สุขภาพตา

5 ปัญหาดวงตา สาเหตุโรคร้ายที่คุณไม่คาดคิด


5 eye disease m

5 ปัญหาดวงตา สาเหตุโรคร้ายที่คุณไม่คาดคิด

ปัญหาทางดวงตา เช่น สายตาสั้น-ยาว ตาเข ตาเอียง ตาแดงตากุ้งยิงต้อเนื้อ ต้อลมต้อกระจกอาจเป็นปัญหาที่หลายคนคุ้นเคย พบบ่อยและไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้ชิดกับสมอง มีเส้นประสาทและหลอดเลือดเชื่อมต่อกับสมองโดยตรง ความผิดปกติทางตาจึงอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคทางสมองและระบบประสาท บางโรคก็มีความร้ายแรงจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ต่อไปนี้เป็น 5 อาการทางดวงตาที่อยากให้คอยสังเกตตนเองและบุคคลใกล้ชิด เพื่อเป็นข้อมูลที่จะช่วยให้รู้เท่าทันโรคทางสมองดังนี้

1. อาการหนังตาตก (ptosis)

อาการนี้คงสังเกตได้ไม่ยากหากหนังตาตกจนปิดตาดำทั้งหมดแต่ถ้าอาการเป็นน้อยหรืออยู่ในช่วงเริ่มต้น อาจพบแค่หนังตาบนหย่อนเวลาลืมตาแล้วช่องว่างระหว่างเปลือกตาบนกับล่างแคบลงเมื่อเทียบกับข้างที่ปกติ ยิ่งในคนผู้สูงอายุหรือคนมีปัญหาหนังตาหย่อนอยู่เดิมจะดูไม่รู้เลยว่าหนังตาตก บางครั้งคนใกล้ตัวกลับเป็นผู้สังเกตเห็นก่อนเจ้าตัวเสียด้วยซ้ำไป การกลอกตามองเพดานค้างไว้สักครู่จะช่วยให้เห็นหนังตาตกชัดเจนขึ้น โดยหนังตาข้างที่ผิดปกติจะค่อยๆหย่อนลง ไม่เพียงแค่นั้นหนังตาล่างหย่อนก็พบได้เช่นกันแต่เป็นในรูปแบบที่หนังตาล่างจะยกสูงขึ้นจนมาปิดขอบล่างของตาดำ ซึ่งตามปกติหนังตาล่างจะอยู่แตะกับขอบล่างของตาดำเท่านั้น กรณีมีหนังตาตกร่วมกับไม่สามารถกลอกตาไปในทิศทางต่างๆได้ การมองเห็นภาพซ้อนหรือเหงื่อออกที่ใบหน้าและลำตัวไม่เท่ากัน ยิ่งสนับสนุนว่าน่าจะมีรอยโรคในสมองและระบบประสาทแน่นอน โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญได้แก่

1.1. โรคหลอดเลือดในสมองโป่งพอง (aneurysm) โรคนี้มักพบในผู้ใหญ่และมีโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคประจำตัวเมื่อหลอดเลือดโป่งพองขึ้นจะไปกดเส้นประสาทตาคู่ที่สามจึงทำให้หนังตาตกร่วมกับกลอกตาผิดปกติ โรคนี้มีความสำคัญเพราะหากหลอดเลือดโป่งพองแตกจะทำให้เกิดเลือดออกในเยื้อหุ้มสมอง (subarachnoid hemorrhage) ซึ่งอันตรายมากอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตการเอกซเรย์หลอดเลือดสมองช่วยให้ตรวจพบตำแหน่ง จำนวนและขนาดของหลอดเลือดโป่งพองทำให้ศัลยแพทย์ระบบประสาทวางแผนการรักษาเพื่อปิดจุดโป่งพองนั้นด้วยวิธีผ่าตัดหนีบหลอดเลือดหรือใส่ขดลวดทางการแพทย์ถมหลอดเลือด

1.2. โรคหลอดเลือดสมองตีบ (ischemic stroke) ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาด้วยแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยวพูดไม่ชัด กรณีการอุดตันเกิดขึ้นที่หลอดเลือดบริเวณก้านสมองจะทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมการกลอกตาขาดเลือด ส่งผลให้หนังตาตกได้ความสำคัญคือก้านสมองเป็นจุดศูนย์รวมเส้นประสาทหากก้านสมองขาดเลือดเลือดขยายเป็นวงกว้างอาการจะรุนแรงขึ้นขั้นอ่อนแรงทั่วร่างกาย หมดสติไม่รู้สึกตัวและโคม่าในที่สุด การตรวจรักษาที่รวดเร็วสามารถช่วยผู้ป่วยให้ดีขึ้นหรือหายเป็นปกติได้

1.3. มะเร็งของยอดปอด (pancoast tumor) มะเร็งหลายชนิดถูกพบในระยะแพร่กระจายมาที่สมองก่อนจะตรวจเจออวัยวะที่เป็นจุดกำเนิดของมะเร็งเสียอีกเนื่องจากก้อนมะเร็งในสมองนั้นมักทำให้เกิดอาการเช่นปวดศีรษะอ่อนแรงหรือชัก แต่มะเร็งปอดชนิดนี้มีอาการที่แตกต่างออกไปคือผู้ป่วยจะมาด้วยอาการหนังตาบนตก หนังตาล่างยกขึ้นร่วมกับใบหน้าและลำตัวครึ่วซีกแห้งกว่าปกติที่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่เพราะมะเร็งลุกลามไปยังสมองแต่เกิดจากบริเวณส่วนบนสุดของปอดอยู่ใกล้กับระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อรอบดวงตาและต่อมเหงื่อ ดังนั้นเมื่อมะเร็งลุกลามในจุดดังกล่าวจึงทำให้หนังตาตกเหงื่อบริเวณใบหน้าและลำตัวออกน้อยลงนั่นเอง

2. อาการตาแดง

หลายๆคนคงนึกถึงโรคเกี่ยวกับเยื่อบุตาขาวอักเสบแต่อาการนี้สามารถเป็นอาการนำของโรคหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกันอย่างผิดปกติระหว่างหลอดเลือดตาและหลอดเลือดในสมองได้อีกด้วย ซึ่งหากพบร่วมกับอาการดังต่อไปนี้จะช่วยทำให้คิดถึงโรคทางสมองมากขึ้น

2.1. ตาแดงเกิดตามหลังศีรษะได้รับบาดเจ็บ (direct CCF) เช่นประสบอุบัติเหตุ ศีรษะกระทบกระเทือน กระดูกใบหน้าร้าว หลังจากนั้น 4-6 สัปดาห์ เริ่มมีอาการตาแดงร่วมกับตาโปนอาจมีเสียงฟู่บริเวณหน้าผากหรือรอบๆตาตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าหลอดเลือดแดงใหญ่ที่อยู่บริเวณฐานกะโหลกศีรษะฉีกขาดหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างอุบัติเหตุ เกิดรูเชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำบริเวณใกล้เคียง เลือดจากหลอดเลือดแดงที่มีแรงดันสูงมากจะไหลท้นไปยังหลอดเลือดดำของลูกตา ทำให้เส้นเลือดฝอยบนเยื่อบุตาขาวขยายตัวภาวะนี้หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วจะทำให้ความดันลูกตาสูงจนเป็นต้อหินและสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรบางครั้งหลอดเลือดแดงที่ได้รับบาดเจ็บอาจฉีกขาดเกิดหลอดเลือดโป่งพองและแตก จะเกิดเลือดกำเดาไหลไม่หยุดจนเสียชีวิตได้

2.2. ตาแดง ร่วมกับปวดศีรษะ ชัก ความจำแย่ลง (dural AVF) ภาวะนี้เกิดจากหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงบริเวณเยื่อหุ้มสมองเชื่อมต่อกันอย่างผิดปกติ พบบ่อยในผู้ใหญ่ที่เคยมีประวัติผ่าตัดสมองหรือหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน อาการตาแดงอาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ถ้าคลำบริเวณหนังศีรษะอาจพบหลอดเลือดเต้นตามจังหวะชีพจร เมื่อหลอดเลือดแดงเชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำ ทำให้ได้ยินเสียงฟู่จากเลือดที่ไหลเร็ว และท้นไปยังลูกตาทำให้ตาแดง นอกจากนี้ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนเข้าสู่สมองที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจะไปรบกวนการระบายเลือดดำออกจากสมองและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายตามมา เช่น เลือดออกในสมองหากเป็นนานๆ ทำให้มีอาการชัก ความจำเสื่อม สมองฝ่อได้

2.3. หลอดเลือดบนบริเวณใบหน้าหรือรอบดวงตาปูดผิดปกติอาจไม่มีตาแดงร่วมด้วยก็ได้ การเห็นเส้นเลือดเขียวๆชัดเจนขึ้นบนศีรษะแสดงถึงการระบายของหลอดเลือดดำที่ผิดปกติ พบในโรคที่หลอดเลือดดำในสมองไม่เจริญหรือมีหลอดเลือดดำ-แดงเชื่อมต่อกันทำให้สมองต้องหาทางระบายเลือดกลับหัวใจ ส่วนหนึ่งผ่านทางหลอดเลือดส่วนนอกจึงเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นโรคนี้มักพบในเด็ก ทำพัฒนาการช้า ชัก ศีรษะโต อาจมีหัวใจวายตั้งแต่แรกเกิดหากเป็นรุนแรงโรคนี้ต้องรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียเนื้อสมองอย่างถาวร

3. ลานสายตาแคบ

ลานสายตาคือความกว้างของภาพที่สามารถมองเห็นได้สมองซีกซ้ายขวาจะควบคุมลานสายตาสลับด้านกัน เมื่อมีความผิดปกติของสมองส่วนควบคุมลานสายตา ที่เกิดจากสมองส่วน parietal temporal หรือ occipital ถูกทำลายจะทำให้บริเวณการมองเห็นแคบลงมองเห็นภาพครึ่งเดียว ดังนั้นเมื่อเดินผ่านคน สิ่งของเช่นขอบประตูจึงชนกับด้านที่ลานสายตาผิดปกติ ถ้าขับรถหรือข้ามถนนจะมองไม่เห็นรถที่มาด้านข้างทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เวลาเขียนหนังสือหรือวาดรูปก็จะเอียงมาในด้านหนึ่งของหน้ากระดาษที่มองเห็น หากอาการเป็นไม่มากผู้ป่วยจะไม่รู้เลยว่าตนเองผิดปกติ สาเหตุสำคัญของโรคในกลุ่มนี้ได้แก่ หลอดเลือดในสมองตีบ เนื้องอกในสมองเป็นต้น

4. การมองเห็นหายไปชั่วคราว

อาการนี้เกิดจากเส้นประสาทตาสูญเสียการทำงานหรือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาผิดปกติมักเป็นตาข้างเดียวโรคที่อาจเป็นสาเหตุมีดังต่อไปนี้

4.1. หลอดเลือดแดงใหญ่คาโรติดอุดตัน (carotid stenosis) โรคนี้เกิดจากการการสะสมของไขมันภายในผนังหลอดเลือด เมื่อก้อนไขมันถูกกระแทกโดยเลือดซึ่งมีความดันสูงจะแตกออกบางส่วนกลายเป็นลิ่มเลือดขนาดเล็กปลิวไปตามหลอดเลือดส่วนปลาย และอุดตันภายในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงลูกตาทำให้จอประสาทตาขาดเลือดตาจึงบอด หลังจากลิ่มเลือดเหล่านี้สลายตัวการมองเห็นจึงกลับมาเป็นปกติความสำคัญของภาวะนี้คือก้อนไขมันที่แตกจะเหนี่ยวนำให้ร่างกายสร้างลิ่มเลือดมาพอกจนหลอดเลือดแดงใหญ่อุดตัน เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าไม่เพียงพอผู้ป่วยจะมีแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ต่อมาเกิดภาวะสมองบวมทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ การตรวจพบก่อนที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดตีบ สามารถรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดร่วมการผ่าตัดเอาก้อนไขมันออกหรือใช้ขดลวดใส่ที่ตำแหน่งตีบเพื่อถ่างขยายก็ช่วยป้องกันไม่ให้สมองขาดเลือดในอนาคต

4.2. ความดันในกะโหลกศีรษะสูง (intracranial hypertension) ภายในกะโหลกศีรษะประกอบด้วยเนื้อสมอง เยื้อหุ้มสมองและน้ำเลี้ยงสมองเมื่อมีการเพิ่มปริมาตรภายในสมองไม่ว่าจะเป็นจากสมองบวม ก้อนเนื้องอกก้อนเลือด หรือมีการคั่งของน้ำหล่อเลี้ยงสมองจากเยื้อหุ้มสมองอักเสบหลอดเลือดดำภายในสมองอุดตันเหล่านี้จะทำให้ความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้นความดันที่สูงมากๆนี้ทำให้เส้นประสาทตาเสื่อมอาการที่เป็นลักษณะเฉพาะคือมองไม่เห็นหลังการไอจาม หรือเบ่ง (visualobscuration) ทันทีทันใดและเป็นอยู่ชั่วคราวการตรวจเอกเรย์สมองมีความสำคัญ ช่วยหาโรคที่เป็นสาเหตุเพื่อให้การรักษาก่อนที่จอประสาทตาเสื่อมถาวรจนตาบอดในที่สุด

4.3. เส้นประสาทตาอักเสบ (optic neuropathy) ภาวะนี้สัมพันธ์กับโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองมักเกิดในผู้หญิงมาด้วยอาการตามองไม่เห็น ส่วนใหญ่เป็นข้างเดียวอาจมีปวดศีรษะนำมาก่อนจากนั้นเริ่มเห็นสีผิดปกติตามมาด้วยตามองไม่เห็นความรุนแรงมีตั้งแต่เป็นน้อยแล้วค่อยๆดีขึ้นจนหายเป็นปกติจนถึงสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ซึ่งกรณีแรกทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่ได้ไปตรวจรักษาความสำคัญคือตัวโรคกลับเป็นซ้ำได้และภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติไม่เพียงจะทำลายเส้นประสาทตา แต่ยังสามารถเข้าไปทำลายเนื้อสมองและไขสันหลังได้ให้อาการรุนแรงกว่าเดิม

5. ภาพซ้อน

Image result for double vision

อาการเห็นภาพซ้อนที่เกิดจากสมองจะเกิดขึ้นเวลามองด้วยตา 2 ข้างพร้อมๆกัน เมื่อปิดตาด้านหนึ่งแล้วมองด้วยตาข้างเดียวภาพซ้อนจะหายไปหากยังคงเห็นภาพซ้อนอยู่แสดงว่ามีความผิดปกติของลูกตา ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากการกลอกตาถูกควบคุมด้วยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 4 และ 6 เมื่อเส้นประสาททำงานผิดปกติส่งผลให้ตาทั้ง 2 ข้างกลอกไม่พร้อมกันภาพซ้อนแม้จะเกิดขึ้นในบางระนาบเช่น แนวนอน แนวตั้ง หรือเมื่อมองใกล้มองไกลก็มีถือว่าผิดปกติแล้ว ตำแหน่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติแบ่งได้เป็น

5.1. ความผิดปกติของก้านสมอง (brain stem) เส้นประสาทควบคุมการกลอกตาทั้งหมดตั้งอยู่ในก้านสมองส่วนที่เรียกว่า midbrain และ pons ในตำแหน่งดังกล่าวยังประกอบด้วยเส้นประสาทที่ควบคุมกำลังแขนขาและเส้นประสาทควบคุมใบหน้าอีกด้วย ความผิดปกติขนาดเล็กเช่น หลอดเลือดฝอยตีบ จุดเลือดออกหรือก้อนเนื้องอกขนาดเล็กอาจทำให้ผู้ป่วยมีเพียงภาพซ้อนเป็นอาการเริ่มต้นโดยไม่มีอาการอ่อนแรงได้

5.2. ความผิดปกติภายนอกก้านสมอง

การเดินทางของเส้นประสาทจากก้านสมองไปยังลูกตาต้องผ่านเยื่อหุ้มสมอง (meningeal) แอ่งหลอดเลือดดำรอบเส้นเลือดแดงใหญ่ (cavernous sinus) และรูเปิดของกะโหลกศีรษะ (superior orbital fissure) ตามลำดับ จากนั้นจึงผ่านเข้าไปยังกล้ามเนื้อรอบลูกตาเมื่อมีการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง แอ่งหลอดเลือดดำอักเสบหรือเยื่อหุ้มสมองบริเวณรูเปิดของกะโหลกศีรษะหนาตัวผิดปกติ จะทำให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบจึงเห็นภาพซ้อน หากอาการเป็นมากอาจทำให้กลอกตาไม่ได้เลย การรักษาขึ้นกับโรคที่เป็นสาเหตุซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคที่มีความเร่งด่วน

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้หลายๆคนรู้จักโรคทางสมองมากขึ้น แม้ความผิดปกติทางดวงตาสามารถเกิดจากโรคทางสมองและระบบประสาทได้แต่พบไม่บ่อย และสาเหตุส่วนใหญ่ยังคงมาจากโรคของดวงตา ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวจนเกินไป สุดท้ายนี้การเป็นคนช่างสังเกตและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตจะช่วยให้รู้เท่าทันโรคร้ายและรักษาก่อนลุกลามเพราะบางโรคแทบจะไม่แสดงอาการเลย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 30 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 30 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่