8 โรคร้ายที่เกิดจากการสูบบุหรี่

ทุกครั้งที่สูบบุหรี่เท่ากับว่า คุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ ให้ร่างกายตนเองช้าๆ
เผยแพร่ครั้งแรก 4 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 17 พ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 26 มิ.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
8 โรคร้ายที่เกิดจากการสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่อาจเป็นหนึ่งในวิธีคลายเครียดของใครหลายคน แต่มีงานวิจัยสรุปแล้วว่า การสูบบุหรี่เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคและการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่เกิดขึ้นเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย  ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2557 พบว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากถึง 54,512 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาย 47,770 ราย และหญิง 6,742 ราย 

ไม่ว่าคุณจะสูบบุหรี่ปานกลาง หรือสูบมาก ความเสี่ยงในการเกิดโรคก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร สำหรับบทความในวันนี้เราจะพาคุณไปดูว่า การสูบบุหรี่ทำให้คุณเสี่ยงเป็นโรคใดบ้าง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจปอด วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 290 บาท ลดสูงสุด 64%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

โรคร้ายที่เกิดจากการสูบบุหรี่

1.โรคหลอดลมอักเสบ

การสูบบุหรี่สามารถทำให้ทางเดินหายใจอักเสบและทำให้มีอาการไอเรื้อรัง จากการที่สารเคมีในบุหรี่ไปกระตุ้นให้หลอดลมตีบและอักเสบสามารถพบได้ในคนที่สูบบุหรี่หนัก ทั้งนี้โรคหลอดลมอักเสบเป็นโรคที่ทางเดินหายใจหลั่งเมือกออกมามากผิดปกติทำให้ร่างกายต้องไอเพื่อขับเมือกออกมา หากเป็นเรื้อรังอาจทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้ อย่างไรก็ตาม การเลิกสูบบุหรี่สามารถช่วยควบคุมอาการแต่ไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้

2.โรคหอบหืด

โรคหอบหืดเป็นโรคที่ทางเดินหายใจตีบแคบและอักเสบ ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบากและมีเสียงฟืดฟาด รวมถึงเป็นอุปสรรคต่อการออกกำลังกาย อย่างไรก็ดี การสูบบุหรี่สามารถทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการกระตุ้นโรคหอบหืดแบบฉับพลันและรุนแรงได้ ทั้งนี้ผู้หญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องระมัดระวังการสูบบุหรี่เป็นพิเศษเพราะมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การสูบบุหรี่ก่อนคลอดมีความเชื่อมโยงกับจำนวนครั้งของการมีอาการของโรคหอบหืดในแต่ละวันและตอนกลางคืนของแม่มากถึง 3 เท่า นอกจากนี้สามารถพบอาการดังกล่าวในเด็กได้ในภายหลัง เด็กบางคนยังเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหอบหืดอย่างรุนแรงจนเข้าห้องฉุกเฉินมากกว่าเด็กที่แม่ไม่สุบบุหรี่ก่อนคลอดถึง 4 เท่า

3.โรคหัวใจและหลอดเลือด

การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำให้ปอดตกอยู่ในความเสี่ยงเท่านั้นเพราะมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การสูบบุหรี่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้เส้นเลือดแดงหลักๆ ตีบแคบ และทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอีกด้วย ทั้งนี้การสูบบุหรี่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นขณะหยุดพักและเพิ่มขึ้นเมื่อออกกำลังกาย แม้แต่ผู้ที่สูบบุหรี่น้อยก็ยังเสี่ยงต่อการมีหัวใจและหลอดเลือดเสียหาย การเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจประมาณ 20% มีความเชื่อมโยงกับการสูบบุหรี่โดยตรง นอกจากนี้ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ขณะที่รับประทานยาคุมกำเนิดและผู้ที่เป็นโรคเบาหวานต่างมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสูงขึ้น

4.โรคมะเร็ง

การสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งหลายชนิดโดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งนี้ควันบุหรี่มีสารเคมีที่เป็นพิษมากกว่า 7,000 ชนิด และควันบุหรี่เหล่านี้ก็สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ทุกที่ในร่างกาย ได้แก่ ช่องปาก ลำคอ หลอดอาหารกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ไส้ตรง ตับ ตับอ่อน กล่องเสียง หลอดลม ไต กรวยไต กระเพาะปัสสาวะ และมดลูก 

5.โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งกีดขวางไม่ให้เลือดไหลไปยังสมองทำให้เซลล์สมองตายเนื่องจากได้รับออกซิเจนน้อยลง อย่างไรก็ดี โรคหลอดเลือดสมองสามารถทำให้เกิดความพิการ เช่น อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง มีปัญหากับการพูด สูญเสียความจำ ฯลฯ รวมถึงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ทั้งนี้การสูบบุหรี่จะทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดีลดลง ทำให้เส้นเลือดเสียหาย และทำให้คราบพลัคในเส้นเลือดมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เลือดเหนียวและมีแนวโน้มเกาะตัวเป็นลิ่ม สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น

6.โรคโครห์น

มีงานวิจัยยืนยันว่า คนที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคโครห์นมากขึ้น 2.7 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่ ทั้งนี้โครห์นเป็นโรคที่เกิดจากทางเดินอาหารฃอักเสบ เยื่อบุลำไส้ผู้ป่วยจะบวมทำให้ท้องเสียอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี ผู้ที่เป็นโรคโครห์นและสูบบุหรี่มักมีอาการกำเริบบ่อยกว่าปกติ เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ต้องรับประทานยาและผ่าตัดซ้ำมากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ทั้งนี้นักวิจัยคาดว่า ควันบุหรี่ทำให้เนื้อเยื่อเมือกที่มีหน้าที่ปกป้องระบบทางเดินอาหารเสียหาย ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น

7.แผลในกระเพาะอาหาร

การสูบบุหรี่จะทำให้ความเป็นกรดบริเวณ Duodenum ซึ่งเป็นส่วนแรกของลำไส้เล็กเพิ่มขึ้น และทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ H.pylori ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น การสูบบุหรี่ยังไปขัดขวางการทำงานของทางเดินอาหารส่วนบน สิ่งที่จะตามมาก็คือ น้ำย่อยในลำไส้เล็กไหลจะย้อนกลับมาที่กระเพาะอาหาร และไปลดการผลิตสารตามธรรมชาติที่ปกป้องกระเพาะอาหารและลำไส้ สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องเรื้อรังบริเวณลิ้นปี่ และหากเกิดแผลแล้วจะหายยาก ทำได้เพียงรักษาตามอาการ

8.โรคเบาหวาน

นักวิจัยพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 มากถึง 30-40% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและสูบบุหรี่ยังมีแนวโน้มที่จะมีปัญหากับอินซูลินและการควบคุมโรคมากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต เบาหวานขึ้นตา ปลายประสาทอักเสบ ฯลฯ ได้  อย่างไรก็ดี การเลิกสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายจะสามารถช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่ได้

แม้ว่าการสูบบุหรี่อาจช่วยคลายเครียด สร้างความสุขได้ชั่วคราว แต่มันกลับเป็นสาเหตุทางตรงและทางอ้อมของการเกิดโรค หรือปัญหาสุขภาพ ซึ่งสามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคุณในอนาคตได้ แม้ว่าการเลิกสูบบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่หากตั้งใจจริงและมีความมุ่งมั่น ไม่ท้อถอย ที่จะเลิกบุหรี่ให้สำเร็จรับรองว่า สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาทันทีที่เลิกสูบบุหรี่จะคุ้มค่ามากทีเดียว


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
10 Deadly Diseases Caused By Smoking (https://www.curejoy.com/content/deadly-diseases-caused-by-smoking/), 15 March 2018
Danielle Dresden, How does smoking affect the body? (https://www.medicalnewstoday.com/articles/324644.php), 7 March 2019
Center of Disease Control and Prevention, Smoking & Tobacco Use (https://www.cdc.gov/tobacco/data_statistics/fact_sheets/health_effects/effects_cig_smoking/index.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความต่อไป