ความรู้สุขภาพ

8 วิธีง่ายๆ ช่วยรับมือกับสิวฮอร์โมน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 737,527 คน

8 วิธีง่ายๆ ช่วยรับมือกับสิวฮอร์โมน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงใดของชีวิต การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็สามารถส่งผลต่อผิวเช่นกัน และนั่นก็อาจทำให้สิวขึ้นค่ะ ทั้งนี้ฮอร์โมนมีความเชื่อมโยงกับสิว เพราะรูขุมขนของเรามีต่อมไขมันที่ผลิตซีบัม ซึ่งเป็นน้ำมันที่ทำหน้าที่เคลือบผิว หล่อลื่น และช่วยไม่ให้ผิวแห้ง เมื่อระดับของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง มันก็สามารถทำให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ และผลิตซีบัมออกมามากขึ้น การมีซีบัมมากเกินไปประกอบกับการมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิวสามารถทำให้รูขุมขนอุดตัน และเมื่อแบคทีเรียเข้าไปข้างในพร้อมกับแบ่งตัว มันก็จะทำให้เกิดสิวได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดตอนช่วงวัยหนุ่มสาว ตั้งครรภ์ ประจำเดือน หรือวัยทองถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีบางวิธีที่ช่วยลดผลกระทบที่มีต่อผิวและช่วยรับมือกับสิว เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนวันละ 2 ครั้ง

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

การล้างหน้าตอนเช้าและตอนกลางคืนด้วยสบู่ที่อ่อนโยนสามารถช่วยให้สิวลดลงได้ นอกจากนี้ให้คุณทำความสะอาดใบหน้าหลังออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมมาอย่างหนัก แต่ทั้งนี้คุณควรล้างหน้าอย่างอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการขัดใบหน้าอย่างรุนแรง การถูผิวหนักมือเกินไปจะทำให้ผิวระคายเคือง และทำให้สิวบนใบหน้ามีสภาพแย่กว่าเดิม

2.ใช้ชาเขียว

ชาเขียวมีคุณสมบัติที่น่าสนใจตรงที่มันสามารถช่วยรับมือกับผิวมันและต่อสู้กับสิว ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า การทาชาเขียวเป็นเวลา 15 วัน สามารถช่วยลดซีบัมได้มากถึง 27% ยิ่งไปกว่านั้น ชาเขียวยังสามารถช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตซีบัมออกมามากขึ้น โดยให้คุณใช้น้ำชาเขียวทาบริเวณที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดสิว และมีงานวิจัยพบว่า ถ้าคุณผสมชาเขียวกับสารสกัดจากดอกบัว มันก็จะให้ผลดีกว่าการใช้ชาเขียวเพียงอย่างเดียว

3.เช็ดหน้าโดยใช้น้ำมันยูคาลิปตัส

น้ำมันยูคาลิปตัสสามารถนำมาใช้เพื่อรักษาสิวได้ ซึ่งมีงานวิจัยที่ทำกับสัตว์พบว่า ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทำให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น และนั่นก็จะทำให้ซีบัมถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย แต่มีการค้นพบว่า น้ำมันยูคาลิปตัสสามารถช่วยลดขนาดของต่อมไขมัน ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันน้อยลง แถมยังต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอย่าง Propionibacterium acnes สำหรับวิธีใช้คือ ให้คุณหยดน้ำมันชนิดนี้ 3-4 หยดลงในน้ำครึ่งถ้วย และนำมาเช็ดบริเวณที่มีสิว หรือจะนำมาพ่นที่ใบหน้า

4.ใช้อบเชยและน้ำผึ้ง

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ทั้งน้ำผึ้งและอบเชยมีฤทธิ์ช่วยต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอย่าง Staphylococcus epidermidis และ Propionibacterium acnes และยังมีงานวิจัยพบว่า อบเชยและน้ำผึ้งจะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อใช้ร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้น อบเชยยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้ซีบัมถูกผลิตออกมามากขึ้น และอาจช่วยควบคุมสมดุลของความมัน อย่างไรก็ดี ให้คุณทาน้ำผึ้งและอบเชยลงบนสิว ปล่อยทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างออก โดยให้ทำวันละครั้ง

5.ใช้น้ำเลมอน

น้ำเลมอนถือเป็นสูตรพื้นบ้านที่ช่วยควบคุมความมัน และมีงานวิจัยพบว่า น้ำเลมอนสามารถช่วยต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิผล ดังนั้นใครที่ตอนนี้มีสิวบุกเต็มใบหน้า เพียงแค่คุณทาน้ำเลมอนที่สิว มันก็จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น

6.นำขมิ้นมาทาผิว

ขมิ้นถูกนำมาใช้เพื่อกำจัดสิวมาช้านานแล้ว และมีงานวิจัยที่น่าสนใจพบว่า สารสกัดจากขมิ้นสามารถช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase และลดการผลิตซีบัม อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ทั้งนี้ให้คุณนำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำเพียงเล็กน้อย และนำมาทาบริเวณที่มีปัญหาสิวและล้างออกเมื่อแห้ง

7.มาสก์หน้าด้วยอะโวคาโด

มีงานวิจัยพบว่า ออยท์เมนท์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากอะโวคาโดจะไปช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-α reductase จำนวนของสิวหัวหนอง และสิวที่เป็นตุ่ม โดยให้คุณนำเนื้ออะโวคาโดที่สุกแล้วมาทาบริเวณที่มีแนวโน้มว่าจะมีสิววันละ 2 ครั้ง และล้างออกเมื่อแห้ง

8.ใช้มาสก์โคลนและน้ำมันโจโจ้บา

น้ำมันโจโจ้บา และมาสก์โคลนสามารถช่วยให้คุณรับมือกับสิวได้ และมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การทามาส์กสูตรนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ สามารถช่วยลดรอยสิวโดยเฉลี่ย 54% ซึ่งโคลนจะช่วยทำให้ความมันลดลง ในขณะที่น้ำมันโจโจ้บามีสารต้านการอักเสบและสารต้านแบคทีเรีย

ไม่ว่าสิวจะเกิดในช่วงใดของชีวิตหรือเกิดจากสาเหตุใด มันก็สามารถทำให้เรากังวลได้ทั้งนั้น แต่หากคุณลองใช้วิธีที่เรากล่าวไปแต่สิวก็ยังคงไม่หายไป หรือไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น การไปพบแพทย์ผิวหนังก็อาจช่วยแก้ปัญหาได้ค่ะ

ที่มา: https://www.curejoy.com/conten...

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่