่น แอลกอฮอล์ กาแฟหรือชาที่มีคาเฟอีน หัวหอม กระเทียม ผลไม้ตระกูลส้มและน้ำผลไม้ มะเขือเทศ และผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ เปปเปอร์มิ้นต์ อาหารที่มีรสเผ็ด ช็อกโกแลต อาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันสูง เป็นต้น
  • รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยรับมือกับปัญหาปากเหม็นได้ เพราะไฟเบอร์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่น รู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณรักษาน้ำหนักตัวได้  
  • ดื่มน้ำเปล่าตลอดวันเพื่อให้ลมหายใจสดชื่น น้ำเปล่ามีแนวโน้มที่จะทำให้กระเพาะอาหารแปรปรวนหรือทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารอ่อนแอน้อยกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังช่วยกำจัดแบคทีเรียที่สามารถนำไปสู่การมีกลิ่นปาก

ยารักษาโรคกรดไหลย้อน

กลุ่มยารักษาโรคกรดไหลย้อน เช่น  ยากลุ่ม H2 blockers, ยากลุ่ม Proton Pump Inhibitors, ยาลดกรด เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต หรืออะลูมินัมและแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ เป็นต้น ซึ่งยารักษาโรคกรดไหลย้อนชนิดอื่นๆ นอกจากที่กล่าวมา สามารถทำให้ปากแห้งได้ เพราะผลข้างเคียงของยา ทำให้ลดการสร้างน้ำลายในช่องปาก อาจทำให้คุณรู้สึกไม่ดีและมีกลิ่นปาก ทางที่ดี คือ คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาปัญหาปากแห้งและผลข้างเคียงของยาที่รับประทาน เพื่อให้ได้รับยารักษาที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

สรุป ปัญหากลิ่นปากไม่พึงประสงค์ เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคกรดไหลย้อน แต่เราสามารถรับมือกับมันโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารร่วมกับรับประทานยารักษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยให้ลดการเกิดโรคกรดไหลย้อนซ้ำซ้อน และช่วยให้ปัญหากลิ่นปากไม่พึงประสงค์หมดไปด้วย


ที่มาของข้อมูล

Erica Roth, Acid Reflux and Bad Breath (https://www.healthline.com/hea...), 14 February 2019.

Gastroesophageal reflux disease (GERD) (https://www.mayoclinic.org/dis...), 14 February 2019.

Gastroesophageal Reflux Disease (GERD) (https://www.webmd.com/heartbur...), 14 February 2019.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป