การตั้งครรภ์

การทำแท้ง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
การทำแท้ง

การทำแท้งคือกระบวนการทางการแพทย์ที่ทำให้การตั้งครรภ์ของผู้หญิงยุติลง

โดยมีทั้งการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ หรือการทำแท้งด้วยการผ่าตัด การตัดสินใจทำแท้งขึ้นอยู่กับอายุของครรภ์ ซึ่งผู้หญิงที่ประสงค์จะทำแท้งส่วนใหญ่มักสามารถเลือกวิธีการจากที่กล่าวไปข้างต้นได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ในบางกรณี ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพก็อาจเป็นผู้ตัดสินใจให้มีการทำแท้งขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
หายา แต่ไม่มีเวลาไปร้านขายยา?

บริการจัดส่งยาจาก HonestDocs คลิก

เลือกซื้อ

การทำแท้งแตกต่างจากการแท้งบุตรเองตามธรรมชาติ (หรืออุบัติเหตุ) ที่ซึ่งเป็นการยุติการตั้งครรภ์โดยไม่มีการแทรกแซงโดยตรงจากกระบวนการทางการแพทย์ใด ๆ

ทำไมจึงมีการพิจารณาให้ทำแท้ง?

  • สาเหตุที่ทำให้คุณต้องตัดสินใจทำแท้งนั้นมีอยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเช่น:
  • เนื่องจากเหตุผลส่วนบุคคล (ทั้งเหตุผลการเป็นอยู่ของคุณหรือบุตรที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือของทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ)
  • เนื่องจากการตั้งครรภ์ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพของคุณ
  • เนื่องจากทารกในครรภ์มีความเสี่ยงเกิดความผิดปรกติที่ร้ายแรงสูง

ควรทำแท้งเมื่อไร?

กฎหมายการอนุญาตให้ทำแท้งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ ซึ่งสำหรับประเทศไทย การทำแท้งโดยไม่มีเหตุผลทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของมารดาหรือลูกในครรภ์ หรือไม่ใช่การตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนกระทำชำเรา จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากคุณอยู่ในเกณฑ์ข้อยกเว้นเหล่านี้และต้องการทำแท้งจริง ๆ ควรทำก่อนที่อายุครรภ์จะมีมากกว่า 20 สัปดาห์ แต่กระนั้น การทำแท้งที่เกิดขึ้นทั้งหมด (เกือบ 98% ซึ่งเป็นข้อมูลจากประเทศสก็อตแลนด์)  มักเกิดขึ้นกับอายุครรภ์ก่อน 20 สัปดาห์

การทำแท้งในช่วงที่อายุครรภ์ยังน้อยจะทำให้กระบวนการง่ายดายและปลอดภัยขึ้นมาก แต่กระนั้นทางผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องทำการพินิจพิจารณาทางเลือกให้ถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจเสียก่อนเพื่อจะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง

สำหรับวิธีการนับอายุครรภ์นั้นคือการนับจากวันที่คุณมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายนั่นเอง แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ไม่มั่นใจในวันดังกล่าวอยู่ดี ทำให้มีการใช้เทคนิคอัลตราซาวด์เข้ามาตรวจอายุของครรภ์แทน

การตัดสินใจส่วนบุคคล

การเลือกตัวเลือกทำแท้งนั้นไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย ก่อนการตัดสินใจ คุณต้องทำการปรึกษาสถานการณ์กับผู้ดูแลด้านสุขภาพ สมาชิกในครอบครัว และคู่สมรสของคุณก่อน (หากมี)

ตัวคุณจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะทำแท้งหรือไม่ และคุณต้องมั่นใจว่าตนเองจะไม่หวนกลับมาเสียใจกับการตัดสินใจของตน

หากคุณเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี คุณสามารถทำแท้งได้โดยไม่ต้องผ่านการยินยอมจากผู้ปกครอง ตราบใดที่แพทย์มีความเห็นว่าการทำแท้งนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อตัวคุณ

แต่กระนั้น ทางแพทย์ก็มองว่าคุณควรไปปรึกษาผู้ปกครองก่อนทำการตัดสินใจใด ๆ ก่อนจะดีที่สุด แต่หากคุณยังยืนกรานต้องการทำแท้ง คุณก็มีสิทธิ์ที่จะทำโดยที่ปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับโดยไม่เกี่ยวข้องอายุของคุณ

ผู้หญิงมักมีการตอบสนองทางอารมณ์ในการทำแท้งที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้หญิงคนหนึ่งสามารถมีความรู้สึกปนเปหลายอย่างได้ หากคุณมีปัญหากับการจัดการความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนี้ คุณควรทำการปรึกษาศูนย์บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำแท้งก่อนการตัดสินใจ

เหตุใดการทำแท้งจึงจำเป็น?

เหตุผลที่ผู้ที่ตั้งครรภ์จะทำแท้งได้ถูกระบุไว้ในกระบวนกฎหมายหมดแล้ว ซึ่งมีดังนี้:

  • การตั้งครรภ์ทำให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงแต่ชีวิตของผู้ตั้งครรภ์
  • การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะสร้างการบาดเจ็บทางร่างกายหรือจิตใจของผู้ที่ตั้งครรภ์อย่างรุนแรง
  • ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงจะเกิดมาพร้อมความผิดปรกติหรือพิการทางร่างกายหรือจิตใจ

ด้วยเหตุนี้ทำให้แพทย์มีความยืดหยุ่นในการทำแท้งให้ผู้หญิงอย่างมาก

แต่สำหรับการตัดสินใจทำการแท้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุด ซึ่งอาจส่งผลต่อปัจจัยทางสังคม ทางการเงิน และทางอารมณ์ของผู้ที่ตั้งครรภ์

ทำให้ ณ ปัจจุบันมีศูนย์บริการให้คำปรึกษา ให้ข้อมูลและคำแนะนำมากมายให้เลือกใช้ โดยศูนย์เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการช่วยเหลือผู้หญิงที่กำลังทำการตัดสินใจทำแท้ง และช่วยหาตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเธอ

การทำแท้งดำเนินการอย่างไร?

ก่อนการทำแท้ง

ก่อนที่คุณจะถูกส่งไปทำแท้งและก่อนการนัดหมายครั้งแรกของคุณ (บางครั้งจะใช้คำว่าการนัดประเมิน) คุณจะมีโอกาสเปิดอกพูดคุยสถานการณ์ของคุณ และคุณจะได้รับคำชี้แจงถึงวิธีการต่าง ๆ ของการทำแท้งที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ของคุณ ณ ตอนนั้น รวมไปถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำแท้ง

แพทย์หรือพยาบาลจะตรวจสอบประวัติการรักษาที่ผ่านมาของคุณเพื่อให้มั่นใจว่าประเภทการทำแท้งที่จะดำเนินการขึ้นนั้นเหมาะกับคุณจริงหรือไม่ ในช่วงนัดหมายประเมินจะมีกระบวนการเกิดขึ้นมากมายอย่างเช่น:

  • การสแกนอัลตราซาวด์ เพื่อตรวจสอบอายุครรภ์ของคุณ (ซึ่งอาจเป็นการตรวจภายในผ่านช่องคลอดหรือช่วงท้อง)
  • การตรวจเลือด เพื่อตรวจกรุ๊ปเลือดของคุณและเพื่อหาภาวะโลหิตจาง
  • การตรวจสอบหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ
  • เพื่อเป็นข้อมูลและคำแนะนำการคุมกำเนิดหลังจากการทำแท้ง
  • และท้ายที่สุด ก่อนจะเริ่มกระบวนการ คุณจะต้องทำการลงชื่อยืนยันการตัดสินใจของคุณ
  • กระบวนการทำแท้งมีอยู่หลากหลายวิธี ซึ่งประเภทที่จะใช้กับคุณจะขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ของคุณเอง

การทำแท้งด้วยยาในช่วงอายุครรภ์อ่อน (มากสุดคืออายุครรภ์ 10 สัปดาห์)

การทำแท้งด้วยยาจะใช้ยาสองตัว โดยมีระยะเวลาใช้ยาแต่ละตัวห่างกัน 48 ชั่วโมง ซึ่งผลของยาจะให้ผลคล้ายกับการแท้งบุตรเองตามธรรมชาติ

หลังจากการประเมินร่างกายคุณ คุณจะถูกนัดหมายใหม่อีกสองครั้งในวันที่ต่างกัน โดยในวันแรกคุณจะได้รับยาที่เรียกว่าไมฟีพริสโทนซึ่งมีฤทธิ์ไปปิดกั้นฮอร์โมนที่ทำให้ผนังมดลูกสามารถฟูมฟักไข้ได้ หลังจากการใช้ยาตัวนี้ คุณจะสามารถกลับบ้านได้และดำเนินชีวิตไปตามปรกติ ในบางกรณีอาจมีการให้ยาดังกล่าวระหว่างการประเมินร่างกายก็ได้

ในการนัดหมายครั้งต่อไป คุณจะได้รับยาตัวที่สองซึ่งก็คือไมโซพรอสทอล ซึ่งจะเป็นยาสอดเข้าช่องคลอดหรือรับประทานผ่านช่องปาก ยาดังกล่าวจะทำให้เยื่อบุมดลูกภายในเกิดสลายตัวและทำให้ตัวอ่อน (เอ็มบริโอ) ไหลออกมาตามเลือดที่จะไหลผ่านช่องคลอดออกมา โดยมักจะเกิดผลเช่นนี้ขึ้นภายหลังได้รับยาสี่ถึงหกชั่วโมง ในช่วงนี้ผู้ได้รับยาจะมีอาการคล้ายประจำเดือนมามาก อาจมีความรู้สึกเจ็บปวดเกิดขึ้น ซึ่งสามารถใช้ยาแก้ปวดบรรเทาได้

การใช้ยาเพื่อทำแท้งเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้และอาจมีท้องเสียเช่นกัน

ในบางกรณี คุณจะสามารถกลับบ้านได้หลังจากได้รับยาตัวที่สอง โดยทีมรักษาจะชี้แจงผลของยาให้แก่คุณ หากไม่ใช่กรณีเช่นนี้ คุณต้องนอนพักที่โรงพยาบาลจนกว่าการตั้งครรภ์จะยุติลงจากฤทธิ์ยา

กระบวนการนี้จะทำให้คุณเสียเลือดมากในช่วง 7 ถึง 10 วัน

การทำแท้งด้วยการผ่าตัด (อายุครรภ์ตั้งแต่ 7 - 13 สัปดาห์)

การดูดมดลูกด้วยสุญญากาศหรือการทำแท้งด้วยการดูดออกเป็นกระบวนการที่ใช้เครื่องมือดูดเพื่อนำเนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ออกจากมดลูก กระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที และดำเนินการด้วยการใช้ยาชาหรือยาสลบ ซึ่งผู้หญิงส่วนมากมักจะได้รับยาสลบก่อนเริ่มระบวนการ

ปากทางเข้ามดลูกจะถูกถ่างออก และจะมีการใช้ยาที่มีทั้งแบบสอดเข้าช่องคลอดหรือรับประทานที่ทำให้มดลูกอ่อนตัวลงเพื่อให้ง่ายต่อการสอดท่อสุญญากาศเข้าไป

หลังการทำแท้งด้วยการดูดมดลูก คุณจะสามารถกลับบ้านได้ภายหลังกระบวนการ ซึ่งหลังกระบวนการคุณจะมีอาการเลือดออกจากช่องคลอดประมาณ 7 วัน

การทำแท้งด้วยยาในช่วงอายุครรภ์มาก (อายุครรภ์ตั้งแต่ 9 ถึง 18/20 สัปดาห์)

จะมีการใช้ยาสองประเภทเดียวกับการทำแท้งในช่วงอายุครรภ์อ่อน ซึ่งก็คือไมฟีพริสโทนกับไมโซพรอสทอล แต่ช่วงเวลาแท้งลูกจะมีระยะเวลานานกว่าตามระยะครรภ์ และอาจมีการใช้โดสยาไมโซพรอสทอลมากกว่าหนึ่งก็เป็นได้ การทำแท้งประเภทนี้จะออกอาการคล้ายกับการแท้งลูกช่วงอายุครรภ์แก่ โดยระหว่างกระบวนการคุณจะรู้สึกตัวตลอดเวลา โดยจะมีการใช้ยาเพื่อระงับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไว้

หลังจากกระบวนการ คุณจะสามารถกลับบ้านได้ทันที แต่บางกรณีอาจจะใช้ระยะเวลานานกว่าร่างกายจะแสดงผล ทำให้คุณต้องถูกจัดให้ค้างที่โรงพยาบาลเผื่อเอาไว้

ภายหลังกระบวนการคุณจะมีเลือดออกประมาณ 7 ถึง 10 วัน ขึ้นอยู่กับอายุของครรภ์ โดยอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ อย่างมีของเหลวออกจากเต้านม เป็นต้น

การผ่าตัดทำแท้งกับอายุครรภ์มาก

กระบวนการต่อไปนี้อาจไม่ถูกใช้กันในหลาย ๆ ประเทศ

การทำแท้งด้วยการขยายและขูดมดลูก (ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ที่ 18 สัปดาห์)

กระบวนการขูดมดลูกจะดำเนินการภายใต้ฤทธิ์ยาสลบ โดยแพทย์จะทำการถ่างมดลูกอย่างเบามือ และแพทย์จะใช้คีมปากยาวกับท่อดูดกำจัดตัวอ่อนและเนื้อเยื่อตั้งครรภ์โดยรอบออก

กระบวนการจะใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 20 นาที และหากคุณมีสุขภาพโดยรวมดีและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนใด ๆ คุณก็สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกับการทำแท้ง โดยคุณจะมีเลือดออกภายหลังกระบวนการประมาณ 14 วัน

การผ่าตัดทำแท้งกับครรภ์ระยะที่สอง (ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ที่ 20 - 24 สัปดาห์)

หากคุณตั้งครรภ์มามากกว่า 22 สัปดาห์และต้องการทำแท้ง กระบวนการที่ใช้จะมีสองขั้นตอน ซึ่งจะดำเนินการด้วยการใช้ยาสลบกับคุณ

ขั้นตอนแรก จะมีการฉีดยาเพื่อทำให้หัวใจตัวอ่อนหยุดเต้น และจะมีการใช้ยาเพื่อทำให้ปากมดลูกอ่อนตัว ขั้นตอนที่สองจะดำเนินการในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นกระบวนการนำตัวอ่อนและเนื้อเยื่อโดยรอบออก

ภายหลังกระบวนการ คุณจะมีเลือดออกซึ่งจะคงอยู่มากถึง 14 วัน โดยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย อาทิเช่นมีของเหลวไหลออกจากเต้านม เป็นต้น

ความเสี่ยง

กระบวนการทั้งหมดจะไม่มีความเสี่ยงใด ๆ แต่หลังจากกระบวนการทำแท้งอาจจะเกิดความเสี่ยงกับสุขภาพของผู้เข้ารับทำแท้งบางอย่างขึ้น โดยเฉพาะหากเป็นการทำแท้งกับอายุครรภ์อ่อน ๆ หรือก่อน 12 สัปดาห์

  • การทำแท้งไม่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของโอกาสที่จะตั้งครรภ์ใหม่ในอนาคต หรือกล่าวคือผู้หญิงที่ผ่านการทำแท้งมาแล้วจะไม่มีผลต่อความสามารถในการมีบุตรในอนาคต
  • ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นระหว่างการทำแท้งมีต่ำมาก ซึ่งมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับการทำแท้งที่ดำเนินการกับครรภ์อายุมาก สำหรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้งมีดังนี้:
  • การตกเลือด (มีเลือดออกมา):  เกิดกับกรณีผู้ที่ทำแท้ง 1 ใน 1,000 คน
  • ความเสียหายที่ปากมดลูก: เกิดขึ้นน้อยมาก หรือประมาณ 20 ต่อ 1,000 ครั้ง
  • ความเสียหายที่มดลูก: สำหรับการทำแท้งแบบผ่าตัดจะมีโอกาสเกิดที่ 4 ต่อ 1,000 ครั้ง และน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ในกรณีการทำแท้งด้วยยากับครรภ์อายุ 12 ถึง 24 สัปดาห์

หลังจากการทำแท้ง

หลังการทำแท้ง ความเสี่ยงหลักคือการติดเชื้อที่มดลูก ซึ่งเกิดจากการที่เนื้อเยื่อตั้งครรภ์บางส่วนตกค้างอยู่ภายใน

การติดเชื้อหลังการทำแท้งจะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะเลือดออก หรือมีของเสียขับออกจากช่องคลอดรุนแรง และมีอาการปวดช่วงท้อง ซึ่งทั้งหมดสามารถใช้ยาปฏิชีวนะรักษาอาการติดเชื้อได้

หากปล่อยให้การติดเชื้อลุกลาม จะทำให้การติดเชื้อลามไปทั่วระบบสืบพันธุ์จนเกิดเป็นภาวะติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรหรือเพิ่มโอกาสการท้องนอกมดลูกได้ ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจะลดลงหากมีการใช้ยาปฏิชีวนะในระหว่างการทำแท้ง

หากคุณคาดว่าตนเองติดเชื้อหลังการทำแท้ง ควรรีบติดต่อแพทย์เจ้าของไข้ของคุณในทันที

หลังการทำแท้ง คุณอาจถูกห้ามไม่ให้มีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ และหลีกเลี่ยงไม่ให้ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดในขณะที่มีภาวะเลือดออกอยู่ แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้วิธีคุมกำเนิดแบบต่าง ๆ ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์อีกครั้งเพื่อให้ระบบสืบพันธุ์ของคุณฟื้นสภาพให้กลับมาปรกติให้เร็วที่สุด

การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือที่สุดคือการใช้ห่วงคุมกำเนิด หากสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คุณก็สามารถติดต่อปรึกษากับศูนย์บริการการทำแท้งได้ ซึ่งพวกเขาก็สามารถให้ข้อมูลการคุมกำเนิดหลังจากการทำแท้งแก่คุณหรือทำการนัดหมายคุณมาพบก็ได้ นอกนั้นแล้ว คุณก็สามารถปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลของคุณได้ตลอดเวลา

การสนับสนุนทางด้านอารมณ์

ผู้หญิงแต่ละคนจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับการทำแท้งที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะรู้สึกโล่งใจ อีกหลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกผิดกับโศกเศร้า และส่วนมากจะมีความรู้สึกสับสนปนเประหว่างอารมณ์เหล่านี้ การวิจัยได้พบว่าผู้หญิงที่ทำแท้งและเกิดความรู้สึกสับสนเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องปรกติ และการทำแท้งก็ไม่ได้ส่งผลต่ออารมณ์หรือปัญหาจิตวิทยาในระยะยาวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผู้หญิงที่ผ่านหรือกำลังตัดสินใจทำแท้งก็ควรเข้ารับคำปรึกษาจากศูนย์หรือบริการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเยียวยาช่วยเหลือผู้หญิง  หรือจะเลือกปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลก็สามารถทำได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
หลังภาวะแท้งบุตร ทำไมฉันยังมีอาการเหมือนคนท้อง?
หลังภาวะแท้งบุตร ทำไมฉันยังมีอาการเหมือนคนท้อง?

หลังภาวะแท้งบุตร ร่างกายอาจใช้เวลาฟื้นคืนสภาพค่อนข้างนาน ทีเดียวจนเกือบอารมณ์เสียได้

เมื่อไหร่จึงสามารถมีมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหลังภาวะแท้งบุตร?
เมื่อไหร่จึงสามารถมีมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหลังภาวะแท้งบุตร?

ต้องรอนานแค่ไหน และทำไมคุณอาจจะไม่รู้สึกอยากกอดจูบลูบคลำมากนัก?

โอกาสเกิดภาวะแท้งบุตรหลังจากตรวจพบการเต้นของหัวใจทารกจากอัลตราซาวด์
โอกาสเกิดภาวะแท้งบุตรหลังจากตรวจพบการเต้นของหัวใจทารกจากอัลตราซาวด์

จะตรวจพบการเต้นของของหัวใจทารกในครรภ์ครั้งแรกที่อายุครรภ์ประมาณ 6 สัปดาห์