มะเร็งและโรคร้าย

10 สัญญาณโรคร้ายที่สังเกตุได้จากเท้าของคุณเอง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 5, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

10 สัญญาณเตือนโรคร้ายต่อไปนี้ ที่คุณสามารถสังเกตุได้จากเท้าของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ หรือโรคหัวใจ เพื่อให้คุณรู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เพียงแค่สังเกตุตัวเอง

1. เท้าแห้งแตก

หากเท้าของคุณมีลักษณะแห้งและแตกเป็นแผ่น ให้สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคไทรอยด์ โดยเฉพาะเมื่อคุณทาโลชั้นหรือครีมเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที เมื่อเกิดภาวะไม่ปกติ ไทรอยด์ที่เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบต่อมไร้ท่อตั้งอยู่ด้านหน้าของลำคอมีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ จะผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนเพื่อควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และการพัฒนาระบบการทำงานของกระดูกและระบบประสาท แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับต่อมไทรอยด์เป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งแตกอย่างรุนแรง และเมื่อเราพบรอยแตกกร้านที่เท้าของผู้ที่มารับคำปรึกษา เราจะแนะนำให้เขาใช้ครีมบำรุงประมาณ 1 สัปดาห์ หากอาการแห้งกร้านไม่หายไป เราจะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าต่อมไทรอยด์ยังทำงานปกติดี” นอกจากนี้ เล็บเท้าที่เปราะและแตกง่ายก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ได้เช่นกัน

2. นิ้วเท้าโล้นไร้ขน

หากสังเกตุว่าอยู่ๆ ขนบนนิ้วเท้าของคุณหายไป สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ (PAD) โดยสัญญาณของโรค PAD อาจรวมถึงการลดจำนวนลงอย่างผิดปกติของเส้นขนบนหัวแม่เท้า นิ้วเท้ามีสีม่วง และผิวที่เท้าบางลงหรือมีลักษณะมันเงา พบว่าเมื่อเป็นโรค PAD ร่างกายจะมีการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดงที่ขา โดยอาจบ่งชี้อาการได้ยาก แต่แพทย์สามารถตรวจหาโรคได้จากการวัดชีพจรที่เท้าหรือจากการเอ็กซ์เรย์

3. แผลพุพองเรื้อรังบริเวณเท้า

หากคุณพบว่ามีแผลพุพองเรื้อรังบริเวณเท้า สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน เนื่องจากระดับกลูโคสที่ไม่ได้รับการควบคุมสามารถก่อกวนระบบการทำงานของเส้นประสาทและทำให้การไหลเวียนโลหิตแย่ลง เป็นสาเหตุให้เลือดไหลเวียนไปไม่ถึงเท้า และเมื่อเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังแผลได้ซึ่งอาจมีสาเหตุมากจากอาการระคายเคืองจากการสวมรองเท้า ทำให้แผลเกิดขึ้นซ้ำๆ และเรื้อรัง อาการอื่นที่มีสาเหตุมากจากการเป็นโรคเบาหวานอาจรวมถึงอาการรู้สึกเสียวชาที่เท้า ซึ่งผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

4. อาการปวดบวมที่นิ้วหัวแม่เท้า

อาจเป็นผลพวงมาจากอาหารที่คุณทาน โดยอาการปวดบวมที่เท้ามักเกิดขึ้นหลังจากมื้ออาหาร ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเกาต์ที่มักมีผลต่อข้อต่อและนิ้วเท้า โดยอาหารที่มีพิวรีนสูงเป็นสาเหตุของโรคดังกล่าว พบมากในเนื้อแดง ปลา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเภท โดยร่างกายจะผลิตกรดยูริคเพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติเพื่อคุ้มกันร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดบวมดังกล่าว และเมื่อมีการสะสมกรดยูริคเป็นระยะเวลายาวนานจะทำให้กรดยูริคตกตะกอน แล้วสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อต่อหรือข้อเท้า โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคจะตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมอาการปวดทรมานและบวมแดงตามข้อต่อ ข้อเท้า หรือนิ้วหัวแม่เท้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้ป่วยงดอาหารที่มีพิวรีนสูงและทานยาตามที่แพทย์แนะนำ

5. เส้นเล็กๆ สีแดงใต้เล็บหัวแม่เท้า

อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจ หากคุณพบเส้นสีแดงใต้เล็บหัวแม่เท้าหรือตามเล็บมือเล็บเท้า อาจเป็นเพราะหลอดเลือดฝอยแตก โดยอาการดังกล่าวจะมีลักษณะของจุดสีแดงหรือเส้นสีแดงใต้เล็บที่เกิดจากการแตกของลิ่มเลือดและเส้นเลือดฝอย เป็นสัญญาณบ่งบอกอาการเยื่อบุหัวใจอักเสบ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคเอดส์ และผู้ป่วยโรคเบาหวาน เป็นต้น โดยผู้ป่วยเหล่านี้จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการเยื่อบุหัวใจอักเสบ ซึ่งการติดเชื้ออาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้หากไม่ได้รับการรักษา ดังนั้น หากคุณสังเกตเห็นจุดหรือเส้นสีแดงบริเวณเล็บเท้าที่ไม่ได้เกิดจากอาการบาดเจ็บอื่นๆ แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจสอบภาวะโรคหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต

6. นิ้วเท้าปุ้มหรือนิ้วกระบอง

สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งปอดหรือโรคหัวใจ อีกอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นกับนิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วมือมักเกี่ยวเนื่องกับโรคมะเร็งปอด โรคปอดติดเชื้อเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือโรคที่มีการอักเสบอย่างเรื้อรังในลำไส้ เนื่องจากโรคมะเร็งปอดและโรคหัวใจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสารกระตุ้นเลือด ทำให้หลอดเลือดฝอยส่วนปลายของร่างกายซึ่งก็คือปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดการขยายตัวและเพิ่มจำนวนทำให้ปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้าพองขยายออกมีลักษณะเป็นปุ้มหรือเหมือนกระบอง หากคุณสังเกตพบว่าปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้ามีลักษณะพองปุ้มออกมา แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกาย

7. เล็บเท้าหยักบุ๋ม

สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคสะเก็ดเงิน หากคุณพบว่าเล็บของคุณมีลักษณะเป็นหลุม ร่อน เล็บหนาตัวขึ้น และผิดรูป คุณอาจกำลังเป็นโรคเล็บสะเก็ดเงินก็เป็นได้ แม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่เคยเป็นโรคเล็บสะเก็ดเงินอาจมีโอกาสเป็นโรคสะเก็ดเงินบริเวณผิวหนังได้ด้วย อย่างไรก็ตาม 5% ของผู้ที่มีโรคเล็บสะเก็ดเงินจะไม่มีอาการลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ดังนั้น หากคุณพบอาการผิดปกติของเล็บเท้าดังที่กล่าวมารวมถึงพบจุดด่างสีขาวหรือเส้นสีขาวพาดเล็บ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์และตรวจเช็คโรคสะเก็ดเงิน หากพบว่าเป็นโรคดังกล่าว แพทย์จะรักษาด้วยครีมหรือฉีด     สเตียรอยด์เข้าใต้เล็บ

8. เล็บมีลักษณะเป็นแอ่งเหมือนช้อน

อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางหรือโรค SLE ที่เป็นอาการแพ้ภูมิตัวเอง เท้าของคุณมีลักษณะเป็นแอ่งจนสามารถใส่น้ำไว้ได้เลยหรือไม่? หากใช่! ลักษณะนี้อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรงหรืออาจอยู่ในภาวะที่มีการสะสมของธาตุเหล็กมากเกินไปในร่างกาย รวมไปถึง อาจเป็นสัญญาณของโรคเรเนาด์ ซึ่งระยะแรกของอาการจะเกิดการหดตัวของหลอดเลือดก่อนส่งผลให้นิ้วมือนิ้วเท้าเย็นและมีสีขาวซีด หรืออาจบ่งบอกถึงโรค SLE ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านทานตนเองที่จะทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในส่วนต่างๆ เช่น เซลส์ เนื้อเยื้อ อวัยวะภายใน เป็นต้น ลักษณะเล็บเป็นแอ่งเหมือนช้อนมักเกิดขึ้นกับเด็กทารก โดยปกติจะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น หากคุณพบลักษณะดังกล่าว แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหาสาเหตุ

9. เส้นตรงใต้เล็บเท้า

หากพบเส้นทืบตรงใต้เล็บเท้าให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งผิวหนังหรือมะเร็งเมลาโนมาที่เกิดจากเซลล์เมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่พบมากในผิวหนัง แต่ก็สามารถพบได้ในตา หู ทางเดินอาหาร เยื่อหุ้มสมอง และเยื่อบุช่องปาก ทวารหนัก และอวัยวะเพศได้ หากพบลักษณะดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เป็นเชื้อราที่เล็บซึ่งจะมีสีเหลืองออกน้ำตาลซะมากกว่าและสีจะเปลี่ยนไปทั้งเล็บ พบว่ามีผู้ที่เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาเพียง 5% เท่านั้น ซึ่งจะพบมากที่สุดในกลุ่มคนผิวดำ

10. อุ้งเท้าโค้งมากผิดปกติ

อาจเป็นสัญญาณของระบบประสาทที่ถูกทำลาย โดยลักษณะของอุ้งเท้าที่โค้งมากผิดปกตินั้นเชื่อมโยงกับความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบประสาท (CMT) ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนจำนวนหนึ่งที่มีหน้าที่พัฒนาเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้ผู้ป่วยมีลักษณะการเดินผิดปกติ มีอาการเท้าชา สูญเสียความสมดุลในการยืน สูญเสียกล้ามเนื้อบางส่วนบริเวณขาหรือน่อง และหากยังปล่อยทิ้งไว้ อาการก็จะลามถึงแขนและมือได้ หากคุณพบความผิดปกติของร่างกายหรือมีอาการดังที่กล่าวมา แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่