การกินเพื่อสุขภาพ

5 อาหารต้องห้าม สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งท้อง

เผยแพร่ครั้งแรก 28 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
5 อาหารต้องห้าม สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งท้อง

โดยทั่วไปแล้วก็เป็นที่รู้กันดีว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรที่จะรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ เพราะนั่นหมายถึงว่าลูกในท้องของคุณแม่จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนั่นเอง แต่ตรงกันข้าม หากคุณแม่ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ก็จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้โดยด่วน

1. อาหารที่มีรสจัด

อาหารที่มีรสจัดทุกประเภท คุณแม่จะต้องงดละหลีกเลี่ยงให้มากๆ เพราะในอาหารเหล่านั้นมีสารปรุงแต่งจำนวนมากจึงอาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารได้ และอาจทำให้ระบบย่อยอาหารมีการทำงานผิดปกติ จนทำให้คุณแม่เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อได้นั่นเอง ทางที่ดีควรหันมาทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนๆ และย่อยง่ายจะดีกว่า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

2. อาหารที่อาจทำให้เกิดกรดไหลย้อน

คุณแม่ตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดไหลย้อนได้มากกว่าเวลาปกติ สืบเนื่องมาจากการที่กระเพาะอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงก่อให้เกิดการตีขึ้นของกรด จนเกิดอาการแสบร้อนในอกที่เรียกว่ากรดไหลย้อนได้นั่นเอง ดังนั้นในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกที่เป็นสาเหตุของอาการกรดไหลย้อนให้ดี อย่างเช่น กาแฟ อาหารรสเผ็ดจัด อาหารดอง เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพของตัวคุณแม่เอง

3. อาหารที่ทานแล้วอาจทำให้ท้องผูก

ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่อาจเกิดอาการท้องผูกได้ง่าย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อคุณแม่เอาเสียเลย แต่ก็มีวิธีป้องกันอาการท้องผูกด้วยเหมือนกัน โดยการเลือกทานอาหารที่มีเส้นใยเยอะๆ ย่อยง่าย เน้นผักผลไม้เป็นหลัก แค่นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงของอาการท้องผูกได้แล้ว

[caption id="" align="aligncenter" width="500"] ผักและผลไม้[/caption]

4. อาหารที่ทานแล้วเคยแพ้หรือเป็นพิษ

ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่อาจเกิดการแพ้อาหารได้ง่าย รวมถึงอาหารที่เป็นพิษด้วย ดังนั้นในการทานอาหาร จึงควรเลือกทานอย่างระมัดระวัง เพราะอาการแพ้ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลถึงลูกน้อยในครรภ์ได้นั่นเอง นอกจากนี้อาหารที่คุณแม่เคยแพ้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็อย่าเผลอทานเข้าไปเป็นอันขาด เพราะไม่เพียงแต่จะส่งผลอันตรายต่อคุณแม่เท่านั้น แต่ยังอาจจะส่งผล่อลูกน้อยได้ด้วย

5. อาหารสำเร็จรูปชนิดต่างๆ

อาหารสำเร็จรูป ก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะอาหารเหล่านี้จะมีสารเคมีประกอบอาหารปนเปื้อนสูง นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้วยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย เพราะหากคุณแม่ได้รับสารเคมีนั้นเข้าไปเป็นจำนวนมาก เช่น ผงชูรส หรือสารกันเสียอื่นๆ ก็อาจทำให้คุณแม่ปวดศีรษะ และทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว คุณแม่จึงควรเลือกทานอาหารอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงต่อลูกน้อยในครรภ์ และเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Foods to avoid in pregnancy. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/pregnancy-and-baby/foods-to-avoid-pregnant/)
Top 9 foods to avoid during pregnancy. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/324377)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม