การรักษา

13 วิธีกำจัดเสมหะ เคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 511116094 m

เสมหะ (Mucus) คืออะไร ?

เสมหะอาจสร้างความรำคาญให้กับคุณเมื่อคุณป่วย แต่ร่างกายจำเป็นต้องมีเสมหะเพื่อช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

เมือกหรือเสมหะเป็นสิ่งเหนียว ๆ เหมือนเจลที่อยู่ตามปอด คอ ปาก จมูก และโพรงอากาศในกะโหลกของคุณ สิ่งนี้ถูกผลิตจากเยื่อในจมูกและโพรงอากาศในกะโหลกที่เรียกว่าเยื่อเสมหะ

เสมหะและเมือก

คุณอาจจะได้ยินการใช้คำว่า "เมือก" และ "เสมหะ" สลับไปสลับมาบ่อย ๆ แต่เมือกเป็นสารที่คล้ายเสมหะซึ่งต่างกัน ร่างกายของคุณจะสร้างเสมหะอยู่ตลอดเวลาแต่คุณอาจสังเกตเห็นหลังจากมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดธรรมดา ไซนัสอักเสบ หรือภูมิแพ้ ร่างกายของคุณอาจผลิตเสมหะมากขึ้นถ้าคุณสูบบุหรี่

การผลิตเสมหะเป็นเรื่องปกติและมีจุดประสงค์หลายอย่างแม้กระทั่งตอนที่คุณมีร่างกายแข็งแรง เพราะมันจะช่วงป้องกันเนื้อเยื่อที่ปอด คอ จมูกและทางเดินโพรงอากาศในกะโหลกของคุณไม่ให้แห้งเกินไป นอกจากนี้มันยังช่วยดักจับแบคทีเรียและสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ (เช่น ฝุ่นหรือเกสรดอกไม้) เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้มันแพร่กระจายไปทั่วร่างกายและทำให้คุณป่วย เสมหะยังมีแอนติบอดี เอนไซม์ที่ใช้ในการฆ่าหรือถอนพิษวัตถุที่เป็นอันตรายเหล่านี้

เสมหะในขณะที่คุณป่วย

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าร่างกายของคุณมักผลิตเสมหะมากถึง 1.5 ลิตรต่อวันแม้ในขณะที่คุณไม่ได้ป่วย เสมหะเหล่านี้มักจะไหลผ่านลำคอของคุณ และเมื่อคุณป่วย ร่างกายของคุณไม่จำเป็นต้องผลิตเสมหะมากเกินกว่าปกติ แต่ถ้าคุณป่วยแล้วมีอาการแพ้ คุณจะสังเกตถึงความเหนียวข้นของเสมหะ

แบคทีเรียหรือสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้สามารถทำให้เยื่อเมือกผลิตเสมหะมากขึ้น แต่เสมหะที่สัมผัสกับวัตถุเหล่านี้จะมีสารที่เรียกว่า ฮิสตามีน ฮิสตามีนส่งผลให้เยื่อในทางเดินหายใจของคุณบวมและผลิตเสมหะที่บางมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วมักจะทำให้น้ำมูกไหล จาม คันจมูก และคัดจมูก เมื่อคุณป่วย เสมหะของคุณอาจจะเพิ่มมากขึ้นและเหนียวขึ้น ซึ่งมันจะไม่ไหลลงคอง่าย ๆ เสมหะเหล่านี้อาจจะติดอยู่ที่ปอดและคอ ทำให้เกิดการแน่น และในกรณีที่รุนแรงจะทำให้เกิดการหายใจลำบากหรือกลืนอาหารลำบาก

การมีเสมหะเยอะอาจดูเหมือนร่างกายผลิตเสมหะในปริมาณมากซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหา เช่น น้ำมูกไหลลงคอ

การมีเสมหะมักจะเป็นสัญญาณว่าเยื่อเมือกของคุณนั้นแห้งเกินไปหรืออาจเป็นผลจาก

  • สภาพแวดล้อมภายในที่แห้ง (ซึ่งเกิดจากความร้อนหรือเครื่องปรับอากาศ)
  • ดื่มน้ำเปล่าหรือของเหลวอื่น ๆ ไม่เพียงพอ
  • ดื่มเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ ชา หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียน้ำ
  • การกินยาบางประเภท
  • สูบบุหรี่

ถ้าคุณคิดว่าคุณอาจเป็นภูมิแพ้ หวัด หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ แพทย์ประจำตัวของคุณอาจประเมินจำนวน ความเหนียวข้น และสีของเสมหะของคุณในการทำการวินิจฉัย 

สีของเสมหะ

  • เสมหะสีใส: คุณอาจสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนสีของเสมหะเมื่อคุณป่วยหรือมีอาการของโรคภูมิแพ้  
  • เสมหะสีเขียวหรือขุ่น (เช่น เหลืองอ่อนหรือเบจ): คุณอาจป่วยด้วยโรคหวัด เมื่อคุณเป็นหวัด ร่างกายของคุณผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น และส่งไปในโพรงจมูกเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ เซลล์เม็ดเลือดขาวของคุณมีสารชื่อ Neutrophils ซึ่งสามารถทำให้เสมหะของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวได้ เสมหะอาจกลายเป็นสีเขียวเมื่อมีปริมาณมาก 
  • เสมหะสีแดงหรือน้ำตาล: นี่มักเป็นสัญญาณว่ามีเลือดอยู่ในเสมหะของคุณ โดยทั่วไปแล้ว การมีเลือดอยู่ในเสมหะมักเป็นผลมาจากการระคายเคืองและเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจนั้นแห้ง ซึ่งเกิดจากการถู เช็ด หรือสั่งน้ำมูกมากเกินไป การมีเลือดเล็กน้อยออกจากจมูกไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล แต่ถ้าคุณมีเลือดออกมาก ควรรีบปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณเพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรง เช่น หลอดลมอักเสบ

13 วิธีกำจัดเสมหะ เคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น

อากาศร้อนจนต้องการความเย็น เดี๋ยวอยู่แอร์ เดี๋ยวมาเจออากาศร้อน ๆ จนบางทีก็เกิดอาการไม่สบาย ไอ มีเสมหะขึ้นได้ ซึ่งเสมหะในลำคอบางครั้งก็สร้างความรำคาญและทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวกได้ จนทำให้ชีวิตดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร การกำจัดเสมหะจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี โดยอาจลองวิธีดังนี้

1. พยายามขับน้ำมูกและเสมหะออกมา

ถึงแม้ว่าวิธีนี้อาจจะส่งเสียงดังหรือน่าสะอิดสะเอียนไปหน่อย แต่การขับเสมหะออกมาเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการขจัดเสมหะ อย่ากลืนเสมหะเพราะอาจเป็นการนำเชื้อกลับเข้าสู่ระบบในร่างกาย นอกจากนี้การกักเสมหะไว้ยามระคายคอ คัดจมูก หรือน้ำมูกไหลมันก็น่าอึดอัดเหลือเกิน ดังนั้นควรพกกระดาษทิชชู่สักกล่องไว้ใกล้ๆมือ คอยขับน้ำมูกหรือเสมหะออกจึงถือเป็นการดีที่สุด

2. ไอให้เสมหะออกมา

สำหรับกรณีนี้เหมาะกับผู้ที่มีเสมหะในลำคอเท่านั้น เพราะถ้ามีเสมหะค้างอยู่ในปอดจะกระแอมไอไม่ได้ สำหรับวิธีไอให้เสมหะออกมาคือ สูดลมหายใจเข้าทางจมูกให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ลมหายใจเข้าไปอยู่หลังเสมหะ โดยสังเกตจากทรวงอกต้องขยายโดยที่ไหล่ไม่ยก คอไม่ยืด แล้วกลั้นลมหายใจไว้สักครู่จากนั้นไอให้แรงพอควร ซึ่งลมที่อยู่หลังเสมหะจะกระแทกกับเสมหะให้ขึ้นมาตามหลอดลม เมื่อเสมหะออกมาที่ปากแล้วบ้วนทิ้งในที่ที่เหมาะสม

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น

หากมีเสมหะในลำคอเพราะอาการป่วย ลองบรรเทาอาการนี้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิห้อง หรือดื่มน้ำอุ่นทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อให้น้ำได้ช่วยละลายเสมหะให้คลายความเหนียวและให้ร่างกายขับเสมหะออกมา พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไปด้วย

4. หาเครื่องดื่มอุ่น ๆ มาดื่ม

นอกจากการดื่มน้ำในอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นแล้ว อาจดื่มน้ำขิงหรือน้ำซุปอุ่น ๆ ก็ช่วยขจัดเสมหะได้ เพราะอุณหภูมิน้ำที่สูงกว่าปกติจะช่วยละลายเสมหะในลำคอได้บ้างไม่มากก็น้อย

5. กินอาหารรสชาติเผ็ดร้อน

หากสามารถกินอาหารรสเผ็ดได้ ให้ลองกินอาหารรสชาติจัดจ้าน เช่น แกงป่า ต้มยำ แกงเลียง ยำรสแซ่บ ส้มตำ หรือน้ำพริกก็ได้ ซึ่งสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้จะช่วยขับเสมหะและช่วยเปิดทางให้ระบบหายใจคล่องตัวมากขึ้นได้ แต่หากใครกินรสเผ็ดไม่เก่ง ก็กินแกงจืดร้อนๆแทนได้

6. ใช้ไอน้ำช่วย

การใช้ไอน้ำจะช่วยทำให้น้ำมูกและเสมหะในช่วงอก จมูก และคอแตกตัว และทำให้ขับออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น สำหรับวิธีทำคือต้มน้ำหนึ่งหม้อ ผสมกับน้ำมันยูคาลิปตัสสองสามหยด จากนั้นก้มหน้าลงไปเหนือชามน้ำร้อน หายใจเข้าสูดเอาไอน้ำเข้าไปหลาย ๆ นาที นอกจากนี้ยังสามารถใช้การอาบน้ำร้อนช่วยให้น้ำมูกและเสมหะแตกตัวได้ดีเช่นกัน

7. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ

วิธีการนี้ใช้เกลือ 1/4 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ผสมกันแล้วนำมากลั้วคอ โดยเงยหน้าขึ้นระหว่างที่กลั้วคอด้วย เกลือจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการอักเสบในลำคอ อีกทั้งน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะไปในตัวได้อีกด้วย

 

8. กลั้วคอด้วยน้ำโซดาแช่เย็น

หากไม่ชอบใช้น้ำเกลือกลั้วคอ อาจใช้เป็นโซดาเปล่าแช่เย็นได้ ความซ่าของโซดาจะทำให้เสมหะลดน้อยลง และดีมากสำหรับคนที่รู้สึกว่ามีเสมหะค้างอยู่ในลำคอตลอดเวลา

9. กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก

ใช้เกลือหนึ่งช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นหนึ่งถ้วยผสมน้ำยาบ้วนปาก แล้วกลั้วคอไว้ 30 วินาที จากนั้นทำซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้งต่อวัน วิธีนี้จะช่วยขจัดเสมหะที่ติดอยู่ในผนังของลำคอและที่ทางเดินหายใจได้

10. หายใจเข้า-ออกลึก ๆ

การหายใจเข้าและออกลึก ๆ ติดต่อกันเซ็ตละ 5-7 ครั้ง จะช่วยให้ถุงลมขยายใหญ่ขึ้นและฟีบลงสลับกันโดยไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังช่วยให้ถุงลมที่มีเสมหะเกาะอยู่เคลื่อนตัวจากการพองและแฟบของถุงลม จึงทำให้เสมหะหลุดออกจากถุงลม และระบายสู่หลอดลมใหญ่ได้ง่าย

11. กำจัดเสมหะด้วยสมุนไพร

เชื่อหรือไม่ แค่สมุนไพรจากอาหารรสจัดจ้านก็สามารถช่วยละลายเสมหะให้ได้บ้างไม่มากก็น้อยแล้ว สำหรับสมุนไพรดังกล่าว ได้แก่ มะนาว มะแว้ง มะขามป้อม กระเทียม กระเจี๊ยบ สับปะรด และดีปรี เป็นต้น

12. กินขิงให้มากขึ้น

เนื่องจากขิงใช้ในการรักษาโรคหวัดและไซนัสมานานหลายศตวรรษ เพราะมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้คุณสมบัติอีกอย่างที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ ขิงทำให้น้ำมูกที่เหนียวแตกตัวได้ โดยอาจกินขิงดิบหรือขิงเชื่อมที่รสชาติไม่แรง หรือจะขูดขิงสดลงในน้ำต้มเดือดทำเป็นชาก็ได้ ซึ่งจะช่วยทำหน้าที่ขจัดเสมหะออกจากลำคอได้เป็นอย่างดี

ขิง

13. ฮัมเพลง

การฮัมเพลงเป็นหนึ่งในวิธีที่นักร้องหลายคนใช้เพื่อช่วยให้เสียงของตนกลับคืนมา การฮัมเพลงจึงอาจทำให้เกิดการสั่นในลำคอและอาจแรงมากจนทำให้เสมหะแตกตัวได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่