ความรู้สุขภาพ

8 ปัญหาผิวที่เกิดจากการขาดวิตามิน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
8 ปัญหาผิวที่เกิดจากการขาดวิตามิน

การที่ผิวของเราจะมีสุขภาพดีได้นั้น นอกจากการบำรุงผิวโดยใช้สกินแคร์แล้ว การบำรุงภายในก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม การทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพหรือไม่สมดุลก็สามารถทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบางชนิดไม่เพียงพอ และนั่นก็จะส่งผลต่อสภาพผิวของคุณได้ค่ะ วันนี้เราจะพาคุณไปดูหลากปัญหาผิวที่เกิดจากการขาดวิตามินที่คุณควรระวังให้ดี เราลองมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.ผิวแห้ง–ขาดวิตามินเอ

วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยให้ผิว ฟัน เนื้อเยื่อกะโหลกศีรษะ เยื่อเมือกบุผิว และเนื้อเยื่ออ่อนมีสุขภาพดี ถ้าคุณได้รับวิตามินชนิดนี้ไม่เพียงพอ มันก็สามารถทำให้ผิวตกสะเก็ด ผิวแห้ง และริมฝีปากแห้ง

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 900 mcg/d สำหรับผู้ชาย และ 700 mcg/d สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่                                  

แหล่งของวิตามินเอ: ไข่ เนื้อ นม ชีส ครีม ตับ ไต  ผักโขม คอลลาร์ด ผักเคล ผักใบเขียว แอปริคอต พีช แครอท มันหวาน 2.ผื่นผิวหนัง–ขาดวิตามิน บี2

ไรโบฟลาวิน หรือวิตามิน บี2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานจากอาหาร อีกทั้งยังช่วยให้ผิวและสายตาของเรามีสุขภาพดี ถ้าร่างกายได้รับวิตามิน บี2 ไม่เพียงพอ มันก็สามารถทำให้มุมปากกับลิ้นแดงและแตก รวมถึงยังทำให้เกิดผื่นที่ผิวหนัง นอกจากนี้เปลือกตาอาจติดเชื้อ ผมร่วง และทำให้กระจกตาแดง                                                                                        

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 1.3 มก. สำหรับผู้ชาย และ 1.1 มก. สำหรับผู้หญิง

แหล่งของวิตามิน บี2: นม คอททาจชีส โยเกิร์ต ซีเรียลโฮลเกรน ผักใบเขียว ไข่ขาว เนื้อ ไต ตับ

3.ผื่นผิวหนังอักเสบขาดวิตามิน บี3

วิตามิน บี3 หรือไนอาซิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้เพื่อแปลงไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน อีกทั้งยังช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี และสนับสนุนการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบประสาท หากร่างกายได้รับวิตามินชนิดนี้ไม่เพียงพอ มันก็จะทำให้เกิดโรคเพลลากรา (Pellegra) ซึ่งอาการหลักๆ ของผู้ป่วยคือ ผื่นผิวหนังอักเสบ สมองเสื่อม และท้องเสีย ภาวะดังกล่าวนำไปสู่การมีผิวตกสะเก็ด ผิวแดง และคันผิว อีกทั้งยังทำให้ลิ้นบวม

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 16 mg/d สำหรับผู้ชาย และ 14 mg/d สำหรับผู้หญิง

แหล่งของวิตามิน บี3: ปลา เนื้อ เป็ด ไก่ ไข่ นม ซีเรียลโฮลเกรน เห็ด ถั่ว

4.แผลเปื่อยที่ผิว–ขาดวิตามิน บี6

วิตามิน บี6 ถือเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพผิว ถ้าร่างกายได้รับวิตามิน บี6 ไม่เพียงพอ คุณก็อาจมีผื่นคันที่ผิว ริมฝีปากแตก และมีแผลเปื่อยที่มุมปาก ลิ้นจะเกิดการอักเสบ และมีลักษณะเนียนเรียบ

ปริมาณที่แนะนำ: 1.3 mg/d สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุ 19-50 ปี 1.7 mg/d และ 1.5 mg/d สำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่มีอายุ 51 ปี ตามลำดับ

แหล่งของวิตามิน บี6: ปลา ไข่ มันฝรั่ง

5.ผิวเหลืองและโรคด่างขาว–ขาดวิตามิน บี12

วิตามิน บี12 ช่วยให้เลือด และเซลล์ประสาทมีสุขภาพดี อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสร้าง DNA ทั้งนี้คนที่ร่างกายขาดวิตามิน บี12 สามารถมีอาการอ่อนเพลีย สูญเสียการมองเห็น ไม่เจริญอาหาร หายใจติดขัด หรือเป็นโรค โลหิตจางชนิดร้ายแรง ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน บี12 จากอาหาร และไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงที่มีสุขภาพดีอย่างเพียงพอ นอกจากนี้การขาดวิตามิน บี12 อาจทำให้ผิวและตาขาวเป็นสีเหลืองจางๆ อีกทั้งยังทำให้เม็ดเลือดแดงสลายตัว  การขาดเซลล์เม็ดเลือดแดง และการเพิ่มของน้ำดีจะทำให้ผิวซีดและเหลือง

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 2.4 mcg สำหรับผู้ใหญ่

แหล่งของวิตามิน บี12: เนื้อ ตับ ชีส นม ไข่

6.โรคลักปิดลักเปิด–ขาดวิตามินซี

วิตามินซีเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อผิว เพราะมันมีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวแข็งแรง ทั้งนี้มีงานวิจัยพบว่า การได้รับวิตามินซีมากขึ้นสามารถช่วยปกป้องคุณจากอันตรายของแสงแดด หากร่างกายไม่ได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ มันก็จะทำให้ผิวตกสะเก็ด แห้ง และหยาบกระด้าง อีกทั้งยังทำให้เกิดโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งผู้ป่วยจะมีจุดสีแดงที่ผิว ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ เหงือกบวม และมีเลือดออก

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 90 mg/d สำหรับผู้ชาย และ 75 mg/d สำหรับผู้หญิง

แหล่งของวิตามินซี: เกรปฟรุต ส้ม มะม่วง มะละกอ มะเขือเทศ กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักโขม พริกแดง พริกเขียว

7.โรคสะเก็ดเงิน–ขาดวิตามินดี

คุณอาจรู้ว่าการมีระดับของวิตามินดีต่ำสามารถส่งผลต่อสุขภาพของกระดูกและโรคกระดูกพรุน แต่คุณรู้ไหมว่า การขาดวิตามินดีสามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน การเติมวิตามินดีให้ร่างกายจะช่วยบรรเทาปัญหาผิวตกสะเก็ด และผิวระคายเคืองได้

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 15 mcg/d สำหรับผู้ใหญ่

แหล่งของวิตามินดี: แสงแดด ไข่แดง ตับ ปลาทะเล นม ซีเรียล

8.ผิวแก่ก่อนวัย–ขาดวิตามินอี

วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน และถือเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ตัวสำคัญที่ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระ ซึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อร่างกายแปลงอาหารเป็นพลังงาน หรือเมื่อเราได้สัมผัสกับมลภาวะทางอากาศ แสงแดด หรือสูบบุหรี่ ดังนั้นวิตามินอีจึงมีบทบาทสำคัญต่อการปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งสามารถเร่งให้ผิวแก่กว่าวัย

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 15 mg/d สำหรับผู้ใหญ่

แหล่งของวิตามินอี: น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันเมล็ดคำฝอย น้ำมันจมูกข้าว อัลมอนด์ ถั่วฮาเซลนัท ถั่วลิสง บรอกโคลี ผักโขม

จากที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่า วิตามินมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เรามีสุขภาพผิวดี หากร่างกายได้รับวิตามินไม่เพียงพอ มันก็สามารถทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา ดังนั้นถ้าอยากมีผิวสวยใสและอ่อนเยาว์ไปนานๆ คุณก็อย่าลืมทานอาหารตามที่เรากล่าวไป พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายเป็นประจำ

ที่มา: https://www.curejoy.com/conten...

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่