Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับไข้หวัด

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 12 ก.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับไข้หวัด

ถ้าคุณเคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาก่อน คุณก็คงจะเข้าใจได้ดีว่าคุณสามารถรู้สึกป่วยได้หนักมากขนาดไหน ซึ่งแน่นอนว่าคุณอาจจะเคยได้รับคำแนะนำจากเพื่อนหรือครอบครัวเกี่ยวกับสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือวิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่แบบผิดๆ มาก่อน

และนี่คือ 10 ความเชื่อผิดๆ ที่เรามักจะได้ยินเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจระดับวิตามินที่ร่างกายต้องการ เริ่มต้นที่ 3,925 บาท

เราขาดวิตามินตัวไหน หรือมีวิตามินตัวไหนมากไป รู้ได้จากการตรวจวิตามิน

%e0%b8%82%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%992 %281%29

1. คุณสามารถเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จากการฉีดวัคซีนได้

วัคซีนนั้นผลิตขึ้นมาจากเชื่อไวรัสที่ไม่สามารถก่อโรคได้และไม่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ ดังนั้นผู้ที่มีอาการป่วยหลังจากฉีดวัคซีนนั้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากวัคซีนแต่อย่างใด คุณจะต้องรออย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนที่วัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่คนส่วนใหญ่มักชอบคิดว่าพวกเขาป่วยจากการฉีดวัคซีน

2. คนที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีน

แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่จริงๆ แล้วทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีสุขภาพดีหรือเจ็บป่วยเรื้อรังก็ตาม ล้วนได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น แนวทางการรักษาในปัจจุบันนั้นแนะนำให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือน – 19 ปี, หญิงตั้งครรภ์, และผู้ที่มีอายุมากกว่า 49 ปีขึ้นไปเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี นอกจากนั้นยังแนะนำให้ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงแต่อาจจะแพร่เชื้อให้กับผู้ที่เจ็บป่วยเรื้อรัง ควรได้รับการฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้ที่ทำงานในสายสุขภาพจึงมักจะได้รับคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังคนไข้ของพวกเขา

3. เมื่อคุณฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกเลย

นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะนอกจากการฉีดวัคซีนแล้วยังมีอีกหลายขั้นตอนที่คุณควรทำตามเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูการระบาดของไข้หวัดใหญ่ เช่นหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่เป็นโรค, ล้างมือบ่อยๆ, และรับประทานยาต้านไวรัสหากคุณสัมผัสกับเชื่อก่อนที่จะได้รับวัคซีน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

4. ไข้หวัดใหญ่ก็คือการเป็นหวัดแบบรุนแรง

ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิดอาการเหมือนเวลาที่เป็นหวัดแบบรุนแรงเช่นเจ็บคอ น้ำมูกไหล เสียงแหบ และไอได้ แต่ไข้หวัดใหญ่อาจทำให้ผู้ที่ติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

5. ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดีแล้ว คุณจะไม่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้

ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่มีเชื้อไขหวัดใหญ่ถึง 20-30% นั้นอาจจะไม่มีอาการอะไรเลย

6. คุณไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนทุกปี

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่นั่นมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ดังนั้นการได้รับวัคซีนทุกปีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อให้คุณมีภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมและจำเพาะกับสายพันธุ์ที่กำลังมีการระบาดอยู่ในปีนั้นๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

7. คุณอาจเป็นไข้หวัดใหญ่ได้จากการออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว ผมเปียกๆ หรือนั่งอยู่ใกล้หน้าต่างที่มีลมแรง

วิธีเดียวที่คุณจะเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ก็คือการที่คุณสัมผัสกับเชื้อไวรัส ซึ่งบังเอิญว่าช่วงที่มักมีการระบาดของไข้หวัดนั้นมักจะตรงกับฤดูที่มีอากาศหนาวทำให้คนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นไข้หวัดใหญ่จากการอยู่ในที่ๆ มีอากาศเย็นหรือลมแรง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่เกี่ยวข้องกันเลย

8. คุณควรกินเยอะๆ เมื่อเป็นไข้หวัดเพื่อลดไข้

หากคุณเป็นไข้หวัดใหญ่หรือหวัดธรรมดาแล้วมีไข้ สิ่งที่คุณต้องการมากกว่าปกติก็คือน้ำ ดังนั้นมันจึงไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณอาหารที่คุณต้องรับประทาน อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณอาจจะมีอาการเบื่ออาหารในช่วงที่ป่วย แต่การไม่รับประทานอาหารเลยก็จะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอและทำให้คุณฟื้นตัวได้ช้า

9. การรับประทานซุปไก่จะทำให้คุณสามารถหายจากไข้หวัดใหญ่ได้เร็วยิ่งขึ้น

การดื่มเครื่องดื่มหรือน้ำร้อนๆ นั้นจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและทำให้ร่างกายได้รับสารน้ำ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วการรับประทานซุปไก่ก็ไม่ได้มีส่วนผสมหรือความสามารถใดๆ ที่จะช่วยให้ร่างกายหายจากหวัดได้เร็วขึ้นแต่อย่างใด

10. หากคุณมีไข้สูงนาน 1-2 วันจากการเป็นหวัด คุณจะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะ เป็นยาที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นมันจึงไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาการติดเชื้อไวรัสเช่นไข้หวัดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางคนอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้ ดังนั้นหากคุณมีอาการนานหรือรุนแรงกว่าปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ

ไข้หวัดใหญ่เป็นตัวอย่างที่ดีมากที่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อผิดๆ เหล่านี้สามารถส่งผลต่อวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องได้อย่างไรบ้าง เมื่อเข้าสู่ฤดูที่มีการระบาดของโรค คุณควรปฏิบัติตัวตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้คุณมีสุขภาพดี และนั่นก็รวมถึงการค้นหาความจริงจากความเชื่อผิดๆ เหล่านี้เช่นกัน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป