Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

ภาวะข้อศอกพัฒนาผิดปกติในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,516,293 คน

ภาวะข้อศอกพัฒนาผิดปกติในสุนัข

ภาวะข้อศอกพัฒนาผิดปกติ (elbow dysplasia) มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในการเจริญเติบโตของเซลล์ เนื้อเยื่อ หรือกระดูก ภาวะนี้สังเกตุได้จากความผิดปกติ 4 อย่างที่ทำให้เกิดความผิดปกติของรุปร่างและการเสื่อมของข้อศอก ภาวะนี้ทำให้เกิดความเจ็บปวดของข้อศอกและทำให้การเดินผิดปกติในสุนัขพันธุ์ใหญ่ พันธุ์ที่มักมีปัญหานี้ ได้แก่ Labrador retrievers, Rottweilers, Golden retrievers, German shepherds, Bernese Mountain dogs, Chow chows, Bearded collies และ Newfoundland อายุของสุนัขที่มักจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติคือตั้งแต่ 4-10 เดือน และจะทำการวินิจฉัยที่อายุ 4-18 เดือน

ภาวะที่มักพบในสุนัขเพศผู้มากกว่าเพศเมียคือชิ้นส่วนที่แตกของกระดูกอยู่ในตำแหน่งส่วนบน ด้านในของกระดูกขาหน้าท่อนบน  (ulna) กระดูกท่อนนี้อยู่เหนือข้อศอก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

อาการ

  • สุนัขทุกตัวไม่ได้แสดงอาการที่อายุน้อย
  • สังเกตุเห็นความผิดปกติในการใช้ข้อศอกอย่างเฉียบพลันและเป็นระยะ เนื่องจากการเสื่อมของข้อต่อขั้นรุนแรงในสุนัขโตเต็มวัย
  • ความผิดปกติของขาหน้าแย่ลงขณะออกกำลังกายเป็นระยะหรือตลอดเวลา สังเกตุเห็นข้อต่อแข็งเกร็งหลังจากสุนัขพักมาระยะหนึ่ง
  • สุนัขแสดงความเจ็บปวดขณะยืดหรือพับข้อศอก
  • สุนัขจะเหยียดขาข้างที่เจ็บออกจากลำตัว
  • มีของเหลวสะสมในข้อต่อ
  • มีการเสียดสีของกระดูกและข้อต่อขณะเคลื่อนไหว สามารถพบได้กรณีที่มีการเสื่อมของข้อต่ออย่างรุนแรง
  • ระยะในการยืนหดข้อต่อลดลง

สาเหตุ

สาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม พัฒนาการของข้อต่อ และภาวะทางโภชนาการ

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตัดสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องออกก่อนที่จะทำการวินิจฉัย ตัวอย่างเช่น หากสุนัขเคยได้รับบาดเจ็บที่ข้อต่อ หรือมีการติดเชื้อจะต้องทำการตรวจสอบข้อต่อ หากเนื้องอกเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาการทำ X-rays ในบริเวณข้อต่อที่มีปัญหาจะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น จะต้องทำการ X-rays ข้อศอกทั้งสองข้างเนื่องจากโรคนี้มักจะเกิดได้ในขาหน้าทั้งสองข้าง นอกจากนี้การทำ CT-scan หรือ MRI จะช่วยให้เห็นการแตกร้าวของกระดูกข้อศอกได้ชัดเจนมากขึ้น การเก็บตัวอย่างน้ำในข้อต่อสามารถนำไปทดสอบทางห้องปฏิบัติการ และการผ่าตัดส่องกล้องในข้อต่อจะช่วยให้ทำการวินิจฉัยได้แม่นยำและชัดเจนมากขึ้น

การรักษา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

การผ่าตัดคือการรักษาที่เหมาะสมที่สุด การประคบเย็นบริเวณข้อศอกทันที่หลังจากผ่าตัดจะช่วยลดอาการควบและความเจ็บปวดได้ จะต้องประคบเย็นติดต่อกัน 3-5 วันทุกแปดชั่วโมงครั้งละ 5-10 นาที หรือตามที่สัตวแพทย์แนะนำ การออกกำลังกายเพื่อช่วยในการยืดหดของข้อต่อจะช่วยกระตุ้นการหายจนกว่าสุนัขจะสามารถลงน้ำหนักเองได้ สัตวแพทย์จะสาธิตการทำกายภาพเพื่อให้เจ้าของนำไปใช้กับสุนัข วิธีการทำกายภาพจะขึ้นกับตำแหน่งและความรุนแรงของขาที่มีปัญหา สัตว์ป่วยทุกตัวควรลดการทำกิจกรรมลงหลังจากผ่าตัดเป็นเวลาอย่างน้อยสี่สัปดาห์ แต่ต้องไม่ปล่อยให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบหรือข้อต่อแข็ง เจ้าของจะต้องให้สุนัขได้ใช้ข้อต่อในการเคลื่อนที่เป็นระยะโดยสัตวแพทย์จะสามารถแนะนำการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมกับสุนัขได้

การควบคุมน้ำหนักตัวเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะจะช่วยลดภาระที่จะเกิดในข้อต่อที่มีปัญหาได้ อาจต้องให้ยาเพื่อลดความเจ็บปวดและการอักเสบลง นอกจากนี้อาจให้ยาที่ช่วยชะลอการเกิดความเปลี่ยนแปลงของข้อต่อและช่วยปกป้องกระดูกอ่อนในข้อต่อ

การป้องกัน

การได้รับสารอาหารมากเกินไปจะทำให้ข้อต่อเจริญเติบโตเร็วส่งผลให้เกิดความผิดปกติของข้อศอกได้ การจำกัดน้ำหนักตัวให้เหมาะสมในลูกสุนัขที่มีความเสี่ยง (เช่น พันธุ์ที่มีความเสี่ยง) จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้ หลีกเลี่ยงการนำสุนัขที่มีปัญหาไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ เนื่องจากจะส่งต่อความผิดปกติไปทางพันธุกรรม หากสุนัขได้รับการวินิจฉัยว่ามีการเจริญผิดปกติของข้อศอกเจ้าของควรพาไปทำหมันและแจ้งผู้เพาะพันธุ์ว่าสุนัขที่ได้รับมามีปัญหานี้ หากสุนัขที่มีปัญหามาจากคอกสุนัขในบ้านของคุณเอง ไม่ควรให้สุนัขพ่อและแม่พันธุ์มีลูกอีกเพราะลูกที่คลอดออกมาอาจมีปัญหาอีก

การจัดการ

สุนัขที่มีปัญหาควรได้รับการตรวจประจำปีเพื่อประเมินระยะและความเสียหายของกระดูกอ่อนในข้อต่อ การเสื่อมของข้อต่อจะเกิดขึ้นตามมาเป็นปกติ แต่พยากรณ์โรคของปัญหานี้ดีกว่าอีกหลาย ๆ โรคอยู่มาก


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป