เวชศาสตร์การกีฬา

10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับฟิตเนส

คุณแยกระหว่างเรื่องจริงและเรื่องโกหกได้หรือไม่ ?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 500671554 m

>ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่หนึ่ง: ไม่เจ็บ ก็ไม่ได้มา

การออกกำลังกายที่ดีสำหรับคุณไม่จำเป็นต้องมีอาการเจ็บ ในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจกำลังทำอะไรบางอย่างผิดพลาดหากเกิดอาการเจ็บปวด อาการปวดเมื่อยบางอย่างพบได้บ่อยในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นครั้งแรก แต่หากอาการปวดเป็นต่อเนื่อง แสดงว่าคุณอาจกำลังหักโหมมากเกินไป อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่เป็นช้า (Delayed onset muscle soreness) ซึ่งมีอาการปวดต่อไปได้ถึง 48 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย เป็นผลมาจากการอักเสบและการฉีดขาดของเนื้อเยื่ออิลาสติก (Elastic tissue) รอบ ๆ เส้นใยกล้ามเนื้อ ดังนั้น เพื่อให้เวลากล้ามเนื้อได้ปรับตัว อย่าหักโหมมากจนเกินไป หรือไม่เช่นนั้นคุณอาจบาดเจ็บได้

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สอง: การมีเหงื่อออกมากขณะออกกำลังกายหมายถึงคุณไม่ฟิต

ในความเป็นจริงแล้วคือตรงกันข้าม การมีเหงื่อออกขณะออกกำลังกายบ่งบอกว่าการระบายความร้อนมีประสิทธิภาพ นักกีฬาที่ปรับตัวจนสามารถทำให้ร่างกายเย็นได้ขณะออกกำลังกายจะมีการปรับเปลี่ยนให้เลือดไปอยู่ที่ผิวหนังได้เร็วกว่า และระบายความร้อนออกจากร่างกาย ในเวลาเดียวกัน ต่อมเหงื่อจะเพิ่มการผลิตเหงื่อและทำให้ร่างกายเย็นลงผ่านทางการระเหยของเหงื่อ ในขณะที่คนที่มีสุขภาพดีสร้างเหงื่อได้มากกว่าผู้สูงอายุ แต่ก็เสียโซเดียมไปน้อยกว่าเพราะถูกดูดซึมกลับได้ ผลที่ได้คือการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพดีกว่า

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สาม: หากคุณหยุดออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเปลี่ยนเป็นไขมัน

กล้ามเนื้อและไขมันเป็นเนื้อเยื่อคนละชนิดกัน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนกันไปมาได้ ความจริงแล้วคือกล้ามเนื้อจะฝ่อไปหากไม่ได้ใช้งาน ดังนั้น หากคุณกินตามปกติ แต่หยุดออกกำลัง คุณจะมีไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และแน่นอนว่าคำถามที่แท้จริงคือ ทำไมคุณถึงหยุดออกกำลังกายล่ะ ?

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สี่: คุณเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้โดยการออกกำลังกายนานขึ้น แต่เบาลง

ไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าพลังงานที่ใช้ไปในการออกกำลังกายมาจากไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตกี่เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่สำคัญคือ ใช้พลังงานไปทั้งหมดเท่าไรในแต่ละวัน ยิ่งออกกำลังกายหนัก ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญไปในแต่ละนาทีก็จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ ๆ จะได้รับคำแนะนำให้เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ก่อน เนื่องจากอาจทนการออกกกำลังกายอย่างหนักไม่ได้ และการออกกำลังกายเบา ๆ ก็ปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มต้น

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่ห้า: หากคุณออกกำลังกายแล้วคุณจะกินอะไรก็ได้

หากคุณพยายามจะชดเชยการกินอาการที่ไม่เหมาะสมด้วยการออกกำลังกาย คุณจะผิดหวังแน่ ในขณะที่การไม่ออกกำลังกายและกินอาหารไม่เหมาะสมนั้นแย่ต่อสุขภาพมากกว่าการกินอาหารไม่เหมาะสมแต่ออกกำลังกายมาก แต่คุณจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายเกือบเต็มที่ หากคุณใช้พลังงานที่ได้จากอาหารที่มีคุณภาพดี

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่หก: หากคุณไม่ออกกำลังกายอย่างหนักสม่ำเสมอ การออกกำลังกายก็เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า

ไม่มีอะไรที่จะห่างไกลจากความเป็นจริงได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าแม้การออกกำลังกายระดับปานกลางเช่นการเดินและการทำสวนไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ก็ทำให้ได้ประโยชน์มากมาย มีการศึกษาหนึ่งพบว่าการทำสวนแม้เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่เจ็ด: การออกกำลังกายช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ทุกอย่าง

แม้การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลของคุณภาพชีวิต แต่ก็ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างไม่ได้ คนที่ปัญหาสุขภาพหรือโรคจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการรักษาโรค และแม้ว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถรับประกันถึงสุขภาพ หรือรักษาโรคได้ แต่การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยได้หลายอย่างตั้งแต่โรคข้ออักเสบ โรคหัวใจ จนถึงโรคหอบหืดและเบาหวาน

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่แปด: การยกน้ำหนักจะทำให้คุณล่ำ

ผู้หญิงหลายคนใช้ข้ออ้างนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการยกน้ำหนัก สิ่งที่พวกเธอลืมไปคือการยกน้ำหนักเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดสำหรับผู้หญิงในการลดไขมันในร่างกายและเพิ่มกล้ามเนื้อ

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่เก้า: การจะสร้างกล้ามเนื้อต้องได้รับโปรตีนปริมาณมหาศาล

ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนความเชื่อที่แพร่หลายนี้ว่านักกีฬาต้องการโปรตีนปริมาณมหาศาล ตามที่ ดร. ซูซาน เนลสัน สทีน หัวหน้าแผนกโภชนาการสำหรับการออกกำลังกายของมหาวิทยาลัยวอชิงตันฮัสกี้ได้กล่าวไว้ นักกีฬาที่แข็งแรงต้องการโปรตีนมากกว่าคนทั่วเพียงเล็กน้อย และยังคงต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อเสริมสร้างไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ เธอยังชี้ให้เห็นว่าการหดตัวที่ทรงพลังของกล้ามเนื้อ (เช่นการยกน้ำหนัก) ใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต “ไม่ว่าไขมันหรือโปรตีนก็ไม่สามารถถูกสันดาปได้ไวพอต่อความต้องการของการออกกำลังกายอย่างหนัก ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอในแต่ละวันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสะสมไกลโคเจน” เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ คุณต้องทำตามโปรแกรมการฝึกยกน้ำหนักที่ดีและกินอาการที่สมดุลตามหลักโภชนาการอย่างสม่ำเสมอ

ความเชื่อเรื่องฟิตเนสข้อที่สิบ: ยิ่งออกกำลังกายมากยิ่งดี

แน่นอนว่าคุณสามารถออกกำลังกายมากเกินไปได้เช่นกัน นักกีฬาระดับแถวหน้าหลายคนหลงผิดไปกับความเชื่อนี้และหลายคนได้รับผลที่ตามมาเป็นอาการบาดเจ็บ ความเจ็บป่วย และภาวะซึมเศร้า สำหรับการออกกำลังกาย คุณต้องมีความสมดุลระหว่างการฝึกและการพักเพื่อให้ได้ผลสูงสุด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
3  เหตุผลที่ทำให้การพยายามทำหลายสิ่งขณะขี่จักรยานเป็นความผิดพลาด
3 เหตุผลที่ทำให้การพยายามทำหลายสิ่งขณะขี่จักรยานเป็นความผิดพลาด

การพยายามทำหลายอย่างเกินไปขณะขี่จักรยานอาจกลายเป็นผลเสียได้และนี่คือเหตุผล

ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย
ช่วงของจังหวะการเต้นหัวใจกับการออกกำลังกาย

การใช้ 5 ช่วงอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ