ทั่วไป

11 เรื่องจริงเกี่ยวกับหมัด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
11 เรื่องจริงเกี่ยวกับหมัด

เจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนมากมักประสบกับปัญหาการจัดการกับหมัด แต่จริง ๆ แล้ว หมัดเป็นปรสิตที่อยู่อาศัยแบบไม่เลือก อยู่หากินและเจริญเติบโตบนตัวของสัตว์ตัวไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขและแมว ตัวเฟอร์เร็ทและกระต่าย และแน่นอนที่สุดว่า บนมนุษย์ก็เช่นกัน

ขณะที่คนส่วนมากต้องพบเจอกับปัญหาที่เกิดจากเจ้าปรสิตที่น่าขยะแขยงเหล่านี้ แต่เราต่างก็รู้จักมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของและเพื่อนขนปุยของเราแล้ว จริง ๆ แล้วหมัดเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เราจะมาทำความรู้จักกับมัน ระหว่างนี้อาจจะรู้สึกคันเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามไปด้วย แต่พยายามอย่าเกาเชียวล่ะ

1. หมัดมีวงจรชีวิตที่สามารถยืดหยุ่นได้

วงจรชีวิตของหมัดสามารถแบ่งแยกย่อยได้อีก 4 ระยะ: ไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ตัวเต็มวัยจะวางไข่บนผู้ให้อาศัยแล้วหลังจากนั้นก็สลัดตัวไปในสิ่งแวดล้อม เมื่อไข่ถูกฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนจะหลบซ่อนตัวอยู่ในสภาพแวดล้อม ได้รับอาหาร และผ่านการลอกคราบจนกระทั่งมันมีความสามารถที่จะปั่นเส้นด้ายออกมาเป็นรังดักแด้และกลายเป็นดักแด้ ในท้ายที่สุด จากดักแด้ก็โผล่ออกจากรังมาเป็นหมัดตัวเต็มวัย ที่เตรียมพร้อมออกหาสัตว์ที่ให้อาศัยและให้เลือดแก่มันเป็นอาหาร ภายใต้ภาวะที่เหมาะสม กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 21 วัน อย่างไรก็ตาม หมัดมีวงจรชีวิตที่ยืดหยุ่นได้มาก ๆ และจะรอจนกว่าสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด ถึงจะพร้อมเปลี่ยนจากระยะหนึ่งไปสู่อีกระยะหนึ่ง อากาศยิ่งอุ่นและมีความชื้นมากเท่าใด วงจรชีวิตก็จะเกิดเร็วขึ้นเท่านั้น ถ้ามีอากาศเย็นและแห้ง กระบวนการอาจจะช้าลงจนกระทั่งอุณหภูมิได้สูงขึ้น

2. ด้วยวงจรชีวิตที่เป็นระเบียบแบบแผน ทำให้หมัดนั้นยากที่จะกำจัดให้หมดไป

หมัดเป็นสัตว์ที่ทรหดมากและยากที่จะกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ ยากำจัดหมัดทั้งหลายในท้องตลาดส่วนมากสามารถฆ่าหมัดได้ แต่ไม่สามารถที่จะกำจัดไข่และ ดักแด้ได้โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์บางอย่างมีส่วนประกอบที่สามารถป้องกันไม่ให้ไข่ฟักตัว แต่มันไม่สามารถฆ่าดักแด้ได้ นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณกำจัดตัวเต็มวัยออกหมดสิ้น แต่รุ่นต่อไปของหมัดเนี่ยสิที่กำลังรอจะเข้ายึดครองต่อไป

3. ขณะที่สัตว์เลี้ยงได้รับการคุกคามจากหมัด การรักษาอย่างเดียวอาจจะไม่พอ

คุณจะต้องรักษาสภาพแวดล้อมด้วย เพราะนั่นคือที่ที่ไข่และดักแด้ซ่อนตัวอยู่ การฆ่าหมัดที่ตัวสัตว์นั้นยังไม่พอ ยังคงมีไข่และดักแด้อยู่ตามพรม ช่องระหว่างแผ่นไม้ และแม้กระทั่งในรถของคุณ ถ้าคุณเป็นพวกชอบพาสุนัขออกไปนั่งรถเล่น ถ้าคุณดูดฝุ่นในช่วงระหว่างที่บ้านคุณได้รับการคุกคามจากหมัด คุณต้องรีบเอาถุงเก็บฝุ่นออกไป เพราะว่าไข่หรือดักแด้ที่คุณดูดขึ้นมายังคง

4. หมัดสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานโดยที่ไม่ต้องมีการกิน

การค้นคว้าแสดงว่าดักแด้สามารถอาศัยอยู่ในรังดักแด้ได้นานถึงหนึ่งปี เมื่อตัวเต็มวัยออกมาจากจากรังดักแด้ มันจะพยายามหาเลือดเพื่อเป็นแหล่งอาหารของมันทันที แต่ถ้าจำเป็น มันจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้หนึ่งถึงสองอาทิตย์โดยไม่ต้องกินอาหารเพื่อประทังชีวิต อย่างไรก็ตาม มันจะวางไข่ได้ก็ต่อเมื่อมันได้กินแล้วเท่านั้น มันยังเป็นผู้ให้อาหารที่ไม่เลือกอีกด้วย ถ้าคุณออกจากบ้านไปช่วงวันหยุดและไม่ตระหนักว่ามีหมัดอาศัยอยู่ในบ้านคุณแล้ว เมื่อคุณได้เดินเหยียบพรมของคุณในนาทีนั้นเอง คุณจะสัมผัสได้ถึงการถูกหมัดกัดคุณได้สูงขึ้นมาถึงเข่าของคุณเลยทีเดียว เพราะมันหิวโหยมากและมันก็กำลังเสาะหาแหล่งอาหารที่เป็นเลือดระหว่างช่วงที่คุณไม่อยู่บ้านอยู่นั้น

5. หมัดตัวเมียสามารถออกไข่ได้ประมาณ 50 ฟองต่อวัน

โดยทั่วไป มันออกไข่ได้ประมาณ 20 กว่าฟอง แต่นั่นหมายความว่าการออกไข่ของหมัดตัวเมียที่มีความอุดมสมบูรณ์เพียงครั้งเดียวก็สามารถสร้างการคุกคามครั้งยิ่งใหญ่ได้ในช่วงระยะเวลาน้อยกว่า 2 เดือน ถ้าคุณเริ่มที่หมัดตัวเมียหนึ่งตัวออกไข่อย่างเต็มที่ และสมมติว่าครึ่งหนึ่งของไข่ออกมาเป็นตัวเมีย ภายใน 60 วัน คุณจะมีหมัดอยู่ในบ้านของคุณมากกว่า 2 หมื่นตัวเลยทีเดียว การคุกคามที่ร้ายแรงจะเกิดขึ้นก่อนที่คุณจะตระหนักว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วเสียอีก

6. หมัดมีทักษะในการกระโดดอย่างกับนักกีฬาโอลิมปิค

โดยทั่วไปแล้ว หมัดขึ้นชื่อว่าเป็นนักกระโดดที่ดีที่สุดในโลก สามารถกระโดดได้มากกว่า 150 เท่าของความยาวของลำตัว เพราะความสามารถนี้จำเป็นต่อวงจรชีวิตของหมัด ถ้าหมัดไม่สามารถกระโดดขึ้นบนตัวสัตว์ มันจะไม่สามารถหาอาหารและสืบพันธุ์ได้

7. สัตว์ที่เลี้ยงอยู่ในบ้านเพียงอย่างเดียวก็หนีไม่พ้นจากการคุกคามของหมัดได้

หมัด ในทุกช่วงระยะชีวิต สามารถเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าสัตว์ของคุณจะไม่เคยออกไปนอกบ้านเลย แต่ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะติดหมัดได้ หรืออีกนัยหนึ่งว่า สัตว์บางตัวก็มีความเสี่ยงมากกว่าสัตว์อีกตัว แมวเลี้ยงในบ้านที่อาศัยอยู่บนตึกสูงในเมืองใหญ่มีโอกาสที่จะติดหมัดได้น้อยกว่าแมวเลี้ยงในบ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ บางพื้นที่ของประเทศที่มีอากาศอบอุ่นและความชื้นมีความเสี่ยงที่จะมีการคุกคามของหมัดกว่าที่อื่น ๆ

8. สัตว์เลี้ยงอาจจะมีการพัตนาไปสู่การแพ้น้ำลายหมัดได้

มีการคันอยู่ 2 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับหมัด ประเภทแรกคือการคันอย่างไม่รุนแรงที่รู้สึกได้ว่ามีอาการคันยิบ ๆ บนผิวหนัง ประเภทที่สองคืออาการคันอย่างหนักหน่วง ที่จะเกิดขึ้น เป็นอาการแพ้โปรตีนที่มาจากน้ำลายของหมัด เมื่อใดที่สัตว์มีอาการแพ้ อาการคันกลายเป็นเรื่องที่ไม่สมควรนิ่งนอนใจ มันเหมือนกับอาการคันธรรมดาคูณไปอีก 100 เท่า ถ้าสัตว์ที่มีอาการแพ้ไม่ได้รับการรักษา รอยกัดจะเกิดการอักเสบและต้องการได้รับการรักษาจากสัตวแพทย์

9. หมัดสามารถส่งต่อโรคสู่มนุษย์ได้

หมัดเป็นพาหะของแบคทีเรียทั้งหลายทั้งมวล รวมถึงแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ หนึ่งในตัวอย่างที่เป็นที่รู้จักกันก็คือ แบคทีเรีย Bartonella henselae ที่เป็นสาเหตุของไข้แมวข่วน

10. หมัดยังสามารถส่งต่อปรสิตได้อีกด้วย

หมัดยังเป็นพาหะให้กับปรสิตอีกด้วย ซึ่งมันจะส่งผ่านไปยังผู้ให้อาศัย ส่วนมากแล้วจะเป็นพยาธิตัวตืด เมื่อสุนัขและแมวเลียทำความสะอาดขนตกแต่งขนของมัน มันมักจะกลืนพยาธิเหล่านี้เข้าไปด้วย ถ้าหมัดมีพยาธิตัวตืดอยู่ที่ตัว เมื่อได้เข้าสู่ร่างกาย มันจะสลัดตัวเองออกไปอยู่ในระบบลำไส้ของของสุนัขและแมว

11. การคุกคามของหมัดสามารถทำให้สัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยมาก ๆ

เมื่อมีการคุกคามอย่างหนัก หมัดสามารถดูดเลือดของผู้ให้อาศัยเป็นปริมาณมาก ทำให้ผู้ให้อาศัยเจ็บป่วย สัตว์บางตัวอาจจะเกิดภาวะโลหิตจางเนื่องจากการสูญเสียแร่ธาตุเหล็ก และสัตว์ที่ตัวเล็กลงไปหน่อย โดยเฉพาะกับลูกสุนัขและลูกแมวตัวเล็ก ๆ อาจถึงกับต้องมีการถ่ายเลือดให้ด้วย หมัดจึงขึ้นชื่อว่าเป็นปรสิตที่มีประสิทธิภาพชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ