การตั้งครรภ์

ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ อันตรายหรือไม่ มีวิธีบรรเทาอาการอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ อันตรายหรือไม่ มีวิธีบรรเทาอาการอย่างไร?

ปัจจุบัน มีผู้หญิงครรภ์จำนวนมากที่รู้สึกว่าตัวเองปวดท้องขณะตั้งครรภ์อ่อน ๆ แล้วเกิดความวิตกกังวลจนต้องรีบไปพบแพทย์ทันที ทั้งที่เป็นเพียงการเจริญเติบโตทั่วไปของทารกในครรภ์ที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอเท่านั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นก็เพราะคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเมื่อตั้งครรภ์แล้วจะมีการปวดท้องนอกเหนือไปจากอาการปวดก่อนคลอดแต่เพียงเท่านั้น จึงทำให้เกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ หรือเป็นเหตุให้เกิดภาวะแท้งบุตร ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเรื่องราวของอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์มาไว้ในบทความนี้แล้ว ใครที่กำลังสงสัย หรือเตรียมพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ควรอ่านเพื่อทำความเข้าใจและรับมือกับปัญหานี้มากยิ่งขึ้น

ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร?

ในช่วงระยะเวลา 0-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ้ที่กำลังจะกลายเป็นทารกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณมดลูกที่จะต้องมีการขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นเหตุให้คุณแม่บางคนเกิดการปวดท้องน้อยประมาณหนึ่งพอทนได้ แต่เมื่อทารกมีการฝังตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการปวดท้องก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลงไปเอง เพราะมดลูกจะไม่ค่อยขยายตัวเร็วเท่าในช่วง 3 เดือนแรก แต่หากในช่วงนี้คุณแม่ยังมีเพศสัมพันธ์กับคุณพ่ออยู่ หรือมีการทำกิจวัตรประจำวันตลอดเวลา ก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้อีกครั้ง ซึ่งเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อที่มากเกินไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดท้องแบบรุนแรง หรือปวดท้องแบบหน่วง ๆ ร่วมกับมีเลือดไหลทางช่องคลอด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดภาวะแท้งบุตรได้ ซึ่งแพทย์จะได้ให้การช่วยเหลือ และให้คำแนะนำในส่วนนี้ต่อไป เพราะบางกรณีก็ไม่ได้เกิดจากการแท้งบุตร แต่อาจจะเกิดจากการที่คุณแม่มีการติดเชื้อในอวัยวะภายในบริเวณกระเพาะอาหารและลำไส้ ที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ไม่สะอาด

ปวดท้องตอนตั้งครรภ์ รับมืออย่างไรให้หายปวด

ถึงแม้อาการปวดท้องจะปวดไม่มาก แต่ก็สร้างความไม่สบายใจและความไม่สบายตัวให้กับคุณแม่พอสมควร เราจึงขอแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการบรรเทาอาการปวดท้องดังต่อไปนี้

1.หยุดทำกิจกรรมทุกอย่าง

หากรู้สึกปวดท้อง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ให้หยุดไว้ก่อนสักระยะแล้วเคลื่อนย้ายตัวเองไปเอนตัวลงนอนจนกว่าจะรู้สึกอาการดีขึ้น ถ้าคุณพ่อสะดวกก็อาจให้มาช่วยนวดบริเวณต่าง ๆ เพื่อให้เลือดลมได้ไหลเวียนมากกว่าเดิม ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้

2.เมื่อรู้สึกปวดท้องให้สังเกตว่าปวดข้างไหน

เพื่อจะได้หาวิธีบรรเทาอาการปวดได้ดียิ่งขึ้น เช่น หากปวดข้างซ้ายก็ให้นอนตะแคงขวา หากยังไม่หายก็ลองนอนตะแคงซ้าย ลองขยับท่านอนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหายปวด นอกจากนี้ ก็ยังมีวิธีอื่นๆ ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้อีกด้วย

3.ทานยาพารา

การทานยาพาราเพียงเล็กน้อยเพื่อบรรเทาอาการปวด ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อทารกในครรภ์ทั้งสิ้น แต่ไม่ควรทานติดกันมากจนเกินไป หรือทานทุกครั้งเมื่อปวด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อไตจนมีอาการปวดท้องมากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้คุณแม่ปรึกษาแพทย์และให้แพทย์เป็นผู้จัดยาแก้ปวดให้โดยตรงจะดีกว่า เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์

4.อาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี จึงทำให้รู้สึกปวดท้องน้อยลง แต่ต้องระวังไม่ให้อุณหภูมิของน้ำสูงจนเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียได้มากกว่าเป็นผลดี

หากทดลองทุกวิธีแล้ว ยังไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้ ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำหรือตรวจร่างกายหาความผิดปกติต่อไป

ปวดท้องขณะตั้งครรภ์แบบใด เรียกว่า “อันตราย”

สำหรับอาการปวดท้องที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแท้งบุตร ซึ่งถือว่าเข้าสู่ภาวะอันตราย มักจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน จนถึงขั้นหมดสติ
  • มีอาการเลือดไหลออกมาบริเวณช่องคลอด
  • มีตัวอ่อนหลุดออกมา ภายหลังจากปวดท้องอย่างหนัก
  • ปวดท้องติดกันหลายวัน ทานยาพาราเข้าไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะหากทิ้งไว้นาน อาจเป็นอันตรายทั้งต่อทารในครรภ์และตัวคุณแม่เองได้

หวังว่าได้อ่านบทความนี้แล้ว คุณแม่มือใหม่คงจะรู้สึกโล่งใจกันมากขึ้น และปฏิบัติตัวกันอย่างถูกต้องเมื่อเกิดอาการปวดท้องในช่วง 0-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์  ดังนั้นแล้ว จงอย่าตื่นตระหนกและเครียดมากเกินไป เพราะสองสิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุของการแท้งบุตรได้มากกว่าอาการปวดท้องเสียอีก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
อาการปวดของกระดูกหัวเหน่า(Pubic Bone)ในช่วงตั้งครรภ์
อาการปวดของกระดูกหัวเหน่า(Pubic Bone)ในช่วงตั้งครรภ์

แนวประสานกระดูกหัวเหน่ามีความผิดปกติ (Symphysis Pubis Dysfunction)