กายภาพบำบัด

5 เหตุผลสำหรับการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
5 เหตุผลสำหรับการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์

การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์คืออะไร ?

ถึงแม้ว่าหลักการทางวิทยาศาสตร์ของประสิทธิผลในการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าสู่ข้อและเนื้อเยื่ออ่อนจะไม่ชัดเจน และการศึกษาทดลองก็ล้มเหลวในการสนับสนุนประโยชน์ของหัตถการนี้ แต่แพทย์หลายคนก็สามารถพิสูจน์การระงับอาการปวดได้จริงโดยประเมินจากผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าในข้อ

คอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid หรือ glucocorticoid) ใช้ในการบรรเทาอาการปวดโดยการฉีดเข้าข้อ ถุงน้ำรอบข้อ (bursae) ปลอกเส้นเอ็น และเนื้อเยื่ออ่อน ถุงน้ำรอบข้อจะเต็มไปด้วยน้ำไขข้อ (synovial fluid) และทำหน้าที่เป็นตัวกันกระแทกในข้อ และเช่นเดียวกับผ้าเบรกในรถยนต์ ถุงน้ำรอบข้อยังช่วยลดแรงเสียดทานอีกด้วย

สเตียรอยด์มีผลในการต้านการอักเสบและลดอาการปวดของร่างกาย เมื่อฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อหรือเนื้อเยื่อ คอร์ติโคสเตียรอยด์จะบรรเทาอาการอักเสบ อาการบวม แดง และร้อนลงได้

การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์นั้นค่อนข้างปลอดภัย หากทำอย่างถูกต้อง ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การแพ้ เส้นเอ็นขาด การฝ่อลีบของเนื้อเยื่อ สีผิวที่ด่าง และการติดเชื้อ

แม้ว่าคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ออกฤทธิ์ระยะสั้น เช่น dexamethasone จะไม่ได้ออกฤทธิ์นานเมื่อฉีดเข้าข้อหรือเนื้อเยื่อ แต่ในบางรายก็มีปฏิกิริยาเช่น steroid flare ซึ่งผลข้างเคียงดังกล่าวก็มีข้อจำกัดของช่วงเวลาเช่นกัน เมื่อเกิด steroid flare คอร์ติโคสเตียรอยด์จะตกผลึกในข้อและทำให้เกิดอาการปวดที่หายได้เอง แพทย์หลายรายผสมdexamethasone ซึ่งออกฤทธิ์ระยะสั้นเข้ากับ betamethasone ซึ่งออกฤทธิ์ระยะยาว เพื่อสร้างยาฉีดเข้าข้อที่ได้ประโยชน์จากคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ออกฤทธิ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ต่อไปนี้เป็นเหตุผลห้าอย่างของการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์

เหตุผลที่หนึ่ง: ภาวะเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ (carpal tunnel syndrome)

ภาวะดังกล่าวทำให้เกิดอาการปวด ชา และเป็นเหน็บที่นิ้ว ซึ่งเกิดจากเส้นประสาทมีเดียน (median nerve) ส่วนที่อยู่ในปลอก (carpal tunnel) ในข้อมือถูกกดทับ การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์สามารถช่วยบรรเทาอาการได้หลายเดือน และยืดระยะเวลาที่จำเป็นต้องผ่าตัดรักษาออกไป (75% ของคนที่มีภาวะนี้มักจะต้องผ่าตัดในที่สุด)

เหตุผลที่สอง: ข้ออักเสบ (osteoarthritis)

การฉีดสเตียรอยด์ใช้สำหรับการอักเสบที่ข้อเข่า ข้อมือ มือ และสะโพกอยู่แล้ว ซึ่งมีหลักฐานทางการศึกษาที่สนับสนุนประโยชน์ของการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อในผู้ที่มีข้ออักเสบอยู่เพียงน้อยนิด ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณตัดสินใจที่จะรับการฉีดยาเข้าข้อ การให้ผู้เชี่ยวชาญเช่นศัลยแพทย์ออร์โธพิดิกส์เป็นผู้ฉีดให้ก็เป็นความคิดที่ดี

เหตุผลที่สาม: โรคปวดข้อศอกด้านในหรือข้อศอกนักกอล์ฟ (golfer’s elbow หรือ medial epicondylitis)

โรคปวดข้อศอกด้านในหรือการอักเสบของปลายข้อศอกด้านใน เป็นการบาดเจ็บของข้อศอกที่ทำให้เกิดอาการปวดที่ปลายข้อศอกทางด้านใน (medial epicondyle) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกต้นแขน (humerus) การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์อาจช่วยบรรเทาอาการของโรคได้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ การฉีดพลาสมาที่มีเกล็ดเลือด (platelet-rich plasma) ก็อาจช่วยได้เช่นกัน

เหตุผลที่สี่: โรคปวดข้อศอกด้านนอกหรือข้อศอกนักเทนนิส (Tennis elbow หรือ lateral epicondylitis)

โรคปวดข้อศอกด้านนอกหรือการอักเสบของปลายข้อศอกด้านนอก เป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ มากเกินไปในเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อที่ใช้กระดูกข้อมือ ซึ่งมีจุดเกาะมาจากปลายข้อศอกทางด้านนอก และเช่นเดียวกับโรคปวดข้อศอกด้านใน อาการปวดของโรคปวดข้อศอกด้านนอกก็สามารถบรรเทาได้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เช่นกัน แต่การกลับมาเป็นซ้ำก็มีสูงแม้จะได้รับการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ไปแล้วก็ตาม และการฉีดยาก็อาจไม่ได้มีประโยชน์ในระยะยาว

เหตุผลที่ห้า: โรคไหล่ติด (frozen shoulder)

โรคไหล่ติด (frozen shoulder หรือ adhesive capsulitis) เป็นภาวะอักเสบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อไหล่ และทำให้เกิดอาการปวด เคลื่อนไหวติดขัด และเคลื่อนไหวได้น้อยลง การรักษาอื่น ๆ นอกเหนือไปจากการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ก็ได้แก่ การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ibuprofen) การจัดท่าไหล่ภายใต้การระงับความรู้สึก และสุดท้ายคือการผ่าตัด

คุณสามารถฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ได้หรือเปล่า

โปรดจำได้ว่าการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นเพียงแค่การรักษาเสริมเท่านั้น การฉีดยานี้ไม่สามารถแทนที่การรักษาหลัก (การผ่าตัด) ได้

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าบางคนอาจได้ประโยชน์จากการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์มากกว่าหนึ่งครั้งในการรักษาโรคเดิมตลอดชั่วชีวิต แต่ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่ควรรับการฉีดซ้ำอีก พูดอีกอย่างก็คือ หากคุณได้รับการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาโรคข้อหรือเนื้อเยื่อแล้วไม่ได้ผล ก็กรุณาอย่าไปฉีดซ้ำอีก

สรุปคือ การฉีดยาเข้าข้อมีแนวโน้มจะทำให้ข้อและเนื้อเยื่ออ่อนแอลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น คุณควรเลี่ยงการฉีดไม่ให้บ่อยเกิดไป และไม่ถี่เกินกว่าระยะหลายเดือน และสุดท้ายการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ก็เป็นเพียงการบรรเทาอาการปวดก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดเท่านั้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่