Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

ประวัติย่อๆ ของผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือน

ก่อนจะมาเป็นผ้าอนามัยแบบปัจจุบันที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง? และผู้หญิงสมัยก่อนจัดการกับประจำเดือนกันอย่างไร?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,892,997 คน

ประวัติย่อๆ ของผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือน

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของมนุษยชาติพบว่า “ประจำเดือน” มักจะเกี่ยวข้องกับสิ่งต้องห้าม สิ่งชั่วร้าย สิ่งสกปรก หรือสิ่งที่เป็นมลทิน แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจัดการกับประจำเดือนแล้ว แต่ความเชื่อเดิมๆ ก็ทำให้สินค้าประเภทนี้ถูกกันออกจากสินค้ากระแสหลักของโลก

แม้จะมีเรื่องของความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้หยุดยั้งให้มนุษย์ยุติการพัฒนานวัตกรรมเพื่อจัดการกับประจำเดือน ซึ่งในปีค.ศ.1896 ก็ได้มีการออกแบบแผ่นอนามัยใช้แล้วทิ้งพร้อมกับวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกของโลก ผลตอบรับที่ได้คือยอดขายทั่วโลก และการโฆษณาอีกมากมายตามท้องตลาด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
New Year, New You! ปีใหม่นี้อยากสุขภาพดีมานี่เลย

เลือกดูแพ็กเกจทำฟัน สุขภาพ ความงาม ลดสูงสุด 30% จากคลินิกและรพ. กว่า 100 แห่ง

Hd

ประวัติศาสตร์ของผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือน แบ่งตามศตวรรษ มีรายละเอียดดังนี้

คริสตศตวรรษที่ 18-19

ในช่วงต้นของคริสตศตวรรษที่ 18 สุภาพสตรีชั้นสูงในสังคมยุโรปและอเมริกาเหนือส่วนมากได้เย็บเศษผ้าสำหรับจัดการกับประจำเดือน แต่ด้วยความกังวลเรื่องของแบคทีเรียและความสะอาดเมื่อนำกลับมาใช้ใหม่ จึงผลักดันให้มีการผลิตสินค้าเพื่อผู้หญิงที่ถูกสุขอนามัยขึ้นมาตามท้องตลาด

ในระหว่างปีค.ศ.1854-1915 ได้มีสินค้าสำหรับประจำเดือนรูปแบบใหม่ ๆ เช่น

  • ถ้วยอนามัยชิ้นแรกของโลก ที่ผลิตมาจากอะลูมิเนียมหรือยางแข็ง ๆ
  • กางเกงยาง,
  • Lister’s towels (ต้นแบบของ Maxi Pads)

ในช่วงปีค.ศ.1870 สินค้าประเภทนี้ก็เริ่มมีการขายผ่านเซลล์ที่เคาะประตูตามบ้านเรือน และเริ่มมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับประจำเดือน เช่น

  • Ladies Elastic Doily Belt (เข็มขัดยางและไหมที่ใช้ยึดแผ่นอนามัย)
  • Antiseptic and Absorbent Pad

แม้จะเห็นความจำเป็นของสินค้าเหล่านี้ แต่นักออกแบบและนักธุรกิจหลายรายก็ยังความลังเลของสุภาพสตรีในการซื้อสินค้าเหล่านี้ เนื่องจากประเด็นเรื่องข้อห้ามต่างๆ ตามความเชื่อ และจากปัจจัยนี้ทำให้ Lister Towels ได้หายไปจากท้องตลาด แม้จะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากในปี ค.ศ.1896 ก็ตาม

คริสตวรรษที่ 19 ถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ.1918)

ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีนางพยาบาลสังเกตเห็นว่า Cellulose มีความสามารถในการดูดซับเลือดได้ดีกว่าผ้าพันแผลทั่วไป จึงทำให้เกิดผ้าอนามัย Kotex ที่ทำจากผ้าพันแผลในสงครามซึ่งมีการดูดซับเลือดสูง วางจำหน่ายในปี ค.ศ.1918

ในปี ค.ศ.1921 Kotex กลายเป็นแบรนด์ผ้าอนามัย (Sanitary Napkin) ที่ประสบความสำเร็จในท้องตลาดมาก จึงกล่าวได้ว่าสงครามได้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับชีวิตของผู้หญิงทุกคน เพราะมีการส่งเสริมให้ผู้หญิงใช้สินค้าสำหรับประจำเดือนมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำงานและทำกิจกรรมนอกบ้านได้แบบไม่มีติดขัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

คริสตศักราช 1930 - 1940

ถึงผ้าอนามัย Kotex จะได้รับความนิยมมาก และในปี ค.ศ.1933 ก็ได้มีการพัฒนาผ้าอนามัยแบบสอดขึ้นมาในชื่อ “Tampax” แต่ก็ยังมีผู้หญิงมากมายที่ใช้ผ้าอนามัยแบบทำเองจนถึงปี ค.ศ. 1940

ด้วยความกังวลด้านสุขอนามัย เพราะหลายคนมองว่าผ้าอนามัยเป็นแหล่งของเชื้อโรค ทำให้หลายคนลังเลที่จะใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเพราะเกรงว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะเช่นกัน รวมถึงยังมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นละเอียดอ่อนในเพศหญิง เช่น

  • เหยื่อพรมจรรย์ที่เกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์
  • การสำเร็จความใคร่จากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
  • ความสามารถในการใช้คุมกำเนิด

ซึ่งในปี ค.ศ.1942 ก็ได้มีแพทย์หญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งกล่าวว่าการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดไม่ได้ทำให้เกิดการถลอกและแผลบนปากช่องคลอด แต่ถ้าใช้เป็นเวลานานก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้จริง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมสำหรับประจำเดือนไปเรื่อยๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ของผู้บริโภคมากที่สุด

คริสตศักราช 1950-1990

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความสงบสุข ความรัก และเพลงร็อค ในปี ค.ศ.1972 ก็ได้มีการวางจำหน่ายแผ่นอนามัยแบบไม่มีเข็มขัดพร้อมความสามารถในการรองรับประจำเดือนได้มากน้อยแตกต่างกันไป รวมถึงการวางจำหน่ายแผ่นอนามัยที่มีขนาดเล็กลง และในปี ค.ศ.1980 ก็ได้มีการวางจำหน่ายแผ่นอนามัยแบบมีปีกหลายรูปแบบในชื่อของ Maxi Pads

ส่วนผ้าอนามัยแบบสอดก็ยังคงมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็มีรายงานเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพที่มาจากการใช้ผ้าอนามัยประเภทนี้มากถึง 5,000 กรณีเช่นกัน ส่วนมากเป็นรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคท็อกซิคช็อค (Toxic Shock Syndrome (TSS)) ในปี ค.ศ.1979-1996 และผู้ป่วยส่วนมากก็มีความเชื่อมโยงกับยี่ห้อผ้าอนามัยแบบสอดบางยี่ห้อ และวัสดุที่ใช้บางอย่างซึ่งในปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว

ในปี ค.ศ. 1956 ได้มีการพัฒนาถ้วยอนามัยใหม่ด้วยการใช้วัสดุที่อ่อนนุ่มกว่าเดิมและทำให้ถ้วยมีลักษณะคล้ายกับถ้วยอนามัยที่มีอยู่ในยุคปัจจุบันมากขึ้น

คริสตศักราช 2000-ปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้มีตัวเลือกของผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือนมากมายให้เลือกใช้ เช่น

  • ผ้าอนามัยแบบมีปีก-ไม่มีปีก ซึ่งมีทั้งแบบหนา-บางแตกต่างกันไป
  • ผ้าอนามัยแบบสอด
  • ถ้วยอนามัย ที่มีขนาดเล็กลงและใช้ง่ายมากขึ้น
  • ผ้าอนามัยอินทรีย์ที่ทำจากผ้าฝ้าย
  • ผ้าอนามัยแบบกางเกง

ในอนาคตก็คงจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อให้สุภาพสตรีสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้นเสมือนวันที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน

ที่มาของข้อมูล

Jennifer Kotler, A short history of modern menstrual products (https://helloclue.com/articles/culture/a-short-history-of-modern-menstrual-products), 21 พฤศจิกายน 2018.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาการก่อนเป็นประจําเดือน
อาการก่อนเป็นประจําเดือน

อย่าด่วนตัดสินว่า ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ขี้กังวล ร้องไห้ง่าย คือนิสัยของผู้หญิง แท้ที่จริงอาจมาจากพีเอ็มเอสก็ได้

ปวดท้องประจำเดือน (Menstrual Cramps)
ปวดท้องประจำเดือน (Menstrual Cramps)

เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ทำอย่างไรให้ "วันนั้นของเดือน" ไม่ใช่วันทุกข์อีกต่อไป

ดูในแอป