Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การเดิน

7 ผลลัพธ์สุดเหลือเชื่อที่ได้จากการเดินวันละ 30 นาที

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 19 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
7 ผลลัพธ์สุดเหลือเชื่อที่ได้จากการเดินวันละ 30 นาที

การเดินถือเป็นวิธีออกกำลังกายที่ช่วยให้คุณมีร่างกายแข็งแรงและง่ายที่สุด คุณไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์หรือเสียเงินค่าสมาชิกใดๆ ทั้งนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ก็คือรองเท้าสำหรับาวิ่งและความตั้งใจจริงเท่านั้น ทั้งนี้การเดินมีประโยชน์ทั้งในแง่ของสุขภาพกายและสุขภาพจิตหลายประการ และวันนี้เราจะพาคุณไปดูว่าการเดินวันละ 30 นาทีทุกวันจะทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อร่างกายอย่างไร แต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาดูพร้อมกันเลยค่ะ

1.อารมณ์ดีขึ้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🩺 ตรวจสุขภาพ 21 รายการสำหรับวัยทำงาน 4,480 บาท (จากเดิม 6,500 บาท)

📌 การพบปัญหาสุขภาพแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความรุนแรง และเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคให้หายขาดยิ่งขึ้น

Internal ads

มีงานวิจัยพบว่า การเดินเป็นประจำช่วยให้คุณมีอารมณ์โกรธลดลง และมีความเป็นมิตรมากขึ้น นอกจากนี้การออกไปเดินเล่นนอกบ้านอาจทำให้คุณได้มีโอกาสเดินคุยกับคนรักหรือเพื่อนบ้าน ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์จะช่วยให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเชื่อมต่อกับคนอื่น และนั่นก็จะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การเดินเล่นนอกบ้านยังทำให้คุณได้สัมผัสกับแสงแดด ซึ่งช่วยรักษาโรคซึมเศร้าตามฤดูกาล

2.ช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์

หากตอนนี้คุณรู้สึกว่างานที่กำลังทำไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น หรือกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหายากๆ  มีงานวิจัยพบว่า การเดินสามารถช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ค่ะ เมื่อให้ผู้เข้าร่วมทดลองนั่งและเดิน นักวิจัยพบว่า คนที่เดินมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนที่นั่ง ดังนั้นใครที่รู้สึกว่าสมองตื้อ การออกไปเดินรับลมนอกบ้านหรือสถานที่ทำงานอาจทำให้คุณได้ไอเดียดีๆ ค่ะ

3.กางเกงยีนส์หลวมลง

หากคุณหมั่นเดินเป็นประจำ คุณอาจสังเกตว่ากางเกงจะเริ่มหลวมรอบๆ กึ่งกลางของร่างกายแม้ว่าน้ำหนักจะแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลยก็ตาม ทั้งนี้การเดินเป็นประจำสามารถทำให้การตอบสนองของร่างกายที่มีต่ออินซูลินดีขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดไขมันที่หน้าท้องได้นั่นเอง นอกจากนี้การเดินทุกวันยังช่วยทำให้เมทาบอลิซึมเพิ่มขึ้น โดยไปเผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน และป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อ ซึ่งจะยิ่งเป็นเรื่องสำคัญเมื่อเรามีอายุมากขึ้น

4.ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

The American Diabetes Association ระบุว่า การเดินสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานในภาพรวม ยิ่งไปกว่านั้น มีนักวิจัยจาก The University of Boulder Colorado และ The University of Tennessee พบว่า การเดินเป็นประจำจะช่วยลดความดันโลหิต และอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 20%-40% และยังมีงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ใน The New England Journal of Medicine พบว่า คนที่เดินได้จนถึงจำนวนที่แนะนำคือ 30 นาที หรือมากกว่านี้เป็นเวลา 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง 30% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้เดินเป็นประจำ

5.ขาดูดีขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดขอดก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่การเดินคือวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเส้นเลือดขอด เพราะมันช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ถ้าตอนนี้คุณมีปัญหาเส้นเลือดขอด การเดินทุกวันสามารถลดอาการบวมที่เกิดจากภาวะดังกล่าว และบรรเทาอาการขาอยู่ไม่สุข แต่หากคุณมีโอกาสเป็นเส้นเลือดขอดหรือเส้นเลือดฝอยเพราะพันธุกรรม การเดินทุกวันจะช่วยชะลอการเกิดขึ้นของปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะ

6.ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อย่างที่คุณทราบกันดีว่า อาการท้องผูกทำให้เรารู้สึกทรมานใจได้มากทีเดียว แต่เราสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ โดยใช้วิธีเดินตอนเช้าค่ะ เพราะการเดินเป็นกิจวัตรสามารถช่วยให้กระเพาะอาหารเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และการเดินก็เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยที่ผ่าตัดช่องท้องจำเป็นต้องทำ เพราะในขณะที่เดินนั้นจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร

7.มีโอกาสทำตามเป้าหมายอื่นๆ ที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ

เมื่อคุณเดินเป็นประจำ นั่นก็เท่ากับว่าคุณได้ทำมันเป็นกิจวัตร ซึ่งคุณมีแนวโน้มที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ และนำพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพมาปรับใช้ “ฉันเชื่อมั่นว่าการเดินเป็นประจำสามารถช่วยให้คุณทำตามเป้าหมายอื่นๆ ที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ” กล่าวโดย Kim Evans เทรนเนอร์ส่วนตัวที่สละเวลาให้กับการเดินทุกวัน

หากคุณกำลังมองหาวิธีออกกำลังกายที่ทั้งง่าย สะดวก และดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การเดินเพียงวันละ 30 นาที ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีมากทีเดียว รับรองว่าคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา: https://www.prevention.com/fit...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป