การออกกำลัง

ไขมันบริเวณรอบท้อง : เราควรจะทำอย่างไรกับมันดี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ไขมันบริเวณรอบท้อง : เราควรจะทำอย่างไรกับมันดี

ไขมันในช่องท้อง : เรื่องสุขภาพที่ต้องตระหนักมากกว่าไขมันใต้ชั้นผิวหนัง

แม้ว่าคำนิยามอาจจะดูล้าสมัยไปเสียหน่อย แต่คำว่า “วัยกลางคน” นั้นเป็นคำที่สร้างความตระหนกให้กับหลายคน

ขณะที่เราเข้าสู่วัยกลางคน อัตราส่วนของไขมันในร่างกายก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น โดยพบอัตราส่วนที่สูงกว่าในผู้หญิงเมื่อเทียบกับผู้ชาย โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นส่วนใหญ่จะกองอยู่บริเวณกลางหน้าท้อง

แม้ในจุด ๆ หนึ่ง เราอาจเริ่มยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยนี้ แต่หากเราเริ่มตระหนักถึงขนาดรอบเอวที่เพิ่มขึ้น ก็หมายถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของเราด้วย หน้าท้องหรือไขมันในช่องท้องนั้นเป็นอีกเรื่องที่ควรตระหนักถึง เพราะมันเป็นตัวการสำคัญในการเกิดปัญหาทางสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งมากกว่าไขมันใต้ชั้นผิวหนังหรือไขมันที่คุณสามารถใช้มือของคุณหยิบจับขึ้นมาได้ ไขมันในช่องท้อง (Visceral fat) เป็นส่วนที่อยู่ลึกกว่านั้น โดยจะอยู่ในช่องท้อง-บริเวณที่ปกคลุมระหว่างอวัยวะภายในช่องท้อง

ไขมันในช่องท้องนั้นพบว่ามีส่วนรบกวนการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคทางหลอดเลือด หัวใจ และเบาหวาน ในผู้หญิงยังพบว่ามีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งเต้านมและการผ่าตัดถุงน้ำดี

คุณมีรูปร่างเป็นรูปทรงแพรหรือทรงแอปเปิ้ล

ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณส่วนล่างของร่างกาย (รูปทรงแพร pear-shaped) จะเป็นไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ในขณะที่ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณกลางหน้าท้อง (ทรงแอปเปิ้ล apple-shaped) จะเป็นไขมันในช่องท้องเสียส่วนใหญ่ บริเวณที่ไขมันไปสะสมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงพันธุกรรมและฮอร์โมน ในขณะที่หลักฐานเกี่ยวกับไขมันในช่องท้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นักวิจัยและแพทย์ได้วัดและเปรียบเทียบเกี่ยวกับความเสี่ยงทางสุขภาพ รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามอายุและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง

ข่าวดีที่พบคือ ไขมันในช่องท้องนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามอาหารและการออกกำลังกาย โดยมีผลตั้งแต่ช่วยลดความดันโลหิตจนถึงเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลดีในเลือด ในขณะที่ไขมันใต้ชั้นผิวหนังนั้นลดได้ยากกว่า แต่สำหรับคนน้ำหนักปกติแล้ว ไขมันส่วนนี้ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับสุขภาพมากเท่ากับไขมันในช่องท้อง

นักวิจัยเสนอว่าตัวเซลล์ไขมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องท้อง นั้นค่อนข้างไวต่อปัจจัยทางชีวภาพต่าง ๆ ไขมันนั้นก็เป็นเหมือนอวัยวะต่อมไร้ท่อหนึ่งที่สร้างฮอร์โมน และสารต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเรา แม้ว่านักวิทยาศาสตร์ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าไขมันที่มีมากเกินในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้องส่งผลรบกวนต่อการทำงานและสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย

นักวิทยาศาสตร์ยังได้มีการศึกษาและพบว่าไขมันในช่องท้องนี้จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายหลั่งสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาคือ cytokines ตัวอย่างเช่น tumor necrosis factor และ interleukin-6 ซึ่งต่างเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ โดยสารชีวเคมีเหล่านี้ยังส่งผลทำลายเซลล์ที่มีผลเกี่ยวกับระดับ insulin ความดันเลือด และการแข็งตัวของเลือด

หนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้ไขมันในช่องท้องนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก อาจเป็นเพราะไขมันเหล่านี้สะสมอยู่ใกล้กับหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ (portal vein) ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่รับเลือดมาจากส่วนของลำไส้มายังตับ สารเคมีต่าง ๆ ที่ถูกปล่อยออกมาจากไขมันในช่องท้อง รวมถึงกรดไขมันอิสระ จะสามารถผ่านเข้าไปในหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ และเข้าสู่ตับได้ ซึ่งจะมีผลต่อการสร้างไขมันในเลือด ไขมันในช่องท้องยังมีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมที่สูงขึ้น LDL (ไขมันชนิดเลว) ที่สูงขึ้น HDL (ไขมันชนิดดี) ที่ต่ำลง และภาวะดื้อต่อ insulin

ภาวะดื้อต่อ insulin นั้นหมายถึงการที่เซลล์กล้ามเนื้อ และตับในร่างกายนั้น ไม่สามารถตอบสนองได้ดีเช่นเดิมต่อระดับ insulin ที่ปกติได้ insulin คือฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นโดยตับอ่อน โดยมีหน้าที่ลำเลียงน้ำตาลกลูโคสไปตามเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย โดยระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคเบาหวาน ทีนี้ได้เวลาของข่าวดีบ้างแล้ว

การออกกำลังกายและอาหารสามารถช่วยคุณกำจัดไขมันบริเวณพุงได้

แล้วเราสามารถทำอะไรกับไขมันบริเวณพุงนี้ได้บ้าง ? หลากหลายวิธีเลย ! จุดเริ่มต้นเริ่มจากการควบคุมน้ำหนัก โดยทั่วไปแล้ว การที่จะลดไขมันในช่องท้องได้คือการออกกำลังกายระดับปานกลาง (moderate-intensity) อย่างสม่ำเสมอ โดยอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน (และอาจมากได้ถึง 60 นาทีต่อวัน) เพื่อที่จะควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (strength training) สามารถช่วยกำจัดไขมันในช่องท้องได้ ส่วนการออกกำลังกายแบบ Spot เช่นการ sit-ups สามารถช่วยเพิ่มความตึงให้กล้ามเนื้อหน้าท้องได้ แต่ไม่มีผลช่วยกับเรื่องไขมันในช่องท้อง

อาหารก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน จงให้ความสำคัญกับปริมาณอาหารที่คุณจะได้รับในแต่ละมื้อ และให้ความสำคัญกับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ผลไม้ ผัก และธัญพืช) รวมถึง Lean โปรตีน มากกว่าที่จะเน้นแต่คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ขนมปังสีขาว พาสต้า และน้ำหวานน้ำอัดลม การชดเชยไขมันอิ่มตัว (saturated fat) และไขมันทรานส์​ (trans fats) ด้วย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated fats) สามารถช่วยได้เช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์ต่างหวังว่าจะพัฒนายาที่จะช่วยรักษาและมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงต่อไขมันในช่องท้องได้ในภายภาคหน้า แต่สำหรับตอนนี้ ผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้านต่างให้ความเห็นในทางเดียวกันว่า กิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะการออกกำลังกายนั้นเป็นวิธีต่อสู้กับไขมันในช่องท้องได้ดีที่สุด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่