Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

5 วิธีช่วยกำจัดขี้หูที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน

5 วิธีกำจัดขี้หูด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ สามารถทำได้เองที่บ้าน และปลอดภัย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,573,018 คน

5 วิธีช่วยกำจัดขี้หูที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน

ขี้หู คือสิ่งที่เยื่อบุช่องหูสร้างขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ขี้หูนั้นมีกลิ่นเฉพาะที่แมลง และสัตว์ต่างๆ ไม่ชอบ จึงช่วยป้องกันสัตว์และแมลงไม่ให้เข้ามาในรูหูได้ โดยปกติแล้วเยื่อบุช่องหูจะผลักดันขี้หูออกมาอยู่แล้ว การเช็ดทำความสะอาดรอบนอกก็เพียงพอ

แต่บางคนอาจมีการผลิตขี้หูที่มากผิดปกติ หรือขี้หูไปจับตัวกับฝุ่นจนเกิดการอุดตัน นอกจากไปพบแพทย์เพื่อดูดขี้หูออกแล้ว ก็มีหลายวิธีที่สามารถล้างหู หรือกำจัดขี้หูได้เองที่บ้าน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

5 วิธีล้างหูด้วยตัวเองที่บ้าน

1.น้ำเกลือ

น้ำเกลือสามารถช่วยกำจัดขี้หูที่อุดตันอยู่ในช่องหูได้ โดยการทำให้ขี้หูนุ่มลง และสามารถแคะขี้หูออกมาได้ง่ายขึ้น หากไม่มีน้ำเกลือสามารถใช้น้ำส้มสายชูกลั่นที่ใช้รับประทานผสมกับน้ำกลั่นในอัตรา 1 ต่อ 1 ได้เช่นกัน

วิธีล้างหูด้วยน้ำเกลือ

  • เตรียมสารละลายโดยใช้น้ำอุ่นกับเกลือ หรือน้ำเกลือที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป
  • จุ่มสำลีลงในน้ำเกลือที่เตรียมไว้
  • เอียงศีรษะไปด้านข้าง และใส่สำลีในรูหู
  • ปล่อยให้น้ำเกลือทำปฏิกิริยากับขี้หูประมาณ 3 นาที หลังจากนั้นตะแคงศีรษะเพื่อให้สิ่งสกปรกไหลออกมา
  • ทำความสะอาดบริเวณรอบใบหูอีกครั้ง

2.น้ำมันมะกอก (Olive Oil)

น้ำมันมะกอกมีวิตามินอี และกรดไขมัน ที่ช่วยหล่อลื่นใบหู ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังช่วยให้ขี้หูนุ่มลง และทำให้ขี้หูไหลออกมาด้านนอกได้อย่างง่ายดาย

วิธีล้างหูด้วยน้ำมันมะกอก

  • เทน้ำมันมะกอกอุ่นๆ ลงในหลอดหยด และบีบใส่ในหู 2-3 หยด
  • เอียงศีรษะเพื่อให้น้ำมันมะกอกไหลเข้าไปด้านใน
  • ตะแคงศีรษะอีกข้างเพื่อให้ขี้หู และน้ำมันมะกอก ไหลออกมา
  • ทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • เมื่อมีแมลงเข้าไปในหู ให้หยอดน้ำมะกอกลงไปเพื่อให้แมลงตาย และไปพบแพทย์เพื่อเอาแมลงออก

3.ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide)

เราสามารถนำไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารละลายชนิดหนึ่งที่สามารถนำมากำจัดขี้หูได้เช่นกัน ซึ่งสารดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ และช่วยฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการแบ่งตัวของเชื้อโรค

วิธีล้างหูด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad
  • ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% กับน้ำอุ่นในอัตราส่วนเท่าๆ กัน
  • จุ่มสำลีลงในสารละลายที่เตรียมไว้ และตะแคงศีรษะ
  • บีบสารละลายจากสำลีใส่ในหู และปล่อยให้ทำปฏิกิริยา 3 นาที
  • แคะขี้หู หรือสิ่งสกปรกออกมาอย่างระมัดระวัง
  • ทำความสะอาดบริเวณใบหูรอบนอกด้วยผ้าสะอาด

4.น้ำมันพาราฟิน (Paraffin oil)

น้ำมันพาราฟิน เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่กลั่นแยกออกจากน้ำมันดิบ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยา มีเนื้อสัมผัสเป็นน้ำมันที่จะช่วยหล่อลื่นช่องหู และทำให้ขี้หูนุ่มลง เพื่อให้เราสามารถแคะขี้หูออกมาได้ง่ายขึ้น

วิธีล้างหูด้วยน้ำมันพาราฟิน

  • ใส่น้ำมันพาราฟินในหลอดหยด และบีบใส่ภายในหู 3 หยด
  • ตะแคงศีรษะ และปล่อยให้ทำปฏิกิริยา 3 นาที  3-4 นาที
  • แคะขี้หู หรือสิ่งสกปรกออกมาอย่างระมัดระวัง
  • ทำความสะอาดบริเวณใบหูรอบนอกด้วยผ้าสะอาด

5.กลีเซอรีน (Glycerin)

กลีเซอรีน เป็นสารสะลายที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืดเล็กน้อย และมีรสหวาน ส่วนมากจะสกัดมาจากน้ำมันพร้าว และน้ำมันปาล์ม มีประสิทธิผลในการช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับหูได้มากมาย หนึ่งในนั้นคือ การช่วยให้ขี้หูนุ่มลงนั่นเอง

หากไม่มีกลีเซอรีนก็สามารถใช้เบบี้ออยล์ (Baby oil) ทดแทนได้เช่นกัน

วิธีล้างหูด้วยกลีเซอรีน

  • หยอดกลีเซอรีน 3 หยดลงในหูแต่ละข้าง เอียงศีรษะ และปล่อยให้ทำปฏิกิริยา 3 นาที
  • แคะขี้หู หรือสิ่งสกปรกออกมาอย่างระมัดระวัง
  • ทำความสะอาดบริเวณใบหูรอบนอกด้วยผ้าสะอาด
  • ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากมีขี้หูสะสมอยู่ภายในช่องหูมากเกินไปจนทำให้รู้สึกเจ็บ หูอื้อ หรือได้ยินลำบาก คุณก็ควรไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสม ในกรณีที่ไม่ได้มีขี้หูสะสมมากเกินไป การใช้วิธีที่ดังกล่าวสามารถช่วยกำจัดขี้หูได้ แต่หากขี้หูที่มากผิดปกตินั้นมาจากโรคเกี่ยวกับหู การรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุก่อนจะเหมาะสมกว่า

ที่มาของข้อมูล

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป