การนอน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 3 ชนิดที่แตกต่างกัน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น จากการสั่งงานของสมอง และชนิดผสม
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 219,989 คน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 3 ชนิดที่แตกต่างกัน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยคุณจะมีการหยุดหายใจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ในขณะนอนหลับ โดยอ้างอิงจาก American Sleep apnea association พบว่าชาวอเมริกันมากกว่า 12 ล้านคนมีปัญหาจากภาวะนี้  การมีน้ำหนักเกินเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่อย่างไรก็ตาม ใครๆ ก็สามารถมีภาวะนี้ได้ แม้แต่เด็กก็ตาม

หากคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ในทุกคืน คุณจะมีการหยุดหายใจซ้ำๆ ขณะนอนหลับ คุณจะรู้ได้ว่าคุณมีภาวะนี้หรือไม่จากการอ่านอาการและอาการแสดงที่จะกล่าวต่อไปในบทความนี้ ภาวะนี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อสมองและหัวใจของคุณ และยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ เช่นภาวะซึมเศร้า และน้ำหนักเพิ่ม มาทบทวนเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั้งสามชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนของคุณกันเถอะ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea-OSA) เกิดขึ้นเมื่อมีบางสิ่งไปอุดทางเดินหายใจ ในกรณีของผู้มีน้ำหนักเกิน อาจแปลได้ว่ามีเนื้อรอบๆ คอ และส่วนหลังของช่องคอมากเกินไป โดยภาวะนี้อาจเกิดขึ้นจากการที่มีโครงสร้างในส่วนจมูกและช่องคอเช่นต่อมทอนซิลหรืออดีนอยด์โตได้เช่นกัน สาเหตุที่พบได้บ่อยของภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น มีดังนี้

  • น้ำหนักเกิน
  • ต่อมทอนซิลโต
  • ต่อมอดีนอยด์โต (ต่อมนี้จะหดเล็กลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ดังนั้นปัญหานี้จึงมักเป็นปัญหาเฉพาะในเด็ก)
  • สาเหตุทางพันธุกรรม เช่น การมีทางเดินหายใจแคบ หรือลิ้นใหญ่ ยังมีโรคทางพันธุกรรมบางโรคที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นเช่น Patau syndrome (trisomy 13)
  • การกินยานอนหลับก่อนนอน
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
  • ภาวะ acromegaly
  • โรคปอด
  • การอุดกั้นในจมูก เช่นการมี turbinate (หมายเหตุผู้แปล:กระดูกที่ยื่นออกมาจากผนังด้านข้างของโพรงจมูก) โต

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมอง

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมอง แตกต่างจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น เนื่องจากไม่มีการอุดกั้นที่ทำให้หายใจลำบาก แต่เกิดจากความผิดพลาดในการส่งสัญญาณของสมองเพื่อสั่งการหายใจในขณะหลับ ภาวะนี้ยังแบ่งออกได้อีกสองประเภท ซึ่งสัมพันธ์กับระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด คือชนิดมีการหายใจลดลง (decreased respiratory drive) และชนิดมีการหายใจเพิ่มขึ้น (increased respiratory drive) คุณจะมีระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นหากภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมองของคุณทำให้การหายใจลดลง ซึ่งสาเหตุบางอย่าง ได้แก่

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง myasthenia gravis
  • เนื้องอกของก้านสมอง
  • กล้ามเนื้อฝ่อ (muscular dystrophy)
  • การเปลี่ยนแปลงจากโรคโปลิโอ
  • กล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาต
  • โรค ALS (Amyotrophic lateral sclerosis)
  • หากระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือดของคุณเป็นปกติ นั่นคือการหายใจของคุณเป็นปกติ และสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการทำงานผิดปกติของสมองอาจเกิดได้จาก
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด atrial fibrillation (หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว)
  • ภาวะสมองขาดเลือด (stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองอื่นๆ
  • ฝิ่น
  • ไตวาย

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดผสม

คุณอาจเดาได้จากชื่ออยู่แล้วว่าภาวะดังกล่าวเกิดจากทั้งการอุดกั้นของทางเดินหายใจและความผิดปกติของสมอง การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดนี้ก็เหมือนกับการรักษาสำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับสองชนิดแรก อาการและอาการแสดงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มีอาการและอาการแสดงที่น่าจะเป็นจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากมาย โดยคุณอาจมีอาการเหล่านี้เพียงบางอย่างหรือทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากคุณมีอาการขณะหลับ ผู้ที่จะบอกได้ว่าคุณมีอาการจึงเป็นเพื่อนร่วมเตียงของคุณ

  • อาการหยุดหายใจเป็นช่วงเวลานานขณะหลับ
  • การกรน
  • การหายใจเฮือกขณะหลับ
  • การนอนกระสับกระส่าย
  • รู้สึกง่วงหรือเหนื่อยทั้งวัน
  • ภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์ปรวนแปร
  • ไม่มีสมาธิ
  • ความจำไม่ดี
  • ปวดหัวบ่อยๆ

การวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจการนอนหลับ (polysomnogram หรือ sleep study) สามารถช่วยวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ โดยคุณจะเข้ารับการตรวจนี้ได้ที่ศูนย์การนอนหลับ และคุณจะผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้ขณะตรวจ

1. การติดเครื่องติดตาม (monitor) ก่อนที่คุณจะหลับ ได้แก่เครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจน (oximeter) ซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดที่มักใส่ไว้ที่นิ้ว โดยจะวัดปริมาณของออกซิเจนในเลือด

2. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่หัวของคุณเพื่อบันทึกคลื่นสมอง (EEG)

3. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่หน้าอกของคุณเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

4. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่กรามของคุณเพื่อบันทึกการกัดกรามหรือการเคี้ยวฟัน

5. ขั้วไฟฟ้า (electrode) จะถูกติดไว้ที่ขาของคุณเพื่อบันทึกการขยับขาขณะหลับ ซึ่งจะมีประโยขน์ในการวินิจฉัยกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (restless leg syndrome)

6. คุณอาจต้องหลับในท่านอนหงาย เนื่องจากนี่เป็นท่าที่เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้บ่อยที่สุด มันอาจจะหลับได้ยากในช่วงที่ทำการตรวจ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วก็จะสามารถหลับได้

ผลการตรวจของคุณจะถูกใช้ประเมินดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่ว (apnea-hypoapnea index หรือ AHI) เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ค่าน้อยกว่า 5 คือคุณไม่มีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับอย่างมีนัยสำคัญ

  • ค่า 5-15 คือคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับเล็กน้อย
  • ค่า 15-30 คือคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับปานกลาง
  • ค่ามากกว่า 30 คือคุณมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรง

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ผ่าตัด

การรักษาโดยไม่ผ่าตัดมักเริ่มจากการลดน้ำหนัก การหยุดยานอนหลับสามารถช่วยรักษาภาวะนี้ได้เช่นเดียวกับการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP-continuous positive airway pressure) ซึ่งต้องใส่หน้ากาก ซึ่งมีหลายชนิด โดยทุกชนิดจะเป่าอากาศเข้าไปในจมูกหรือปากเพื่อให้ทางเดินอากาศเปิดโล่ง หากผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 90% ก็อาจให้ออกซิเจนเสริมร่วมกับการใช้เครื่องช่วยหายใจดังกล่าว และมักมีการให้ความชื้นร่วมด้วยเนื่องจากอากาศอาจทำให้จมูกและปากแห้งได้

นอกจาก CPAP ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่แพทย์ทางด้านการนอนหลับของคุณอาจสั่งให้ใช้เพื่อให้ภาวะของคุณดีขึ้น เช่น BiPAP และ EPAP ซึ่งหากคุณทนใส่อุปกรณ์ไม่ไหว คุณอาจลองใช้หน้ากากชนิดอื่นๆ หรือขนาดอื่น เพื่อให้หลับได้สบายขึ้น โดยถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะมีประโยชน์ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่โดยทั่วไปแล้ว การรักษาที่ดีที่สุดคือการค้นหาและรักษาสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยการผ่าตัด

มีการรักษาโดยการผ่าตัดบางอย่างสำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากความผิดปกติของสมอง หากภาวะหยุดหายใจขณะหลับของคุณมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับเนื้องอกที่สมอง การผ่าตัดอาจช่วยแก้ปัญหาภาวะดังกล่าวได้ แต่สำหรับสาเหตุอื่นแล้ว ยังไม่มีการรักษาโดยการผ่าตัด คุณอาจจะต้องใช้ CPAP หรืออุปกรณ์อื่นๆ

มีการผ่าตัดหลายชนิดที่อาจช่วยลดหรือกำจัดอาการหยุดหายใจขณะหลับได้หากปัญหาของคุณเกิดจากทางหูคอจมูก  หากคุณหรือลูกของคุณมีปัญหาทอนซิลอักเสบรุนแรง หรือต่อมอดีนอยด์โต การผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออก หรือการผ่าตัดเอาต่อมอดีนอยด์ออกก็อาจมีประโยชน์ ยังมีการผ่าตัดอื่นๆ อีกที่อาจมีประโยชน์ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น เช่น Uvulopalatopharyngoplasty (UPPP) ซึ่งในการผ่าตัดนี้ ลิ้นไก่จะถูกตัดออก เช่นเดียวกับบางส่วนของเพดานอ่อน ซึ่งจะทำให้อากาศผ่านเข้าไปที่ปอดได้มากขึ้น ส่วนการผ่าตัดรักษาสำหรับการอุดกั้นในโพรงจมูกอาจรวมถึงการลดขนาดของกระดูก turbinate หรือการผ่าตัดโพรงไซนัส

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนอาจมีปัญหาเรื่องการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่ผ่าตัดให้สม่ำเสมอ แต่ควรระลึกไว้ว่าภาวะนี้มีอันตรายถึงตายได้ การขาดออกซิเจนในเลือดและขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองอาจทำให้เซลล์สำคัญตาย ซึ่งจะจำกัดความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมของอวัยวะสำคัญของร่างกาย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังทำให้เกิดโรคหัวใจเช่นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจล้มเหลวได้ด้วย มีหลักฐานบางอย่างว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดจากการขาดออกซิเจน และทำให้เกิดการตายของเนื้อสมอง

ถึงแม้ว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย แต่ก็มีการฟื้นตัวได้ดีหากได้รับการรักษา คนส่วนใหญ่จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น อาการซึมเศร้าและอารมณ์ปรวนแปรดีขึ้น นอกจากนี้ โรคหัวใจจากภาวะนี้อาจกลับดีขึ้นได้ด้วย หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ทำไมผู้ชายจึงกรน
ทำไมผู้ชายจึงกรน

การรักษาอาการนอนกรน