การตั้งครรภ์

การแยกของกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Abdominal Separation หรือ Diastasis Recti)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 880,563 คน

การแยกของกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Abdominal Separation หรือ Diastasis Recti)

ภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกตัว หรือ Diastasis Recti หมายถึง กล้ามเนื้อที่บริเวณหน้าท้องแยกตัวออกจากกัน ทำให้ช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อด้านซ้ายและด้านขวาของช่องท้องกว้างขึ้น

ปกติแล้วหญิงตั้งครรภ์สามารถพบภาวะนี้ได้บ่อย โดยพบได้ประมาณ 2 ใน 3 ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

การมีลูกมากกว่าหนึ่งคน ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะหากอายุใกล้เคียงกัน นอกจากนี้คุณยังมีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้นหากตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปีไปแล้ว หรือตั้งครรภ์ที่มีทารกน้ำหนักตัวมาก, เป็นตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่สองคนขึ้นไป

การตั้งครรภ์จะเพิ่มแรงดันที่บริเวณท้อง ทำให้บางครั้งกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่สามารถคงรูปร่างไว้ตามเดิมได้ คำว่า “Diastasis” หมายความว่า การแยกตัว ส่วนคำว่า “Recti” หมายถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียกว่า rectus abdominis

เมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องมีการแยกตัวออกเช่นนี้ ทำให้มดลูก ลำไส้ และอวัยวะอื่นๆ มีเพียงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางๆ ที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้นที่จะคอยยึดอวัยวะเหล่านี้ไว้ หากไม่มีกล้ามเนื้อที่คอยสนับสนุน จะทำให้การคลอดทางช่องคลอดทำได้ยากขึ้น

ภาวะนี้จะทำให้มีอาการปวดหลังส่วนล่าง, ท้องผูก, และปัสสาวะเล็ดได้ และยังทำให้หายใจลำบากและเคลื่อนไหวร่างกายลำบากอีกด้วย ในกรณีที่เป็นรุนแรง (พบได้น้อย) คือเนื้อเยื่ออาจเกิดการฉีกขาด ทำให้อวัยวะภายในโผล่ออกมา หรือที่เรียกว่า ไส้เลื่อน (hernia)

การเปิดของกล้ามเนื้อมักจะหดตัวกลับมาได้หลังจากคลอดลูกแล้ว แต่ในบางการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่มีกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกบางรายจะไม่หายกลับมาเป็นปกติแม้ว่าจะผ่านไปเป็นปีแล้วก็ตาม

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ในระหว่างการเบ่งท้องเพื่อคลอด หากกระทำไม่ถูกต้อง จะทำให้เกิดแรงดันจำนวนมากมาที่เนื้อเยื่อหน้าท้องที่อ่อนแอนี้

ระมัดระวังในการออกกำลังกาย

การเคลื่อนไหวร่างกายในการออกกำลังกายบางชนิด เช่น ท่า crunches, ซิทอัพ, pushups, press-ups และท่าแพรงก์ ทำให้การแยกตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้องแย่ลง แต่คุณสามารถว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะบางท่า (เช่น downward dog) หรือทำออกกำลังกายที่มือและเข่า

ดูแลให้หน้าท้องฟื้นตัว

ปัจจุบันนักกายภาพบำบัดยังไม่ได้มีแนวทางมาตรฐานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวว่าท่าทางใดบ้างที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมาอยู่ในแนวเดิมอย่างที่ควรจะเป็น แต่ก็มีการศึกษาพบว่าการใช้ Tupler technique ส่งผลดีต่อการฟื้นตัว โดยให้ออกกำลังกายด้วยท่าทางเฉพาะร่วมกับการสวมที่รัดหน้าท้องชนิดพิเศษ ซึ่งจะช่วยปกป้องและช่วยยึดกล้ามเนื้อหน้าท้องไปพร้อมๆ กัน

เมื่อเนื้อเยื่อเกี่ยวพันฟื้นตัวแล้ว การออกกำลังกายด้วย พิลาทิส (Pilates) หรือการออกกำลังกายอื่นๆ อาจช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามขวางของท้องได้ (กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว)  แต่ไม่ใช่ว่าพิลาทิสทุกท่า หรือ การออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกท่าจะส่งผลดีระหว่างตั้งครรภ์ ดังนั้นแนะนำว่าให้ออกกำลังกายกับครูฝึก (trainer) ที่ทราบดีว่า การแยกตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง คืออะไร

ถ้าคุณยังไม่ได้มีการแยกตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้องอยู่ก่อนแล้ว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวก็คือก่อนการตั้งครรภ์

ก่อนการเริ่มการออกกำลังกายใดๆ ระหว่างการตั้งครรภ์หรือหลังการตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนว่าคุณสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และอะไรที่ไม่ควรทำ

การรักษา

ถ้าการแยกตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่ได้ใหญ่จนเกินไป คุณอาจตัดสินใจที่จะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่คุณควรทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมก่อนที่จะตั้งครรภ์ครั้งถัดไป

แพทย์สามารถวัดความห่างของกล้ามเนื้อได้โดยใช้ความกว้างของนิ้วมือ, การใช้เครื่องมือวัด, หรือการอัลตราซาวด์ ซึ่งจะบอกได้ว่าตอนนี้อาการแย่ลงหรือดีขึ้น

หญิงตั้งครรภ์หลายรายสามารถทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้โดยการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอ่อนโยน ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ แพทย์อาจพิจารณาส่งตัวคุณไปรับการรักษาเพิ่มจากนักกายภาพบำบัด

หากการทำกายภาพบำบัดไม่สามารถทำให้อาการดีขึ้นได้ อาจต้องพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด เราเรียกการผ่าตัดนี้ว่า "abdominoplasty" หรือ "a tummy tuck" โดยศัลยแพทย์จะทำการพับและเย็บบริเวณตรงกลางที่อ่อนแอเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้คุณอาจได้รับการผ่าตัดช่องท้องด้วยการส่องกล้อง (laparoscopy) ซึ่งทำให้เกิดแผลขนาดเล็กแทนที่จะเป็นแผลใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามการเกิดแผลเป็น การติดเชื้อ และผลข้างเคียงอื่นๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด

https://www.webmd.com/baby/guide/abdominal-separation-diastasis-recti#1

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่