Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การออกกำลัง

5 วิธีช่วยให้ต้นแขนกลับมากระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,404,214 คน

5 วิธีช่วยให้ต้นแขนกลับมากระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อเวลาผ่านไป ผิวหนังของคุณก็จะมีคอลลาเจนน้อยลง ซึ่งมันเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น นอกจากนี้มีหลายปัจจัยที่ทำให้ร่างกายสูญเสียความตึงตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั่นเอง ปัญหาที่หลายคนมักเจอหลังจากลดน้ำหนักได้สำเร็จก็คือ การมีต้นแขนที่ห้อยหรือหย่อนคล้อย วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำวิธีที่ช่วยให้เรียวแขนของคุณกลับมาตึงกระชับอีกครั้ง มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1.ทานอาหารให้สมดุล

เราต่างก็รู้ประโยชน์ของการลดน้ำหนักและการทานอาหารให้สมดุล ซึ่งการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพควบคู่กับการออกกำลังกายยิ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกท้องอืดและเฉื่อยชาน้อยลง สำหรับอาหารที่เราอยากแนะนำ เช่น เนื้อไก่หรือปลาแบบปลอดมัน ไฟเบอร์ ไขมันชนิดดีอย่างน้ำมันมะกอก อัลมอนด์ และอะโวคาโด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

2.ว่ายน้ำ

นอกจากการไปยิมแล้ว การว่ายน้ำก็เป็นทางเลือกที่ดีมากค่ะ เพราะเมื่ออยู่ในน้ำ การเคลื่อนไหวจะยากขึ้นเป็น 2 เท่า ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี และบริหารกล้ามเนื้อได้มากขึ้น สำหรับประโยชน์ที่ดีที่สุดของการออกกำลังกายในน้ำคือ การที่กระดูกและกล้ามเนื้อได้รับแรงกระแทกต่ำ โอกาสที่คุณจะได้รับบาดเจ็บก็จะลดลงเป็นอย่างมาก

3.ออกกำลังกายส่วนไบเซป

การออกกำลังกายวิธีนี้ต้องอาศัยตัวช่วยเล็กน้อย หากคุณไม่มีดัมเบล ให้คุณใส่น้ำในขวด 500 มิลลิลิตร และใช้เป็นดัมเบลแทนค่ะ สำหรับวิธีออกกำลังกายคือ ให้คุณนั่งลงและงอแขน โดยให้ข้อศอกวางอยู่บนหัวเข่า และถือดัมเบลไปทางหัวไหล่ ทำเช่นนี้ 15 ครั้ง เป็นจำนวน 3 เซต

4.ออกกำลังกายส่วนไตรเซป

สำหรับการออกกำลังกายวิธีนี้ คุณจำเป็นต้องยืนขึ้น และแยกขาออกให้ได้ความกว้างเท่ากับหัวไหล่ แล้วให้ถือดัมเบลสองมือไว้ด้านหลังศีรษะ ซึ่งแขนทั้งสองข้างควรอยู่ในลักษณะงอ จากนั้นให้คุณยกดัมเบลขึ้นเหนือศีรษะและชี้ไปยังเพดาน แต่ต้องไม่กางแขนมากจนเกินไป ให้คุณพยายามรักษาระยะห่างระหว่างแขนไม่ให้เกินกว่าหัวไหล่ โดยให้ทำเช่นนี้ 15 ครั้ง เป็นจำนวน 3 เซต หรือทำซ้ำอีกก็ได้ค่ะ นอกจากนี้คุณสามารถทำเช่นนี้โดยใช้แขนข้างเดียว

นอกจากนี้คุณสามารถบริหารไตรเซปโดยให้คุณวางมือและเท้าบนพื้นหรือเตียงพร้อมกัน และให้ใช้มือพยุงลำตัว จากนั้นให้ยืดแขนเพื่อให้มันขนานกับร่างกาย แล้วให้งอข้อศอกเพื่อให้น้ำหนักจากมือส่งผ่านไปยังพื้นและตั้งฉากกับพื้น ให้คุณออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ซ้ำโดยใช้แขนแต่ละข้าง 15 ครั้ง เป็นจำนวน 3 เซต

5.ออกกำลังกายด้วยท่า Arm Dips

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้แขนของคุณตึงขึ้นก็คือการทำท่า Arm Dips  ให้คุณนำเก้าอี้สองตัวที่มีพนักพิงๆ กำแพงไว้ จากนั้นให้คุณนำฝ่ามือแต่ละข้างวางบนเก้าอี้ โดยที่คุณยังคงยืดหลังตรงและยืดแขนออก ซึ่งขาของคุณควรเอียงโดยทำมุม 45 องศา แล้วให้คุณงอแขนโดยให้หน้าอกอยู่ตรงกลางและแขนอยู่ด้านหลัง แต่ต้องระวังไม่ให้อ้าข้อศอก ให้คุณพยายามรักษาแขนให้ขนานกับลำตัว โดยทำให้ได้ 15 ครั้ง เป็นจำนวน 3 เซต

สิ่งที่ไม่ควรลืม

  • ยืดเส้นยืดสายก่อนเริ่มและเมื่อออกกำลังกายเสร็จ คุณควรวอร์มกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้มันบาดเจ็บ
  • หากคุณเป็นมือใหม่ ให้คุณออกกำลังกายตามที่เรากล่าวไป 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และเพิ่มความถี่เมื่อคุณรู้สึกว่าทำได้แล้ว
  • ไม่ควรใช้ดัมเบลที่หนักมากเกินไป เพราะคุณต้องการให้กล้ามเนื้อตึงแทนที่จะสร้างกล้ามเนื้อ
  • ออกกำลังกายควบคู่กับการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีน
  • ออกกำลังกายด้วยวิธีที่เรากล่าวไปควบคู่กับออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างการเดินให้ได้วันละ 30 นาที ซึ่งมันจะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น รู้สึกมีพลังงานเต็มเปี่ยม และเต็มใจที่จะออกกำลังกายบริเวณแขนมากขึ้น
  • ไม่ควรฝืนออกกำลังกายเกินความสามารถของร่างกาย เพราะมันจะทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บและทำให้คุณเหนื่อย
  • ตั้งเป้าหมายที่คิดว่าทำได้ ซึ่งกุญแจสำคัญคือความสม่ำเสมอ
  • ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจ หรือมีคำถามเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายหรือการทำตามวิธีที่เรากล่าวไปอาจไม่ได้ทำให้แขนของคุณกลับมากระชับได้ในชั่วข้ามคืน แต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ มีวินัยในตัวเอง และออกกำลังกายบ่อยๆ รวมถึงอย่าฝืนร่างกายมากจนเกินไป

ที่มา: https://steptohealth.com/tips-...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป